โอมากาเสะ หรือ โอโคโนมิ? : มาเลือกซูชิในแบบของคุณ!

  • เคล็ดลับ
  • ข้อดีของการทานซูชิ คือ เราสามารถใช้มือหยิบซูชิทานได้เลยโดยที่ไม่ต้องใช้ตะเกียบและไม่ต้องกังวลเรื่องมารยาท แต่สิ่งที่ดีกว่านั้น คือ เราสามารถเลือกได้ว่าจะสั่งซูชิแบบไหน ซึ่งโดยมากจะมี 2 แบบด้วยกัน คือ โอมากาเสะและโอโคโนมิ (Omakase and Okonomi) แต่ถ้าคุณไม่คุ้นเคยกับการสั่งซูชิแต่ละแบบ คุณอาจจะตกใจกับราคาได้ ดังนั้นมาทำความรู้จักโอมากาเสะและโอโคโนมิกันก่อนดีกว่า

    โอมากาเสะ (Omakase): เมนูเชฟแนะนำ

    โอมากาเสะ (Omakase) แปลว่า ฉันจะปล่อยให้คุณจัดการเอง ซึ่งหมายถึง “คุณจะให้เชฟคิดเมนูอาหารให้” โดยให้อิสระเชฟได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการทำอาหาร และคุณจะไม่สามารถขออะไรตามความต้องการได้ ดังนั้นโอมากาเสะไม่เหมาะสำหรับร้านอาหารที่มีหลายสาขาที่ต้องใช้วัตถุดิบที่จำกัดหรือคนที่มีนิสัยช่างเลือกเวลาทานอาหาร

    แต่ถ้าคุณต้องการให้การทานซูชิของคุณเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำและพร้อมที่จะจ่ายเงินจำนวนมากแล้ว โอมากาเสะก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะเชฟจะรู้ดีว่าปลาและอาหารทะเลอย่างไหนสดและจะตั้งใจเสิร์ฟอาหารจากวัตถุดิบที่สดใหม่และเมนูพิเศษที่คุณอาจไม่เคยได้ทานมาก่อน

    แต่คุณก็ต้องเตรียมตัวให้ดีเพราะราคาของโอมากาเสะอาจสูงถึง 20,000 เยนเลยทีเดียวขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน นั่นเป็นเพราะว่าเชฟได้ทำอาหารที่ยอดเยี่ยมที่สุดให้คุณได้ลิ้มลองนั่นเอง

    โอโคโนมิ (Okonomi): เมนูตามใจตัวเอง

    หากคุณไม่ได้ต้องการทานซูชิราคาแพงให้เลือกแบบโอโคโนมิ เพราะเป็นการสั่งซูชิที่คุณอยากทานจริง ๆ ตามร้านซูชิบางแห่งจะเสิร์ฟซึมามิ (tsumami) ซึ่งเป็นอาหารทานเล่นก่อนแล้วค่อยเสิร์ฟซูชิตาม แต่ลูกค้าก็สามารถเลือกทานแต่ซูชิได้ ร้านซูชิบางร้านอาจจะถามถึงงบของลูกค้าและจะปรับรูปแบบซูชิที่เสิร์ฟตามงบประมาณของลูกค้า เพราะว่าหน้าซูชิบางหน้ามีราคาแพงเป็นพิเศษ เช่น โอโทโร่ (ปลาทูน่ามัน ๆ) หรือหอยเม่นคุณภาพดี

    เมื่อรู้จักโอมากาเสะและโอโคโนมิแล้ว คุณอยากเลือกสั่งซูชิแบบไหนมากที่สุด?