บ้านญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม: สถาปัตยกรรมสุดคลาสสิคอันชาญฉลาด!

  • วัฒนธรรม
  • สังคม
  • เมื่อเราสังเกตและเห็นรายละเอียดต่าง ๆ ในประเทศญี่ปุ่น ทุกอย่างก็ดูจะน่าสนใจไปเสียหมด แม้แต่บ้านแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมก็เช่นกัน โดยเฉพาะลักษณะการก่อสร้างนั้นมีความน่าสนใจและมีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาอันชาญฉลาดของคนสมัยก่อนอีกด้วย ซึ่งรูปแบบสถาปัตยกรรมของบ้านแบบดั้งเดิมสามารถมอบบรรยากาศที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับธรรมชาติให้กับผู้พักอาศัยได้อย่างลงตัว

    และนี่คือลักษณะเฉพาะที่เป็นเอกลักษณ์ของบ้านแบบญี่ปุ่นที่แท้จริง

    เก็นคัง (Genkan) และ โดมะ (doma)

    เก็นคัง (Genkan) คือ บริเวณทางเข้าบ้าน เมื่อเราเดินเข้ามาในบ้านญี่ปุ่น เราจะเห็นพื้นที่ซึ่งมีไว้สำหรับเก็บรองเท้าและมีชั้นวางให้เรียงรองเท้าได้ พื้นที่ส่วนนี้เรียกว่า โดมะ (doma) ซึ่งจะอยู่ในระดับเดียวกับพื้นดิน ขณะที่ส่วนอื่นของบ้านจะถูกยกระดับให้สูงกว่าระดับพื้นดินเล็กน้อย

    ในยุคโบราณของประเทศญี่ปุ่น โดมะจะมีพื้นที่ที่กว้างกว่านี้ เพราะนอกจากจะเป็นบริเวณสำหรับไว้รองเท้าแล้ว โดมะยังเป็นบริเวณที่เหล่าแม่บ้านแม่เรือนนั่งเตรียมอาหาร ผิงไฟ และทำงานบ้านอย่างอื่น ในสมัยนั้นบริเวณโดมะเป็นพื้นเปล่าที่ไม่ได้มีการปูพื้น ซึ่งถึงแม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปแล้ว เราก็ควรถอดรองเท้าและสวมรองเท้าใส่ในบ้านก่อนที่จะเหยียบเข้ามาในบ้านญี่ปุ่น

    วะชิตสึ (Washitsu) หรือ ห้องแบบญี่ปุ่น

    เมื่อเราเข้ามาข้างในบ้านญี่ปุ่นแล้ว เราสามารถเห็นห้องแบบญี่ปุ่นที่เรียกว่า วะชิตสึ (Washitsu) ซึ่งมีเสา, ประตู และหลังคาที่ทำจากไม้

    เสื่อทาทามิ

    ทาทามิ คือ เสื่อที่ทำจากต้นกก ใช้ปกคลุมพื้นของห้องวะชิตสึ ทาทามิเป็นลักษณะเฉพาะที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของบ้านแบบญี่ปุ่น นอกจากจะเพิ่มความสวยงามให้กับบ้านแล้ว ทาทามิยังช่วยคงความอบอุ่นเมื่อฤดูหนาวมาเยือนในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย ทุกห้องในบ้านแบบญี่ปุ่นจะปูพื้นด้วยเสื่อทาทามิ ดังนั้นคุณจะไม่สามารถใช้เก้าอี้ในห้องเหล่านี้ แต่คุณสามารถใช้เบาะชนิดพิเศษที่เรียกว่า ซะบุตง (zabuton) ไว้รองนั่ง ซึ่งขนาดของห้องแบบญี่ปุ่นจะถูกวัดด้วยการนับจำนวนเสื่อทาทามิที่ใช้ปูห้อง ขนาดของห้องญี่ปุ่นปกติ เรียกกันว่า ฮัตจิโจ มะ (‘hatchijo ma’) ซึ่งหมายถึงห้องสี่ห้องที่มีขนาดของแต่ละห้องเท่ากับแปดเสื่อทาทามิ สำหรับพื้นห้องครัวและทางเดินภายในบ้านจะปูด้วยพื้นไม้

    ฟุสึมะ หรือ ประตูบานเลื่อน (Fusuma)

    อีกหนึ่งลักษณะพิเศษที่สำคัญและโดดเด่นของบ้านญี่ปุ่น คือ ฟุสึมะ หรือ ประตูแบบบานเลื่อน (Fusuma) ส่วนมากแล้วประตูลักษณะนี้จะถูกสร้างเพื่อใช้สำหรับกั้นห้องและเป็นเหมือนผนังห้องที่เลื่อนได้ โดยโครงจะทำจากไม้อัดคลุมด้วยกระดาษสีขาวขุ่น บางบานอาจจะมีภาพวาดที่ดูประณีตอยู่บนกระดาษอีกด้วย

    นอกจากนี้แล้ว ยังมีประตูบานเลื่อนอีกลักษณะหนึ่งที่โครงทำด้วยไม้และใช้แก้วทำตัวบานประตู ส่วนใหญ่ประตูบานเลื่อนลักษณะนี้จะอยู่บริเวณผนังส่วนนอกของบ้าน โดยส่วนบนของบานจะมีลักษณะใส และส่วนล่างจะทำจากไม้หรือแก้วหยาบที่มีลักษณะขุ่น การสร้างประตูลักษณะนี้จะช่วยพาแสงอาทิตย์เข้ามาด้านในให้บริเวณภายในได้รับแสงสว่างจากธรรมชาติ และคงความอบอุ่นให้กับบริเวณรอบห้องในช่วงฤดูหนาว

    ประตูบานเลื่อนอีกชนิดหนึ่งจะมีโครงสร้างที่ทำจากไม้เช่นเดียวกัน แต่ตัวบานจะทำจากกระดาษ เรียกกันว่า โชจิ (shoji) บางบานจะถูกสร้างให้สามารถยกส่วนที่เป็นกระดาษขึ้นเพื่อเปิดประตู ซึ่งในช่วงที่หิมะตกก็สามารถเลื่อนเปิดส่วนนี้ เพื่อดูหิมะที่กำลังตกอยู่ด้านนอก ประตูบานเลื่อนลักษณะนี้จะช่วยทำให้แสงสามารถส่องผ่านจากห้องหนึ่งไปยังอีกห้องหนึ่งได้ เพื่อให้ผู้พักอาศัยสามารถรับรู้ถึงความเป็นอยู่ของผู้ที่พักอยู่ในห้องข้าง ๆ

    และเนื่องจากประตูบานเลื่อนเหล่านี้ถูกวางในรางพิเศษ ทำให้แต่ละบานสามารถเลื่อนไปมาระหว่างกันได้ ทุกบานจึงสามารถถูกยกออกเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้กับห้อง ให้สามารถใช้งานในโอกาสพิเศษหรือยามสังสรรค์กับครอบครัว

    เอ็นงาวะ หรือ ทางเดินรอบบ้าน (Engawa)

    คุณสามารถสังเกตเห็น เอ็นงาวะ (Engawa) ซึ่งมีลักษณะคล้ายระเบียงที่เป็นพื้นไม้อยู่บริเวณข้างนอกรอบ ๆ ประตูหน้าต่างแบบบานเลื่อน แสงอาทิตย์มักจะกระทบลงบริเวณนี้ เพื่อให้พื้นคงความอุ่นอยู่เสมอ

    ทสึจิคะเบะ หรือ ผนังดินน้ำมัน (Tsuchikabe)

    ทสึจิคะเบะ (Tsuchikabe) คือ บริเวณผนังดินเหนียวซึ่งเป็นส่วนเชื่อมต่อระหว่างประตูบานเลื่อนกับหลังคา จุดประสงค์ของการใช้ทสึจิคะเบะ คือ ช่วยคงความเย็นให้กับบ้านในช่วงฤดูร้อนที่อบอ้าวของประเทศญี่ปุ่น โดยในสมัยโบราณผนังทุกด้านจะถูกสร้างด้วยดินเหนียว เพื่อให้บรรยากาศภายในบ้านเย็นสบาย

    หลังคา

    หลังคาบ้านสไตล์ญี่ปุ่นจะมีการปูกระเบื้องให้ขอบหลังคายาวเกินลงมาและลาดออกด้านนอก การสร้างหลังคาลักษณะนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ภายในบ้านร้อนจนเกินไปในช่วงฤดูร้อน และเนื่องจากในฤดูหนาวพระอาทิตย์จะขึ้นและตกในมุมองศาที่ต่ำลง การทำหลังคาลักษณะนี้จะช่วยพาแสงแดดเข้ามาในตัวบ้านเพื่อคงความอบอุ่นให้กับห้อง อีกทั้งหลังคาที่มีลักษณะลาดออกเช่นนี้จะช่วยให้น้ำฝนและหิมะที่ละลายไหลตกลงมาอย่างง่ายดาย

    คามิดะนะ หรือ ชั้นไหว้พระเจ้า (Kamidana)

    บ้านญี่ปุ่นสมัยโบราณส่วนใหญ่จะมีชั้นพิเศษที่ถูกประกอบขึ้นและอุทิศให้เป็นบริเวณบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งที่บริเวณนั้นเรียกกันว่า คามิดะนะ (Kamidana) มีความหมายว่าชั้นของเทพเจ้า อาจจะมีการเขียนตัวอักษรคันจิบนกระดานใหญ่ ๆ และห้อยไว้ในส่วนที่เรียกว่า ฟูดะ (Fuda) ผู้อยู่อาศัยจะวางดอกไม้บริเวณนี้และจุดเทียนหรือธูปหอม ที่เรียกว่า “โอเซงโกะ” (osenko) เพื่อสวดภาวนา บางบ้านอาจจะมีบริเวณสำหรับบูชาทางพระพุทธศาสนาอีกด้วย