ความเคยชิน 4 อย่างที่อาจจะหายไป! เมื่อคุณมาอาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่น

  • วัฒนธรรม
  • ในครั้งนี้ฉันจะขอเขียนเกี่ยวกับความเคยชินบางอย่างที่หายไปเกี่ยวกับตัวของฉันเองหลังจากที่ย้ายจากประเทศสหรัฐอเมริกามาอยู่ที่ญี่ปุ่นได้สักพักหนึ่ง และคิดว่าชาวต่างชาติหลายคนก็คงคิดแบบเดียวกัน

    1. การล็อคจักรยาน

    ในหลายประเทศหากคุณไม่ล็อคจักรยานให้ดี ฉันขอการันตีได้เลยว่ามันจะต้องถูกขโมยอย่างแน่นอน และถึงแม้ว่าคุณจะล็อคมันดีแล้ว บางทีโจรก็ยังสามารถหาทางขโมยมันไปได้อยู่ดี เพื่อนของฉันเคยบอกว่าเขาเคยโดนขโมยจักรยานที่ถูกล็อคไว้กับป้ายตามถนน ส่วนอีกคนบอกว่าจักรยานของเขาโดนขโมยที่ระเบียงบ้านของตัวเอง โจรคนนั้นได้พังระเบียงบ้านและเอาจักรยานที่ล็อคเอาไว้ไป มันเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดมาก ฉันต้องใช้ที่ล๊อคดี ๆ เพื่อล็อคจักรยานของฉันตลอดเวลา แม้ว่าส่วนใหญ่แล้วตำรวจจะตามจับโจรและนำของมาคืนได้ในภายหลังก็ตาม

    ที่ประเทศญี่ปุ่นคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยกังวลเรื่องโดนขโมยจักรยานมากนัก ไม่ใช่เพราะว่ามันไม่เกิดขึ้นนะ แต่มันมักจะเกิดขึ้นกับแค่บางคนที่ไม่ล็อคจักรยานไว้ ดังนั้นขอแค่คุณล็อคจักรยานไว้กับที่ฝากจักรยานตามรูปด้านบนซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปก็พอแล้ว ตอนแรกฉันรู้สึกแปลกมากเวลาที่ไม่ได้ล็อคจักรยานไว้กับอะไรที่ดูแข็งแรงกว่านี้ แต่พอผ่านไปสักระยะหนึ่งก็เริ่มชิน และสิ่งที่ต้องกังวลมากกว่าคือ การจอดจักรยานให้ถูกที่เพราะถ้าจอดผิดที่ตำรวจญี่ปุ่นก็จะยกมันไปเลย

    2. ความกลัวที่จะเปลือยกายต่อหน้าผู้อื่น

    การเปลือยกายในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและห้องอาบน้ำสาธารณะต่อคนอื่น ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ญี่ปุ่น การที่คนญี่ปุ่นไม่สนใจในรูปร่างของคนอื่นในสถานที่เหล่านี้กลับทำให้ฉันรู้สึกมั่นใจในตัวเองขึ้นอย่างประหลาด และยังทำให้ฉันรู้สึกว่าการอาบน้ำในห้องอาบน้ำสาธารณะกับกลุ่มเพื่อนนั้น ทำให้เราผ่อนคลายและเข้าถึงกันได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

    ออนเซ็น คือ ห้องอาบน้ำสาธารณะที่ใช้น้ำพุร้อนธรรมชาติ ส่วนเซ็นโตะ คือ ห้องอาบน้ำสาธารณะที่ใช้น้ำร้อนธรรมดา ครั้งแรกที่ฉันไปออนเซ็น ฉันรู้สึกอายตอนถอดเสื้อต่อหน้าคนอื่น แต่พอผ่านไปสักพัก ฉันก็โอเคขึ้นกับการอาบน้ำร่วมกับเพื่อน ๆ ที่ออนเซ็น พวกเราสามารถพูดคุยกันได้ตามปกติเหมือนเวลาที่ไปนั่งร้านกาแฟด้วยกัน ยิมที่ฉันไปใช้บริการในหมู่บ้านก็มีเซ็นโตะอยู่ด้วย ฉันชอบไปเปลี่ยนเสื้อ ออกกำลังกายที่นั่น และแช่น้ำร้อนหลังออกกำลังกายเสร็จ นอกจากนี้ฉันยังสามารถผึกภาษากับคนญี่ปุ่นที่มาใช้บริการที่ยิมได้อีกด้วย

    3. การใส่เสื้อที่โชว์หน้าอก

    โดยปกติแล้วฉันไม่ค่อยใส่เสื้อที่โชว์หน้าอกเท่าไหร่นะ แต่พอมาอยู่ญี่ปุ่นได้สักพัก สิ่งที่แปลกและดูจะขัดกันเล็กน้อยก็คือ ฉันไม่ต้องรู้สึกอายเวลาที่ถอดเสื้อในห้องแต่งตัว แต่ฉันกลับต้องแต่งตัวให้มิดชิดเวลาอยู่ในที่สาธารณะ

    ถ้าคุณไปทำงานแล้วใส่ชุดที่โชว์เนื้อหนังมากเกินไปที่ญี่ปุ่น ทุกคนจะมองคุณไม่ดี แม้แต่เห็นไหล่ก็ไม่ได้ ซึ่งมันค่อนข้างแปลกสำหรับฉันที่เคยอาศัยอยู่ในอเมริกามาก่อน ฉันต้องหาเสื้อคลุมคาร์ดิแกนมาใส่เวลาทำงานและจะแต่งตัวมิดชิดไปทำงานตลอด แม้ว่ามันจะเป็นช่วงฤดูร้อนก็ตาม ฉันจะใส่เสื้อแขนกุดแค่นอกเวลางานในช่วงฤดูร้อนเพราะว่ามันร้อนมาก แต่ก็ไม่ควรเป็นเสื้อคอลึกเพราะจะดูไม่สุภาพ แต่ในส่วนของขาฉันสามารถใส่สั้นเท่าไหร่ก็ได้ ซึ่งถือว่าน่าสนใจมากที่การแต่งกายในประเทศญี่ปุ่นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมของวัฒนธรรมรวมถึงสถานการณ์

    4. ระวังของมีค่าในที่สาธารณะ

    ข้อนี้จะคล้ายกับข้อแรกที่เกี่ยวกับการล็อคจักรยาน ประเทศญี่ปุ่นมีอัตราการก่ออาชญากรรมที่น้อยมาก ก่อนมาญี่ปุ่นฉันไม่กล้าวางแล็ปท็อปทิ้งไว้บนโต๊ะและไปเข้าห้องน้ำเด็ดขาด แต่พอมาที่ญี่ปุ่นฉันสามารถวางมันไว้ในร้านกาแฟได้อย่างสบายใจ และยังสามารถเดินไปเดินมาโดยไม่ต้องระวังคนมาล้วงกระเป๋าเลย แต่ยังไงก็ตามฉันก็ไม่ขอแนะนำให้คุณทำแบบนี้ เพราะอาชญากรรมนั้นสามารถเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้ ไม่เว้นแม้แต่ที่ญี่ปุ่น คุณควรจะระวังของมีค่าและเก็บมันไว้ให้ดีไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนบนโลก

    มีเคสหนึ่งที่เกิดขึ้นกับตัวฉันเองในประเทศญี่ปุ่น ฉันเคยเปิดกระเป๋าทิ้งไว้ในที่สาธารณะซึ่งมีผู้คนพลุกพล่าน และโดนโจรขโมยกระเป๋าไป หลังจากนั้นก็เลยต้องระวังตัวมากขึ้น

    เมื่อคุณมาอาศัยอยู่ในต่างประเทศนาน ๆ อาจทำให้พฤติกรรมของคุณเปลี่ยนไป และทำให้เกิดความเคยชินใหม่ ๆ ซึ่งสำหรับคุณแล้วมีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้างหลังจากได้มาอาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่น หรือแม้แต่การมาเที่ยวในช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม