มารู้จักระดับความสุภาพของภาษาญี่ปุ่นกันเถอะ

  • ภาษา
  • วัฒนธรรม
  • เรารู้กันอยู่แล้วว่าภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่ยากที่สุดในการเรียนรู้ มันยากมากที่จะเก่งได้ในระดับเป็นผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ เคโกะ (敬語 keigo) ซึ่งเป็นวิธีการสื่อสารที่แสดงถึงความสุภาพ สถานะ และการแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตน โดยภาษาญี่ปุ่นนั้นจะแบ่งเป็น 3 ประเภทคือ 1) ภาษาสุภาพ (เชิงมารยาท) 2) ภาษายกย่อง และ 3) ภาษาถ่อมตัว

    1. ภาษาสุภาพ (เชิงมารยาท)

    ในบรรดาทั้งหมดของภาษาสุภาพนั้น ภาษาสุภาพ (เชิงมารยาท) หรือเรียกว่า “เทเนโกะ (丁寧形-teineigo)” ในภาษาญี่ปุ่น เป็นอันที่ง่ายที่สุดเพียงแค่เติม ‘ます มัส (masu)’ ที่ท้ายของคำกริยา

    • กริยากลุ่มที่ 1 จะมีการเปลี่ยน “กริยารูปพจนานุกรม” ตัวสุดท้ายเป็นเสียง อิ
      เช่น ไป 行く (อิกุ iku)
      กลายเป็น 行きます (อิกิมัส ikimasu) โดยการเปลี่ยน く (กุ ku) เป็น き (กิ ki) และเพิ่ม ます (มัส masu)
    • กริยากลุ่มที่ 2 ตัด る ทิ้ง แล้วเติม ます
      เช่น กิน 食べる (ทาเบรุ taberu) จะกลายเป็น 食べます (ทาเบมัส tabemasu) โดยตัด る (รุ ru) ที่คำกริยาและเติม ます (มัส masu)
    • กริยากลุ่มที่ 3 ทำ する (สึรุ suru) จะกลายเป็น します (ชิมัส shimasu) และ มา 来る (คุรุ kuru) กลายเป็น 来ます (คิมัส kimasu)

    ทั้งนี้ในภาษาญี่ปุ่นมีกริยา 3 กลุ่มที่มีกฏในการผันที่แตกต่างกัน ซึ่งเราได้ยกตัวอย่างให้พอเห็นภาพ แต่คุณสามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎเหล่านี้ได้

    ในส่วนของคำนามนั้นก็ไม่ยาก เพียงเติม ‘です เดส (desu; คล้าย verb to be ในภาษาอังกฤษ)’ หลังคำนาม ตัวอย่างเช่น かばん (คาบัง kaban-กระเป๋า) คุณก็แค่พูดว่า ‘かばんです (คาบังเดส Kaban desu)’ ดังนั้น หากต้องการพูดชื่อตัวเอง คุณเพียงใส่ です (เดส desu) ตามหลังชื่อ เพื่อทำให้สุภาพมากขึ้น เช่น ‘ニシャー です (ณิชา เดส)’

    2. ภาษารูปยกย่อง

    ภาษายกย่อง หรือ ที่เรียกว่า ซงเคโกะ (尊敬語 sonkeigo) ในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งจะใช้เมื่อพูดถึงอีกฝ่ายที่มีสถานะสูงกว่าผู้พูด เช่น หัวหน้า การพูดกับผู้สูงอายุ ลูกค้า หรือ คนที่คุณเพิ่งพบเจอ (ไม่สนิทหรือไม่รู้จัก) ในกรณีนี้คำกริยาจะเปลี่ยนรูปดังนี้

    • กิน 食べる (ทาเบรุ taberu) จะกลายเป็น 召し上がる (เมชิอะการุ meshiagaru)
    • ไป 行く (อิกุ iku) ก็กลายเป็น いらっしゃる (อิรัสชะรุ irassharu)
    • ทำ する (ซึรุ suru) กลายเป็น なさる (นาซารุ nasaru)

    ถ้าเราต้องการให้สุภาพมากขึ้น เราจะเปลี่ยนคำกริยารูปยกย่องนี้ โดยการใช้ “ます มัส (masu)”

    • 召し上がる (เมชิอะการุ meshiagaru) จะผันเป็น 召し上がります (เมชิอะการิมัส meshiagarimasu)
    • いらっしゃる (อิรัสชะรุ irassharu) กลายเป็น いらっしゃいます (อิรัสชะอิมัส irasshaimasu)
    • なさる (นาซารุ nasaru) จะกลายเป็น なさいます (นาซะอิมัส nasaimasu) (ซึ่งคำกลุ่มนี้จะผันแตกต่างจากกลุ่มอื่น)

    ส่วนคำนามและคำกริยาอื่น ๆ จะผันเป็นรูปยกย่องได้โดยการเติม お (โอะ o) และ ご (โกะ go) นำหน้าคำที่ต้องการ (คุณสามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักไวยากรณ์ของเรื่องนี้ เนื่องจากบางคำมีข้อยกเว้นในการผันรูป)

    3. ภาษาถ่อมตัว

    ในภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า เค็นโจโกะ (謙譲語 Kenjougo) จะใช้เมื่อพูดเกี่ยวกับตัวเองหรือการกระทำของตัวเอง เพื่อแสดงความสุภาพกับคนที่เราพูดด้วย (ในกรณีที่ผู้ที่เราคุยด้วยมีสภานะสูงกว่า) เช่น

    • กิน 食べる (ทาเบรุ taberu) จะกลายเป็น いただく (อิทาดาคุ itadaku) ซึ่งผันเป็น いただきます (อิทาดาคิมัส itadakimasu เป็นคำที่พูดก่อนรับประทานอาหาร)
    • ไป 行く (อิกุ iku) กลายเป็น まいる (มาอิรุ mairu) และผันเป็นรูปสุภาพ まいります (มาอิริมัส mairimasu)
    • ทำ する (สึรุ suru) จะกลายเป็น いたす (อิตาซึ itasu) ซึ่งผันเป็นรูปสุภาพได้ว่า いたします (อิตาชิมัส itashimasu)
    มาสรุปส่งท้ายกัน

    ภาษาถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม หรือเป็นวัฒนธรรมโดยตัวของภาษาเอง ภาษาสุภาพที่ใช้ในประเทศญี่ปุ่นนั้น แสดงให้เห็นว่าชาวญี่ปุ่นให้เกียรติผู้ที่มีสถานะทางสังคมเหนือกว่า และยังแสดงถึงความอ่อนน้อมถ่อมตนอีกด้วย สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของลำดับชั้นในสังคม (แม้แต่ในกลุ่มของตนเอง) รวมถึงสะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมของการเป็นผู้อาวุโสหรือการเป็นผู้น้อย – ความสัมพันธ์แบบรุ่นพี่-รุ่นน้อง (ในญี่ปุ่นเรียกว่า 先輩-後輩 (เซ็มไป-โควไฮ) อีกทั้งยังแสดงถึงความสุภาพของชาวญี่ปุ่นเอง ซึ่งเราสามารถเรียนรู้วัฒนธรรมของคนแต่ละประเทศจากการเรียนรู้ภาษานั่นเอง