5 คำเลียนเสียงธรรมชาติในภาษาญี่ปุ่น (ที่ไม่ได้หมายถึง เสียง!)

  • ภาษา
  • อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า สัทพจน์ หรือ คำเลียนเสียงธรรมชาติ มีความแตกต่างกันไปในแต่ละภาษา ยกตัวอย่างเช่น ในภาษาไทยใช้คำว่า “โฮ่ง” แทนเสียงเห่าของสุนัข ขณะที่ในภาษาญี่ปุ่นใช้คำว่า “วัง (wan/ ワン)” จากความแตกต่างเหล่านี้ เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ เช่น หนังสือการ์ตูนในประเทศอเมริกาเต็มไปด้วยคำว่า Bam! (เสียงของการกระแทก) และ Kaboom! (เสียงของการระเบิด) แต่มังงะของญี่ปุ่น ใช้คำว่า ドーン! (ดง!) และ バン! (บัน/บัม!) นอกจากนี้คุณทราบหรือไม่ว่า ในภาษาญี่ปุ่นยังมีคำเลียนเสียงธรรมชาติที่ไม่ได้ใช้แทน “เสียง” อยู่ด้วย! แต่เป็นคำที่แสดงถึงอากัปกิริยา ความรู้สึก หรือ บรรยากาศต่าง ๆ ซึ่งก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับคำเลียนเสียงธรรมชาติในภาษาญี่ปุ่นกัน ซึ่งแบ่งเป็น 5 ประเภท คือ

    1. Giseigo (擬声語 อ่านว่า กิเซย์โกะ) คือ เสียงของมนุษย์ หรือสัตว์
    2. Giyougo (擬容語 อ่านว่า กิโยวโกะ) หมายถึง เสียงที่แสดงถึงการเคลื่อนที่และการเคลื่อนไหว
    3. Gijougo (擬情語 อ่านว่า กิโจวโกะ) เป็นคำที่ใช้พรรณนาความรู้สึก
    4. Gitaigo (擬態語 อ่านว่า กิตาอิโกะ) ใช้อธิบายถึงสถาพและสภาวะ
    5. Giongo (擬音語 อ่านว่า กิอนโกะ) คือ คำที่ใช้แทนเสียงซึ่งเกิดจากธรรมชาติ และสิ่งที่ไม่มีชีวิต

    เห็นได้ชัดว่า คำเลียนเสียงธรรมชาติสำหรับเสียงของมนุษย์และสัตว์ แม้กระทั่งการเคลื่อนที่และการเคลื่อนไหวเป็นสิ่งที่มีอยู่ทั่วไป ซึ่งก็คือ “กิเซย์โกะ” และ “กิโยวโกะ” แต่สำหรับ “กิโจวโกะ” “กิตาอิโกะ” และ “กิอนโกะ” เป็นคำเลียนเสียงธรรมชาติที่แตกต่างออกไปและทำให้ภาษาญี่ปุ่นดูมีเสน่ห์ ซึ่งวันนี้เรามารู้จักกับ 5 ตัวอย่างที่น่าสนใจของคำเลียนเสียงเหล่านี้กัน

    1. กูว์ (Guuu/ ぐーっ)

    Concentrate

    หากคุณต้องการเน้นว่าคนผู้หนึ่งมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เขา หรือ เธอกำลังทำอยู่เป็นอย่างมาก คำเลียนเสียงธรรมชาติคำนี้เหมาะที่จะใช้กับกรณีดังกล่าวมากที่สุด สามารถใช้พูดถึงคนที่กำลังอ่านหนังสือแบบหามรุ่งหามค่ำเพื่อเตรียมตัวสอบ หรือ ทำงานอย่างใจจดใจจ่อ

    2. โบ (Bō/ ぼーっ)

    เสียงนี้ใช้อธิบายถึงคนที่กำลังเพ้อฝัน และ เหม่อลอยจ้องมองไปในความว่างเปล่า คำเลียนเสียงธรรมชาตินี้ถูกใช้อย่างแพร่หลาย ดังนั้นในขณะที่คุณกำลังดูอนิเมะหรือละครญี่ปุ่นอยู่ คุณน่าจะเจอกับคำว่า “โบ โตะ ซุรุ” (bō to suru ぼーっとする) ที่หมายถึง การฝันกลางวันหรือการเหม่อลอยนั่นเอง

    3. จี~ (Jiiii/ ジー)

    คำนี้ใช้อธิบายอาการของคนที่กำลังปิ๊งใครบางคนอยู่ แล้วไม่สามารถละสายตาไปจากเขาหรือเธอได้เลย ซึ่งคำเลียนเสียงธรรมชาติ ジー (จี) ใช้เมื่อใครบางคนกำลังจ้องบางสิ่ง หรือ บางคน ไม่ว่าคุณจะจ้องคนผู้นั้นด้วยความเสน่หา หรือแม้แต่จ้องแบบน่ากลัว (อย่างในภาพ) ก็ยังคงใช้คำนี้เหมือนกัน

    4. อุโตวโต (Utouto/ うとうと)

    อุโตวโต (Utouto/ うとうと) คือ เสียงที่ใช้กับคนที่กำลังสัปหงก หรือ กำลังอยู่ในภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่น เสียงนี้มักจะพบได้จากฉากในรถไฟ หรือ ในห้องเรียน (คล้าย ๆ กับ “โบ โตะ ซุรุ”) โดยจะพูดว่า “อุโตวโตะ ซุรุ” (Utouto Suru/ うとうとする )

    5. ชินนน (Shiiiin/ シーン)

    สำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว แม้แต่ “ความเงียบ” พวกเขาก็ยังมีคำที่ใช้แทนบรรยากาศเหล่านั้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในเสียงที่น่าสนใจที่สุดของภาษาญี่ปุ่นก็ว่าได้ คุณจะพบเสียงนี้ได้จากอนิเมะ และ มังงะ ส่วนมากจะอยู่ในฉากที่เกิดจากความเงียบอันน่าอึดอัด เมื่อตัวละครดูเหมือนไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไร หรือ บางครั้งในฉากที่มีความเงียบสงัดของห้อง หรือสถานที่ต่าง ๆ

    “เสียง” มีบทบาทสำคัญในการสร้างจินตนาการให้เห็นภาพต่าง ๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ลองนึกถึงภาพพายุทอร์นาโดที่ทรงพลังในหัวของคุณ โดยที่ไม่มีการใช้เสียงของพายุที่โหมพัดกระหน่ำเป็นองค์ประกอบ จะทำให้ดูเหมือนขาดบางสิ่งไปแน่นอน ทั้งนี้เพราะคำเลียนเสียงธรรมชาติไม่เพียงแค่กระตุ้นให้เกิดภาพ แต่ยังทำให้เราสามารถได้ยินเสียงของสิ่งต่าง ๆ ได้ชัดเจนมากขึ้นอีกด้วย

    นอกจานี้สื่อต่าง ๆ ยังมีอิทธิพลอย่างมาก โดยเฉพาะในวงการหนังสือการ์ตูนหรือมังงะ คำเลียนเสียงธรรมชาติจะช่วยทำให้การบรรยายเรื่องราวของฉากต่าง ๆ มีความโดดเด่นมากขึ้น และช่วยให้เห็นการแสดงออกทางอารมณ์ของตัวละครชัดเจนมากกว่าเดิม ทำให้เราสามารถเข้าถึงฉากนั้น ๆ ได้ในอีกระดับด้วย หากคุณได้อ่านหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น หรือ ดูอนิเมะ อย่าลืมสังเกตคำเลียนเสียงธรรมชาติเหล่านี้ด้วยนะคะ