6 เหตุผลที่ผู้หญิงญี่ปุ่นเลือกอยู่บ้านเพื่อทำหน้าที่ภรรยา Full Time!

  • วัฒนธรรม
  • สังคม
  • เคยสงสัยไหมว่าทำไมผู้หญิงญี่ปุ่นจำนวนมากจึงเลือกที่จะทำหน้าที่เป็นแม่บ้านหลังจากแต่งงานแล้ว?

    ฉันได้ถูกเลี้ยงดูให้มุ่งมั่นกับการตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเพื่อจะได้มีโอกาสที่ดีในการประกอบอาชีพที่และเลี้ยงดูตัวเองได้ ดังนั้นเมื่อได้มาเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศญี่ปุ่น จึงค่อนข้างประหลาดใจที่พบว่าหลังจากแต่งงานแล้ว ผู้หญิงญี่ปุ่นจำนวนมากเลือกทำหน้าที่เป็นภรรยาอยู่กับบ้าน ซึ่งในบทความนี้ฉันจะมาบอกเล่าเหตุผลว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

    japanese-stay-at-home-wife

    1. มันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

    เช่นเดียวกับในหลายประเทศทั่วโลก ผู้หญิงญี่ปุ่นต้องต่อสู้เพื่อเอาชนะสังคมที่มีผู้ชายเป็นใหญ่ อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีความพยายามในการสนับสนุนความเท่าเทียมกันเรื่องโอกาสในการทำงานของผู้หญิง แต่ผู้หญิงหลายคนก็เลือกที่จะเป็นแม่บ้านหรือไม่ก็เลือกที่จะทำงานพาร์ทไทม์ แม้ว่าทุกวันนี้จำนวนของหญิงสาวที่ได้รับการศึกษาขั้นสูงในประเทศญี่ปุ่นจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่พวกเธอจะทำงานเพียงไม่กี่ปี และมักจะลาออกเมื่อกำลังจะเริ่มต้นมีครอบครัวหรือกำลังจะมีลูก สาเหตุมาจากการที่ต้องใช้เวลามากกว่าผู้ชายในการดูแลบ้านและดูแลลูก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งที่จะทำงานประจำควบคู่ไปด้วย มีผู้หญิงญี่ปุ่นคนหนึ่งบอกกับฉันว่าเธอไม่เคยทำงานตั้งแต่อายุยี่สิบต้น ๆ และจินตนาการไม่ออกเลยว่าถ้าทำงานประจำจะเป็นอย่างไร

    2. ชั่วโมงทำงานอันยาวนาน

    ในประเทศญี่ปุ่นหญิงสาวที่แต่งงานมักจะใช้เวลาในการทำงานบ้านมากกว่าสามี นอกจากนี้การทำงานประจำมักจะต้องทำโอทีด้วย บางครั้งต้องทำงานถึง 13-15 ชั่วโมงต่อวัน ดังนั้นผู้ชายที่แต่งงานแล้วจะมีเวลาสำหรับการทำงานบ้านน้อยกว่า 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ในทางกลับกันภรรยาที่ทำงานประจำจะใช้เวลายาวนานกว่า 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในการทำงานบ้านและดูแลลูก ผู้ที่เป็นแม่บ้านเต็มเวลาต้องใช้เวลาถึง 8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เพื่อทำงานบ้าน

    หลังช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กลายเป็นเรื่องธรรมดาที่หลังจากแต่งงานแล้ว ผู้หญิงมักจะถูกบังคับให้ลาออกจากงานที่ทำ หนึ่งในเหตุผลจำนวนมากคือพวกเธอต้องการเวลาในการดูแลครอบครัวใหม่ นอกจากนี้ความเครียดจากการทำงานยังเป็นสาเหตุในการพรากความอ่อนเยาว์ไปจากพวกเธออีกด้วย และด้วยชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานจึงทำให้ผู้หญิงจำนวนมากเลือกที่จะทำงานพาร์ทไทม์มากกว่าอนาคตในหน้าที่การงาน

    3. แนวคิดเรื่องเพดานที่มองไม่เห็น

    บ่อยครั้งเหตุผลที่ผู้หญิงเลือกงานพาร์ทไทม์แทนที่จะเลือกงานประจำนั้นเป็นเพราะงานพาร์ทไทม์มีความเป็นมิตรกับผู้หญิงมากกว่างานประจำ ยกตัวอย่างเช่น ผู้หญิงจำนวนมากที่ทำงานประจำอย่างหนักกลับไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง เนื่องจากไม่ได้รับการเสนอชื่อให้เลื่อนขั้น ดังนั้นความก้าวหน้าไปสู่การเป็นผู้บริหารจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลย สิ่งนี้เปรียบเสมือนเพดานที่มองไม่เห็นที่กั้นผู้หญิงไว้ด้านล่าง

    แนวคิดเรื่องเพดานที่มองไม่เห็นนี้ ปิดกั้นความทะเยอะทะยานเกี่ยวกับความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน จากการสำรวจเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีผู้หญิงญี่ปุ่นที่ทำงานแล้วเพียง 7.9% เท่านั้นที่ได้อยู่ในตำแหน่งผู้บริหารของบริษัท ครึ่งหนึ่งในนั้นได้จากการเสนอชื่อเลื่อนขั้น อีกครึ่งหนึ่งได้รับการสืบทอดจากสายเลือดหรือจากทางฝั่งสามี

    4. เป้าหมาย : มีรายได้ต่ำกว่าหนึ่งล้านเยนต่อปี

    ใช่แล้ว หญิงสาวจำนวนมากในญี่ปุ่น ตั้งเป้าหมายว่าขอมีรายได้ต่ำกว่าหนึ่งล้านเยนต่อปีก็พอ เพราะการมีรายได้มากกว่านี้มีผลต่อเงินภาษีและเงินบำนาญที่จะได้รับลดลง อย่าลืมว่าโดยเฉลี่ยแล้วเงินเดือนจากงานประจำในญี่ปุ่นมักจะเริ่มต้นที่ 2.5 ล้านเยนต่อปี อย่างไรก็ตามผู้หญิงที่มีรายได้ต่ำกว่า 1 ล้านเย็นต่อปี (โดยประมาณ) ต้องเก็บเงินไว้สำหรับตัวเอง ดังนั้นผู้หญิงที่สามีมีรายได้เพียงพอที่จะดูแลครอบครัว จึงโอเคกับการได้รับเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มักจะใช้จ่ายไปกับค่าธรรมเนียมโรงเรียนของลูก หรือสำหรับเป็นเงินเก็บ ซึ่งนี่คือเหตุผลหนึ่งที่ว่าทำไมผู้หญิงญี่ปุ่นจึงเลือกทำงานพาร์ทไทม์มากกว่างานประจำ และเป็นเหตุผลว่าทำไมเรามักจะเห็นประกาศหางานในตำแหน่งงานพาร์ทไทม์ ที่จะปรากฏคำว่า “主婦大歓迎” ซึ่งมีความหมายว่า “ยินดีต้อนรับแม่บ้าน”

    5. การดูแลลูก

    การที่สามีต้องทำงานดึกในทุก ๆ วัน ภรรยาจึงไม่มีทางเลือกมากนักที่ต้องดูแลลูก เว้นแต่ว่าจะได้รับการช่วยเหลือจากญาติ ๆ ดังนั้นผู้หญิงญี่ปุ่นที่แต่งงานแล้วจึงไม่มีเวลาสำหรับการทำงานประจำเลย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีความเชื่อว่าเด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูโดยคุณแม่ที่อยู่บ้านนั้น มีแนวโน้มที่จะมีผลการเรียนที่ดีกว่า เนื่องจากแม่จะเป็นผู้ที่คอยดูแลและให้คำปรึกษา ดังนั้นโอกาสที่เด็กจะประสบความสำเร็จจึงสูงกว่า นอกจากนี้การได้ใช้เวลาในช่วงปีแรก ๆ เลี้ยงดูลูกเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพวกเขาและเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของคนเป็นแม่เลย

    6. ความสะดวกสบาย

    แน่นอนว่าการต้องอยู่บ้านคนเดียวทั้งวันเพื่อทำงานบ้านและเลี้ยงลูกเป็นเรื่องยาก และบางครั้งก็น่าเบื่อสุด ๆ แต่ผู้หญิงส่วนมากก็ชอบที่จะเป็นแบบนี้ ยิ่งไปกว่านั้นด้วยเรื่องของชั่วโมงทำงานที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น การที่ผู้ปกครองสองคนจะใช้เวลาทำงานอย่างยาวนานทุก ๆ วันอาจเป็นสาเหตุของปัญหาครอบครัว ดังนั้นถ้าไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน ก็ไม่จำเป็นที่ผู้ปกครองทั้งสองคนจะทำงานเต็มเวลาพร้อมกัน

    การเกิดเป็นผู้หญิงแท้จริงแสนลำบากแม้ในสังคมปัจจุบัน แม้จะมีผู้หญิงจำนวนมากที่สามารถเข้ามามีบทบาทในสังคมและในสาขาอาชีพต่าง ๆ อย่างไรก็ตามมันก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะต้องเลือกระหว่างอาชีพที่ประสบความสำเร็จหรือครอบครัวที่ประสบความสำเร็จ? นอกจากนี้ยังมีความเห็นที่แตกต่างหลากหลายอย่างเช่น การเลือกที่จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน คุณอาจจะกลายเป็นคุณแม่ที่ไม่เสียสละ หรือถ้าเลือกที่จะเป็นแม่บ้านก็อาจถูกมองว่าเป็นคนขี้เกียจโดยเฉพาะในสังคมที่มีแรงกระตุ้นให้เกิดความเท่าเทียมในการประกอบอาชีพของผู้หญิง

    ถ้าคุณเป็นผู้หญิงชาวญี่ปุ่น คุณจะมีความสุขไหม? คุณจะเลือกทำงานเต็มเวลาหรือจะเลือกทำงานพาร์ทไทม์ หรือคุณจะเลือกอยู่กับบ้านดูแลครอบครัว คุณจะเปลี่ยนแปลงอะไรในเรื่องการแบ่งเวลาเพื่องานและเพื่อครอบครัวของคุณ