5 อุโมงค์ธรรมชาติที่งดงามชวนฝันในฤดูกาลต่าง ๆ ของญี่ปุ่น

  • จุดเยี่ยมชม
  • พื้นที่อื่นๆ
  • ประเทศญี่ปุ่นเป็นที่รู้จักในฐานะของประเทศที่อุดมไปด้วยธรรมชาติอันงดงามและมหัศจรรย์ แล้วจะมีอะไรเหมาะกับการซึมซับฤดูกาลของญี่ปุ่นไปมากกว่าการเยี่ยมชมสถานที่ที่อุดมไปด้วยพฤกษาธรรมชาติอย่างใบไม้และดอกไม้นานาพันธุ์

    ไม่ว่าคุณจะเดินทางไปญี่ปุ่นในฤดูอะไร อย่าลืมไปเยี่ยมชมสถานที่เหล่านี้สักครั้ง ไม่ว่าจะเป็นความงดงามในช่วงเวลาอันแสนสั้นของซากุระในฤดูใบไม้ผลิ หรือสีร้อนแรงดั่งไฟของฤดูใบไม้ร่วง ประเทศญี่ปุ่นมีธรรมชาติอันงดงามให้เยี่ยมชมตลอดทั้งปี และการเดินเท้าผ่านอุโมงค์ที่มีสีสันหลากหลายก็นับเป็นหนึ่งในวิธีซึบซับความงามที่ดีที่สุด นี่คืออุโมงค์ธรรมชาติอันงดงาม 5 อันดับทั่วประเทศญี่ปุ่น!

    1. อุโมงค์ดอกวิสทีเรีย คิตะคิวชู (Wisteria Tunnel)

    นี่คือสถานที่ที่ฉันชอบมากที่สุดเป็นการส่วนตัว ภาพวาดของดอกวิสทีเรียนั้นปรากฎในศิลปะของญี่ปุ่นมานานหลายร้อยปี ดอกไม้ที่ห้อยยาวลงมานี้เรียงร้อยกันออกมาเป็นภาพที่งดงามจนยากจะละสายตาได้ ดอกวิสทีเรียสีม่วงที่ทิ้งตัวลงมาจากกิ่งไม้อาจจะไม่ใช่อะไรแปลกใหม่ แต่รู้ไหมว่าที่จริงแล้วดอกวิสทีเรียมีหลายสี ทั้งสีขาว ม่วงอ่อน และม่วงเข้ม

    ที่สวนคาวาจิฟุจิในคิตะคิวชูนั้น มีดอกวิสทีเรียอยู่มากมาย คิตะคิวชูเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในเกาะคิวชูซึ่งอยู่ทางใต้ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองนางาซากิด้วยเช่นกัน สวนแห่งนี้เป็นสวนของภาคเอกชน แต่คุณสามารถเข้าชมได้โดยจ่ายค่าเข้าชมเล็กน้อยราคาตั้งแต่ 500 ไปจนถึง 1,500 เยน ขึ้นอยู่กับสภาพของดอกไม้ในขณะนั้น ที่นี่ไม่ได้ให้คุณได้ชื่นชมผ่านการมองเท่านั้น แต่ผ่านทางเสียงและกลิ่นด้วยเช่นกัน ดอกวิสทีเรียเป็นที่ชื่นชอบของแมลงภู่ ซึ่งจะบินไปทั่วทั้งบริเวณอย่างช้า ๆ และดอกฮิสทีเรียนั้นมีกลิ่นหอมมาก ลองจินตนาการตอนที่คุณเดินผ่านอุโมงค์ที่มีดอกไม้มากกว่า 150 ต้นเบ่งบานดูสิ! ขอแนะนำให้เดินทางไปที่นี่ด้วยแท็กซี่หรือรถยนต์ส่วนตัว คุณสามารถนั่งรถบัสไปได้เช่นกัน แต่รถจะแน่นมากในช่วงที่ดอกไม้บาน โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวโกลเด้นวีค (ปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคม)

    คุณสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่ (เฉพาะภาษาอังกฤษ) และ ที่นี่สำหรับวิธีการเดินทาง

    2. อุโมงค์ซากุระ มิยางิ

    สำหรับฉัน ฤดูซากุระเป็นสิ่งที่ห้ามพลาดเด็ดขาดหากคุณได้ไปเยือนญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ผลิ คุณสามารถไปเยี่ยมชมซากุระได้หลากหลายที่ทั่วประเทศ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่คุณเดินทางมาถึง ในเมืองใหญ่อย่างเช่น โตเกียว เกียวโต หรือโอซาก้า เทศกาลดอกซากุระจะมีคนเข้าร่วมอย่างหนาแน่น แต่ก็ทำให้ได้สัมผัสบรรยากาศงานเทศกาลอันน่าประทับใจ

    หากคุณต้องการเยี่ยมชมดอกไม้อันบอบบางเหล่านี้ในบรรยากาศเงียบ ๆ ล่ะก็ แนะนำให้ลองเดินทางไปยังที่ห่างไกลผู้คนสักหน่อยอย่างที่จังหวัดมิยางิ ทางเหนือของฟุคุชิมะ ซึ่งมีเมืองเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า “โอกาวาระ” เมืองนี้มีจำนวนประชากรเพียง 23,000 คนและประกอบอาชีพทางการเกษตรเป็นหลัก คุณสามารถเดินทางไปโอกาวาระได้ง่าย ๆ โดยการนั่งรถไฟสายหลัก JR East Tohoku จากโตเกียว เกียวโต หรือโอซาก้า หรือขับรถเลียบทางรถไฟไปตามทางหลวงโทโฮคุ

    การได้เห็นเมืองเล็ก ๆ ของญี่ปุ่นนับเป็นประสบการณ์ที่ดีอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณได้มีโอกาสเยี่ยมชมอุโมงค์ซากุระในเมืองโอกาวาระ อุโมงค์ความยาวประมาณเกือบหนึ่งกิโลเมตรที่มีกิ่งต้นซากุระโน้มลงมาตลอดทาง ในช่วงฤดูใบไม้ผลิกิ่งเหล่านี้จะประดับประดาด้วยกลีบดอกสีชมพูอ่อนและสีขาวปกคลุมตลอดทางเดิน ที่นี่เป็นจุดชมดอกไม้ หรือ ‘ฮานามิ’ ที่ตัดขาดจากความวุ่นวายและยังสวยงามมาก แม้คุณจะมาไม่ทันช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิที่ดอกไม้กำลังเบ่งบาน ก็ยังสามารถมาเยือนเมืองนี้ได้ในฤดูร้อนหรือฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งในฤดูใบไม้ร่วงใบของต้นซากุระจะเปลี่ยนสี นอกจากนี้แม่น้ำของที่นี่ยังงดงามมากในช่วงฤดูร้อน

    สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่ สำหรับการเดินทาง

    3. อุโมงค์ต้นไผ่ เกียวโต

    การเดินทางไปยังทิศตะวันออกของญี่ปุ่นนั้น จะทำให้คุณได้เห็นต้นไผ่มากมาย หากใครเคยมาเยือนแล้วก็น่าจะเคยเห็นภาพของป่าไผ่ที่ขึ้นอยู่ทั่วไปจากหน้าต่างของรถไฟ

    สถานที่ขึ้นชื่อของเกียวโตคือ อาราชิยามะและป่าไผ่ของที่นั่น คุณสามารถเดินตามเส้นทางที่ได้รับการดูแลและตกแต่งอย่างดี ผ่านต้นไผ่สูงตระหง่าน โดยมีแสงอาทิตย์ทาบผ่านลงมาเป็นจุด ๆ คุณสามารถมาเยี่ยมชมที่นี่ได้ทุกช่วงของปี โดยในฤดูหนาวพื้นของที่นี่จะมีหิมะประปรายและอากาศเย็นสดชื่นนั้นจะทำให้สีเขียวของต้นไผ่ยิ่งดูสดใส ในช่วงฤดูใบไม้ผลิต้นไผ่จะแตกหน่อใหม่และเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนในช่วงฤดูร้อนเสียงฝนประปรายที่กระทบกับต้นไผ่ก็ชวนให้เพลิดเพลิน และในช่วงฤดูใบไม้ร่วงลมเย็น ๆ พัดผ่านให้ต้นไผ่สั่นไหว สร้างเสียงดนตรีที่ไพเราะให้คุณได้ฟัง

    เขตอาราชิยามะของเกียวโตนั้นเดินทางไปได้ง่าย ๆ ผ่านทางสถานีอาราชิยามะทางตะวันตกของเกียวโต อย่าลืมไปเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ พร้อมชิมอาหารอร่อย ๆ ตามร้านค้าหรือคาเฟ่ และเดินเล่นสบาย ๆ ผ่านอุโมงค์ต้นไผ่ด้วยล่ะ

    สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่ สำหรับการเดินทาง

    4. อุโมงค์ต้นเมเปิ้ล คาวากุจิโกะ

    ฤดูใบไม้ร่วงนั้นทำรายได้ให้ประเทศญี่ปุ่นอย่างมหาศาล เป็นรองแต่เพียงฤดูซากุระในช่วงฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้ทั้งหลายตั้งแต่เกาะฮอกไกโดทางเหนือไปจนถึงทางใต้ของคิวชูจะเปลี่ยนสีจากสีเขียวสดไปเป็นสีส้ม แดง และเหลืองที่ดูร้อนแรงราวกับไฟ สิ่งหนึ่งที่ทำให้การชมใบไม้ร่วงดีกว่าซากุระคือ การที่สีสันของใบไม้นั้นคงทนอยู่ประมาณสองสัปดาห์ ดังนั้นคุณจึงไม่ต้องกังวลว่าจะพลาดสีสันของใบไม้เหล่านี้แม้จะเดินทางมาญี่ปุ่นเพียงไม่กี่วัน

    ทะเลสาบคาวากุจิที่อยู่บริเวณภูเขาไฟฟูจินั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูใบไม้ร่วง ต้นเมเปิ้ลจำนวนมากที่ถูกปลูกไว้รอบ ๆ ทะเลสาบ ทำให้ออกมาเป็นภาพของภูเขาไฟฟูจิที่มียอดขาวปกคลุมไปด้วยหิมะถูกรายล้อมด้วยใบไม้สีแดง คุณจะได้เดินเท้าผ่านอุโมงค์ใบไม้สีเพลิง พลางดื่มด่ำกับบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงที่อยู่โดยรอบ หากคุณมาไม่ทันฤดูใบไม้ร่วง คุณยังสามารถมาเยี่ยมชมได้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนที่ใบไม้สีเขียวสะท้อนแสงแดดอย่างงดงาม

    สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น) และข้อมูลการเดินทางได้ที่นี่

    5. อุโมงค์ต้นกิงโกะ โตเกียว

    ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ นอกจากใบเมเปิ้ลจะเปลี่ยนเป็นสีแดงแล้ว ใบกิงโกะยังเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอีกด้วย ต้นกิงโกะในญี่ปุ่นนั้นถูกปลูกเอาไว้ตามที่ต่าง ๆ ไม่ได้ขึ้นเองตามธรรมชาติ ทำให้วิวทิวทัศน์ของต้นไม้สวยงามมาก สีเหลืองมักทำให้คนนึกถึงดอกไม้ที่เบ่งบานในฤดูร้อน ซึ่งในญี่ปุ่นใบของต้นไม้เหล่านี้จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสะพรั่งนานอยู่หลายสัปดาห์

    คุณสามารถชมต้นกิงโกะสีเหลืองอร่ามได้หลายที่ทั่วญี่ปุ่น หนึ่งในนั้นคือ ฝั่งตะวันตกของโตเกียวที่เรียกว่า เมจิ จิงงู ไกเอ็ง ถนนสายนี้ถูกออกแบบเพื่อรำลึกถึงจักรพรรดิเมจิที่สิ้นพระชนม์ไปแล้ว คุณอาจจะสับสนเรื่องที่ตั้งของถนนเส้นนี้เพราะมันไม่ได้ตั้งอยู่ในศาลเจ้าเมจิจิงงู (ซึ่งถูกสร้างเพื่ออุทิศให้กับจักรพรรดิเมจิเช่นกัน) แต่อยู่ห่างออกไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร ที่นี่เป็นโอเอซิสที่เงียบสงบ คุณสามารถเดินย่างกรายผ่านพรมสีทองจากใบกิงโกะที่อยู่บนพื้นและดื่มด่ำกับอากาศเย็นสบายของฤดูใบไม้ผลิ

    สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ (เฉพาะภาษาอังกฤษ) และข้อมูลการเดินทางได้ที่นี่

    ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนก็ตาม ลองดื่มด่ำไปกับสีสันอันหลากหลายของธรรมชาติที่ญี่ปุ่น ซึ่งคุณสามารถเลือกได้ตั้งแต่สีขาว เขียว ม่วง ชมพู เหลือง หรือแดง ประเทศญี่ปุ่นเป็นสถานที่ที่เมื่อได้มาเยือนแล้วยากจะลืมเลือน ลองแวะไปเยี่ยมชมอุโมงค์ธรรมชาติเหล่านี้ให้ได้ล่ะ!