วิธีเขียนเรซูเม่ ในประเทศญี่ปุ่นต้องทำอย่างไรกันนะ?

  • เคล็ดลับ
  • หากคุณเป็นชาวต่างชาติในประเทศญี่ปุ่นที่ต้องการหางานพาร์ทไทม์ คุณก็คงรู้แล้วว่าการเขียนเรซูเม่ภาษาญี่ปุ่นนั้นเปรียบเสมือนงานอีกงานหนึ่งเลยทีเดียว ในบทความนี้ฉันต้องการที่จะบอกคุณเกี่ยวกับเทคนิคการเขียน ‘ริเรกิโชว-rirekisho 履歴書’ (เรซูเม่ของญี่ปุ่น) ที่จะช่วยให้คุณได้ ‘อะรุไบโตะ-arubaito’ (ภาษาญี่ปุ่น แปลว่า งานพาร์ทไทม์) ที่จะช่วยให้เรามีเงินซื้อสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องการได้

    การส่งเรซูเม่ถือว่าเป็นขั้นตอนสำคัญอย่างมากในการสมัครงานใดก็ตามในประเทศญี่ปุ่น แต่ข่าวดีก็คือ หากคุณปฏิบัติตามกฎแล้วล่ะก็ คุณก็จะมีโอกาสถูกเรียกสัมภาษณ์เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามคุณต้องเข้าใจว่านี่ไม่ใช่สูตรการันตีความสำเร็จ แต่เป็นเพียงแหล่งข้อมูลอ้างอิงที่เป็นประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นอย่างไรดี

    ภาพรวมการนำเสนอ

    ตามประสบการณ์ของฉันแล้ว การเขียนเรซูเม่ภาษาญี่ปุ่นเป็นขั้นที่ซับซ้อนมากที่สุดในบรรดาขั้นตอนการสมัครงานอื่น ๆ ทั้งนี้เพราะว่าบริษัทในญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการเขียนเรซูเม่เป็นอย่างมาก แต่ข่าวดีก็คือ คุณแค่ต้องทำตามกฎเป็นหลัก แล้วเรซูเม่ของคุณก็จะออกมาเพอร์เฟ็กต์

    หนึ่งในเกณฑ์การคัดเลือกคนเข้าทำงานก็คือ เรซูเม่ถูกเขียนด้วยลายมือหรือไม่ ด้วยวิธีนี้พวกเขาสามารถดูความเป็นระเบียบในการเขียนตัวคันจิ และจัดวางแนวการเขียน ในวัฒนธรรมที่เน้นความเป็นระเบียบและความสะอาด เกณฑ์การคัดเลือกนี้ดูจะเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล แน่นอนว่าลายมือของหมอไม่เป็นที่ยอมรับที่นี่หรอกนะ!

    จงจำไว้ว่าเรซู่เม่ที่เขียนด้วยมือจะสะท้อนให้เห็นถึงความมานะในการทำงานอย่างไม่ลดละ ซึ่งเป็นที่ยอมรับในประเทศญี่ปุ่น ด้วยเหตุนี้เรซูเม่ที่เขียนด้วยมือจึงดูโดดเด่นกว่าที่ปริ้นท์มา คุณอาจจะถูกเรียกสัมภาษณ์เพราะเรซูเม่ที่เขียนด้วยลายมือตัวเองนี้ก็เป็นได้

    รูปถ่ายในเรซูเม่

    สิ่งถัดมาที่คุณอาจจะอยากพิจารณาให้ดีอีกครั้ง คือ รูปที่คุณแนบไปกับเรซูเม่ ตามหลักแล้วรูปของคุณต้องออกมาดูเป็นมืออาชีพให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะสื่อถึงลักษณะนิสัยของคุณ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากที่จะสื่อในส่วนของการเขียนเรซูเม่ ด้านความรับผิดชอบ การจัดการอย่างเป็นระบบ ความสะอาด และความเป็นมืออาชีพ ส่วนมากในเมือจะมีตู้ถ่ายรูปอัตโนมัติที่มีฟังก์ชั่นให้คุณเลือกสำหรับถ่ายภาพสมัครงาน ลองมองหาสถานีรถไฟ มหาวิทยาลัย หรือแหล่งชอปปิ้งที่อยู่ใกล้ ๆ คุณดู

    เนื้อหาที่เขียน

    สิ่งหนึ่งที่ฉันชอบในการเขียนเรซูเม่ภาษาญี่ปุ่นคือ เรซูเม่เหล่านี้จะมีแบบเป็นมาตรฐานเดียวกัน และค่อนข้างตรงไปตรงมา เรซูเม่มักจะถูกแบ่งออกเป็น 7 ส่วนด้วยกัน

    1. ข้อมูลติดต่อส่วนตัว
    2. ประวัติการศึกษาและการทำงาน
    3. รางวัลและใบประกาศนียบัตร
    4. การแนะนำตัว
    5. ทักษะ
    6. เหตุผลในการสมัครงาน
    7. ความต้องการ ความฝัน และความหวัง

    สำหรับส่วนที่ 4-7 นั้นจะขึ้นอยู่กับประเภทของงานที่คุณสมัคร (ว่าเป็นงานพาร์ทไทม์ หรืองานประจำ) บางส่วนอาจจะถูกตัดออกไป

    ส่วนต่าง ๆ ของเรซูเม่

    ส่วนที่ 1 ค่อนข้างตรงตัว กล่าวคือ คุณแค่ต้องเขียนข้อมูลติดต่อส่วนตัวของคุณลงไป สิ่งที่น่าสนใจ คือ ในขณะที่บางประเทศคุณไม่จำเป็นต้องระบุปีเกิดแต่คุณต้องระบุมันลงไปในประเทศญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามคุณไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอก กฎหมายว่าด้วยการจ้างงานห้ามมิให้ใช้อายุเป็นตัวตัดสิทธิ์ในการจ้างงานอยู่แล้ว

    ส่วนที่ 2 ก็ค่อนข้างง่าย สิ่งเดียวที่คุณต้องคำนึงถึงคือ การเรียงลำดับประวัติการศึกษาและการทำงาน (จากอดีตมาปัจจุบัน) นอกจากนี้คุณไม่จำเป็นต้องเขียนอธิบายลักษณะงาน หรือความสำเร็จทางการศึกษาที่เฉพาะเจาะจงในส่วนนี้

    ส่วนที่ 3 คือส่วนที่คุณจะเขียนถึงรางวัลความสำเร็จ ประกาศนียบัตร หรือแม้แต่ใบอนุญาตต่าง ๆ ที่คุณได้รับ และตามที่กล่าวไป คุณต้องเขียนตามลำดับเวลาจากอดีตมาถึงปัจจุบัน และอย่าลืมเลือกเขียนระบุเฉพาะรางวัลที่เกี่ยวข้องกับงานที่คุณสมัครไปด้วย

    ส่วนที่ 4 ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในเรซูเม่ ในส่วนนี้คุณต้องเขียนออกมาให้สะท้อนถึงคุณค่า ทักษะ และเป้าหมายของคุณ (ในแบบกระชับ) ที่สามารถอธิบายถึงตัวคุณ และยังดึงดูดคนรับสมัครได้ในเวลาเดียวกัน นี่ไม่ใช่สิ่งที่คุณสามารถเขียนได้ภายในเวลา 5 นาที แต่ควรใช้เวลาและความพยายามกับมันให้มากขึ้น เนื่องจากส่วนนี้จะเป็นส่วนที่สร้างความรู้สึกด้านบวกแก่คนที่คัดกรองใบสมัครของคุณ

    หมายเหตุ: เมื่อคุณสมัครงานหลายประเภท นี่คือ ส่วนที่คุณต้องเขียนใหม่ทุกครั้งให้กับงานแต่ละงาน

    ส่วนที่ 5 เกี่ยวกับเรื่องทักษะ สำหรับส่วนนี้ฉันแนะนำให้คุณแบ่งมันออกเป็นสองประเภท คือ ทักษะด้านภาษาและทักษะด้านเทคนิค แนะนำให้คุณเขียนระบุทักษะของคุณโดยใช้จุดนำ หรือ Bullet point เป็นการลำดับรายการ และให้เริ่มต้นจากทักษะที่ดีที่สุดของคุณก่อน นอกจากนี้อย่าลืมเขียนระบุถัดจากรายการทักษะของคุณว่าคุณมีความเชี่ยวชาญระดับไหนในทักษะนั้น ๆ อาจจะระบุว่าเป็น ‘ขั้นสูง’ ‘ปานกลาง’ ‘ระดับเริ่มต้น’ หรือเขียนเป็นเปอร์เซ็นต์

    หมายเหตุ: ห้ามสร้างทักษะที่คุณไม่มีขึ้นมาเอง จงเขียนตามความจริง เพราะมีโอกาสมากที่คุณจะถูกถามเกี่ยวกับทักษะเหล่านั้นในระหว่างการสัมภาษณ์

    ส่วนที่ 6 เหตุผลในการสมัคร ถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในเรซูเม่อย่างปฎิเสธไม่ได้ ในส่วนนี้คุณจำเป็นต้องเขียนบรรยายอย่างชัดเจนและกว้างขวางครอบคลุมว่าทำไมคุณถึงต้องการทำงานในตำแหน่งนี้ และที่สำคัญไปกว่านั้นทำไมคุณถึงเหมาะกับงานนี้ที่สุด โดยสรุปคือ คุณต้องทำให้ผู้คัดเลือกเชื่อว่าคุณคือ “คนที่พวกเขาตามหา” ฉันแนะนำเป็นอย่างยิ่งให้คุณพยายามใช้ทักษะเฉพาะหรือประสบการณ์ในอดีต (ด้านการศึกษาหรือการทำงาน) กับบริษัทหรืองานที่คุณกำลังสมัครอยู่

    ส่วนที่ 7 เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมุ่งหวังในการทำงาน ซึ่งควรมีเนื้อหาที่เชื่อมโยงตำแหน่งงานเข้ากับบริษัทที่คุณกำลังสมัครอยู่ แต่สำหรับงานพาร์ทไทม์นั้น ส่วนนี้ดูจะไม่ค่อยมีความสำคัญเท่าไหร่ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการอธิบายนั้นแล้วแต่เคสของแต่ละคน ซึ่งจะสำคัญมากที่สุดในกรณีที่คุณต้องการหางานทำในระยะยาว และเพื่อเป็นบันไดในการไต่เต้าไปสู่ตำแหน่งสูง ๆ ขึ้นไป

    มาสรุปส่งท้ายกัน

    job-hunting-in-japan

    การทำงานพาร์ทไทม์ในประเทศญี่ปุ่นเป็นโอกาสที่ดีในการทำความคุ้นเคยกับมารยาททางธุรกิจ ขั้นตอนการรับคัดเลือกบุคคลเข้าทำงาน การเพิ่มพูนความสามารถในการใช้ภาษาญี่ปุ่น และยังเป็นการทำให้คุณมีรายได้เสริมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นงานไหนก็ตามที่คุณต้องเขียนเรซูเม่เพื่อสมัคร คุณก็ควรจะทำด้วยความคิดที่ว่านี่อาจเป็นโอกาสเดียวที่คุณจะสามาถทำให้คนคัดเลือกประทับใจได้ จงใช้เวลาในการสร้างความประทับใจแรกที่ดี เพราะนี่อาจจะเป็นตัวชี้วัดว่าคุณจะถูกเชิญให้เข้ารับการสัมภาษณ์หรือไม่

    ท้ายนี้ ฉันอยากจะบอกให้คุณเตรียมตัวให้พร้อมกับการถูกปฎิเสธ (มันจะเกิดขึ้นบ่อยมากกว่าที่คุณจะจินตนาการได้เสียอีก) และจงพยายามต่อไป มันจะต้องมีงานที่เป็นของคุณสักงาน ความขยันหมั่นเพียรคือ กุญแจสำคัญในการหางาน อย่ายอมแพ้ล่ะ!

    *Featured Image: jp.fotolia.com/