มาพิสูจน์กันว่าทุกอย่างในประเทศญี่ปุ่นนั้น ‘แพง’ จริงไหม?

  • วัฒนธรรม
  • สังคม
  • ก่อนที่ผมจะมาที่ญี่ปุ่น ผมพอจะรู้มาก่อนอยู่แล้วว่าญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศแบบไหน มันต้องเป็นประเทศที่ล้ำอนาคตมาก ๆ เต็มไปด้วยผู้คนที่สุภาพ เป็นประเทศที่รุ่มรวยไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม รวมถึงค่าครองชีพที่ ‘แพง’ แต่สิ่งที่ผมคิดไปเองนี้ก็ถูกต้องเพียงแค่บางส่วน แต่ก็มีที่ผมเข้าใจผิดไปเองเช่นกัน แล้วถ้าเป็นเรื่องของค่าใช้จ่ายล่ะ? เมื่อพูดถึงบ้านใหม่ที่อยากซื้อหรือที่ ๆ อยากไปเที่ยวแล้ว ค่าใช้จ่ายเป็นปัจจัยหลักที่คนจะคำนึงถึงกัน และหลายคนก็มักมีความเข้าใจผิด ๆ เกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่ายในญี่ปุ่น ดังนั้น เรามาหาคำตอบให้กับคำถามที่ว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ ‘แพง’ (ขนาดนั้น) หรือไม่กันดูเถอะ

    การเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน

    การที่เราจะรู้ได้ว่าญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่ ‘แพง’ ไหม เราต้องไปดูที่อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินเยนก่อน ประเทศญี่ปุ่นอาจจะเป็นประเทศที่ ‘แพง’ แต่ค่าเงินเยนนั้นมีมูลค่าลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2012-2015 ทำให้ญี่ปุ่นมีค่าครองชีพที่ต่ำลงและกลายเป็นประเทศที่ไม่ค่อย ‘แพง’ สำหรับการอยู่อาศัยอีกต่อไปเมื่อเทียบกับในอดีต ในปี 2016 หนึ่งดอลล่าร์สหรัฐมีมูลค่าประมาณ 108 เยน และมีมูลค่า 109 เยน ในปี 2017

    เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2015 ค่าเงินเยนอ่อนตัวลง ทำให้หนึ่งดอลล่าร์สหรัฐมีมูลค่า 120 เยน หรือ ก่อนหน้านั้น 1 ปี (เดือนตุลาคม ปี 2014) เงินเยนมีมูลค่าอยู่ที่ 108 เยนต่อหนึ่งดอลล่าร์สหรัฐ และก่อนหน้านั้นอีก 3 ปี (เดือนตุลาคม ปี 2011) เป็นช่วงที่เงินเยนแข็งค่าที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยหนึ่งดอลล่าร์สหรัฐมีมูลค่า 77 เยนเท่านั้น จะเห็นได้ว่าในระยะเวลา 4 ปี มูลค่าของเงินเยนนั้นตกไปถึง 50 เยนเมื่อเทียบกับเงินดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มหาศาล

    การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินเยนนี้นำมาซึ่งทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อเสียก็คือ สำหรับผู้ที่ไม่ใช่ชาวญี่ปุ่นและอาศัยอยู่ในญี่ปุ่นระยะยาว เงินของพวกเขานั้นกลับมีมูลค่าน้อยลงเรื่อย ๆ ทุกปีเมื่อเทียบกับสกุลเงินของประเทศแม่ แต่ข้อดีก็คึอ สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวญี่ปุ่น เงินของพวกเขามีมูลค่ามากขึ้นกว่าที่เคยเป็นในอดีต อย่างไรก็ตาม ข้อเสียก็ไม่ได้จะแย่เสมอไป มูลค่าเงินสำหรับคนที่อยู่ในญี่ปุ่นระยะยาวอาจจะมีค่าลดลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น แต่ค่าครองชีพในญี่ปุ่นก็ต่ำลงด้วยเช่นกัน ซึ่งนั่นหมายความว่ารายจ่ายของพวกเขาก็จะลดลงไปด้วย ค่าครองชีพที่ต่ำยังหมายถึงความเป็นไปได้มากขึ้นที่จะเก็บออมเงิน เงินเก็บอาจจะมีจำนวนไม่มาก แต่เมื่อคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วก็ถือว่าเพิ่มขึ้นพอสมควร

    อะไรในญี่ปุ่นที่แพง?

    เช่นเดียวกับทุกประเทศ ของบางอย่างในญี่ปุ่นก็มีราคาแพงกว่าประเทศอื่น ๆ และสถานที่ตั้งก็มีผลด้วย ในโตเกียว อพาร์ตเม้นต์ที่อยู่ในทำเลดี ๆ และมีขนาดใหญ่จะมีราคาแพงมาก อย่างไรก็ตามคุณสามารถหาอพาร์ตเม้นต์ดี ๆ ที่มีราคาถูกลงได้ ถ้าเลือกอาศัยอยู่ห่างจากตัวเมืองหลัก ๆ มาอยู่ในบริเวณชานเมืองแทน

    การท่องเที่ยวในญี่ปุ่นก็ถือเป็นดาบสองคมเช่นกัน ในด้านหนึ่งคุณสามารถได้รับข้อเสนอพิเศษ เช่น เจแปนเรลล์พาสและตั๋วเครื่องบินราคาถูกของสายการบินต่าง ๆ การท่องเที่ยวตามเมืองเล็ก ๆ ก็เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลเช่นกัน เพราะคุณสามารถใช้บริการรถบัสข้ามจังหวัดได้ในราคาไม่กี่ร้อยเยน และรถรางสาธารณะตามต่างจังหวัดก็มีราคาไม่แพง แต่สำหรับผู้อยู่อาศัยในญี่ปุ่นระยะยาวที่ไม่สามารถหาตั๋วในราคาพิเศษได้ การใช้บริการรถไฟฟ้าชินคันเซ็นนั้นเป็นค่าใช้จ่ายที่แสนแพง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องใช้บริการจากเครื่องจำหน่ายตั๋วที่ไม่เคยให้ข้อมูลที่ตรงกันเลยเกี่ยวกับการจองที่นั่งบนรถไฟ

    ผลไม้ในญี่ปุ่นก็มีราคาแพงโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ๆ ซึ่งผลไม้ตามฤดูกาลนั้นจะมีราคาถูกกว่า แต่คุณก็อาจเจอกับแอปเปิ้ลที่มีราคาสูงกว่าผลไม้ชนิดอื่นมาก และยังมีผลไม้ที่ราคาแพง เช่น แตงโม บลูเบอร์รี่ อะโวคาโด และอื่น ๆ นอกจากนี้คุณสามารถพบผลไม้ชนิดเดียวกันในราคาที่ถูกกว่าได้บนชั้นวางเดียวกัน นั่นเป็นเพราะผลไม้เหล่านี้ถูกปลูกโดยชาวบ้านในพื้นที่ หรือนำเข้ามาจากประเทศจีน และบ่อยครั้งคุณก็สามารถซื้อกระเทียมจากจีนทั้งถุงได้ในราคาเดียวกับกระเทียมญี่ปุ่นแค่หัวเดียว

    อะไรที่ถูกอย่างไม่น่าเชื่อในญี่ปุ่น?

    การทานอาหารนอกบ้านนั้นถือเป็นเรื่องปกติในประเทศญี่ปุ่น แถมราคาไม่แพงมากเพราะที่ร้านอาหารมักจะมีโปรโมชั่นพิเศษที่บางครั้งก็มีราคาถูกกว่าการทำอาหารทานเองที่บ้านเสียอีก โดยเฉพาะมื้ออาหารกลางวันที่มีค่าใช้จ่ายแค่ 500 เยน (หรือน้อยกว่า) และคุณสามารถเลือกเซ็ตอาหารกลางวันหลายเซ็ตได้ในราคาแค่ 1,000 เยนหรือต่ำกว่านั้น แม้ว่าคุณจะใช้เวลาในญี่ปุ่น (ทั้งอยู่อาศัยหรือท่องเที่ยว) ภายใต้งบประมาณที่จำกัด คุณก็สามารถทานอาหารตามร้านได้หลายครั้งต่อสัปดาห์โดยที่ไม่ทำให้กระเป๋าของคุณฉีก

    สำหรับการซื้อของนั้น สินค้าหลายอย่างก็มีราคาไม่แพง ผักและผลไม้ตามตลาดสดมีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับซุูเปอร์มาร์เก็ต แต่สำหรับอาหารแห้ง อาหารกระป๋อง นมเนย ปลา และเนื้อสัตว์แล้ว ซุูเปอร์มาร์เก็ตมักจะขายในราคาที่เหมาะสมและมีสินค้าคุณภาพดี แถมมีหลายยี่ห้อให้คุณเลือก บางยี่ห้อก็มีราคาที่ถูกกว่าสำหรับสินค้าชนิดเดียวกัน นอกจากนี้แม้ว่ายารักษาโรคมีราคาค่อนข้างแพง แต่เครื่องสำอางที่ขายในร้านขายยากลับมีราคาถูกกว่ามากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณซื้อแบรนด์เครื่องสำอางของญี่ปุ่น

    สินค้าหรูหราก็มีราคาไม่แพง บางครั้งผมได้ยินคนหนุ่มสาวบ่นกันว่าเครื่องดื่มและค่าเข้าตามบาร์ที่ไปเที่ยวกันนั้นมีราคาแพง แต่ถ้าคุณเลือกไปดื่มที่บาร์บ้าน ๆ แทนไนท์คลับ (หรือจะให้ดีเลย ซื้อจากร้านขายของกลับไปดื่มที่บ้าน) เพราะญี่ปุ่นนั้นเป็นสวรรค์สำหรับนักดื่ม มีไวน์คุณภาพดีในราคาถูก ส่วนเครื่องดื่มที่ผลิตในประเทศ เช่น เบียร์ญี่ปุ่น ชูไฮและค็อกเทลก็ยิ่งมีราคาถูกเข้าไปอีก

    มาส่งท้ายกันหน่อย

    สรุปแล้ว ญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่ ‘แพง’ จริงหรือ? ไม่จริงเลย! โดยเฉพาะถ้าคุณรู้แหล่งซื้อของและรู้ว่าที่ไหนมีส่วนลดดี ๆ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของคุณเองด้วย ถ้าคุณกำลังวางแผนไปเที่ยวญี่ปุ่น และกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย ลองพิจารณาการซื้อสินค้าราคาแพง ๆ ว่ามันจำเป็นสำหรับคุณไหม ถ้าคุณต้องการพักที่ห้องไบรดัล สวีท (Bridal Suite) ของโรงแรมนิกโกะ ทานซาชิมิที่ร้านอาหารญี่ปุ่นหรู ๆ ทุกคืน และมีคนนำเที่ยวส่วนตัวแล้วล่ะก็ ทริปของคุณก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายสูงลิ่วแน่นอน แต่ถ้าคุณพักที่เรียวกังที่เรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ ทานอาหารกลางวันราคาไม่แพงตามร้านอาหารที่มีสาขามากมาย เช่น Yoshinoya หรือ Coco Curry house และวางแผนที่จะไปเที่ยวตามสถานที่ที่มีค่าเข้าไม่แพง (หรือฟรี) เช่น ตามพิพิธภัณฑ์ สุสาน และวัดแล้ว ทริปญี่ปุ่นของคุณก็จะกลายเป็นทริปสบายกระเป๋าในราคาเบา ๆ ได้ไม่ยาก!