3 สถานที่สุดหลอนแห่งภูมิภาคคันไซ

  • จุดเยี่ยมชม
  • ย่านต่างๆ
  • “สิบนาทีหลังเที่ยงคืน ในระหว่างที่รถกำลังติดไฟแดง เขาได้ยินเสียงกรีดร้อง ไฟแดงเปลี่ยนเป็นไฟเหลือง ไฟเหลืองกระพริบก่อนจะเปลี่ยนเป็นไฟเขียว เขาจับพวงมาลัยด้วยมือที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อก่อนที่จะขับรถเข้าตรงไปในถนนอันมืดมิด…”

    ฤดูร้อนเป็นฤดูที่เหมาะสำหรับการเล่าเรื่องผีในประเทศญี่ปุ่น สำหรับบางคน ฤดูร้อนนั้นเป็นฤดูที่ดีที่สุดสำหรับ คิโมดาเมชิ ซึ่งก็คือ การทดสอบความกล้าและเข้าไปเยี่ยมเยียนสถานที่น่าขนลุกต่าง ๆ

    ด้านล่างนี้ คือ 3 สถานที่ที่น่ากลัวที่สุดในเขตคันไซ

    1. นารา ดรีมแลนด์ (Nara Dreamland)

    A post shared by Richard Dunn (@doraetron) on

    ดรีมแลนด์ หรือ ดินแดนแห่งความฝันเป็นชื่อที่ตลกและดูไม่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับสวนสนุกที่กลายเป็นหนึ่งในสถานที่สุดหลอนของญี่ปุ่น นารา ดรีมแลนด์เปิดทำการในปี 1961 และเป็นสวนสนุกที่ผู้สร้างต้องการให้เป็นเหมือนดิสนีย์แลนด์ของญี่ปุ่น ในช่วงที่สวนสนุกได้รับความนิยมสูงสุด นารา ดรีมแลนด์ มีผู้ม่ใช้บริการเกือบ 1.6 ล้านคนต่อปี แต่พอโตเกียวดิสนีย์แลนด์และยูเอสเจเปิดตัวขึ้นในปี 2001 คนญี่ปุ่นก็เลิกไปเที่ยวนารา ดรีมแลนด์ นักท่องเที่ยวลดลงมากเสียจนนารา ดรีมแลนด์ต้องตัดสินใจปิดตัวลงในวันที่ 31 สิงหาคม 2006 ตั้งแต่นั้นมาเครื่องเล่นทุกอย่างตั้งแต่โรลเลอร์โคสเตอร์ รวมไปถึงม้าหมุนก็ได้ถูกทิ้งไว้ในสวนสนุกร้างที่ไม่มีคนดูแลอีกต่อไป

    หลังจากที่สวนสนุกได้ปิดตัวลง หญ้าและต้นไม้ต่าง ๆ ก็ได้เข้าปรกคลุมสวนสนุก สนิมเริ่มเกาะเหล็กของเครื่องเล่น ดินเข้าบดบังทางเดินที่เคยสวยงาม โดยตั้งแต่ปี 2013 บรรดาบล็อกเกอร์ชาวต่างชาติเริ่มเข้ามาถ่ายรูปข้างในสวนสนุกร้างแห่งนี้ รูปภาพที่คนแชร์กันออกไปได้ทำให้คนญี่ปุ่นกลับมาสนใจสวนสนุกนี้อีกครั้ง ในปัจจุบันเด็กญี่ปุ่นหลายคนชอบมาที่สวนสนุกแห่งนี้ เพื่อทดสอบความกล้า ซึ่งต่างจากเมื่อ 20 ปีก่อนตอนที่สวนสนุกยังเปิดให้บริการและมีเครื่องเล่นหวาดเสียวอยู่มากมาย ตั้งแต่ปี 2014 มีบล็อกเกอร์ญี่ปุ่นหลายคนกล่าวกันว่าสวนสนุกนี้ เป็นสถานที่ที่น่ากลัวและมีเหตุการณ์เหนือธรรมชาติเกิดขึ้นหลายอย่าง สิ่งของขยับโดยไร้สาเหตุ เงามนุษย์ในอาคารที่ไม่มีคนอยู่ รวมถึงเสียงแปลก ๆ ที่น่าขนลุก อย่างไรก็ตาม นารา ดรีมแลนด์ไม่น่าจะเป็นสถานที่ที่มีผีสิง เนื่องจากไม่เคยมีหลักฐานว่ามีคนตายในสวนสนุกแห่งนี้

    ไม่ว่าจะมีผีหรือไม่มีผี นารา ดรีมแลนด์ก็ได้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่รกร้างที่น่ากลัวที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ที่นี่เป็นสถานที่ที่สวยงามแบบหลอน ๆ ไม่ใช่ดินแดนแห่งความฝันอย่างที่เคยเป็นอีกต่อไป

    การเดินทาง

    2. ศาลเจ้าคุบิซึกะ ไดโมจิน (Kubitsuka Daimyojin Shrine)

    A post shared by タムタム (@tamutamu0601) on

    สถานที่ที่เหมาะสำหรับเรื่องผีที่สุดในญี่ปุ่น คือ เมืองหลวงเก่าอย่างเกียวโต เกียวโตมีวัดและศาลเจ้าเก่าแก่มากมายที่มีประวัติอันโชกเลือด โดยในภายหลังกลายเป็นตำนานท้องถิ่นที่น่ากลัว ซึ่งที่ศาลเจ้าคุบิซึกะ ไดโมจินเป็นอีกตัวอย่างที่ดีสำหรับศาลเจ้าที่มีประวัติศาสตร์อันน่ากลัวและตำนานสยองขวัญ

    ศาลเจ้าเล็ก ๆ ที่รกร้างแถวถนนหมายเลข 9 ใกล้กับโออิ โนะ ซากะ (Oi no saka) ซึ่งในช่วงกลางวันไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่านเท่าไหร่นัก โดยตำนานของศาลเจ้านี้เกี่ยวกับปีศาจตนหนึ่งที่ชื่อว่า ชูเทนโดจิ (Shutendouji) ในสมัยยุคเฮย์อัน ชูเทนโดจิอาศัยอยู่บนเขาโอเอะกับปีศาจตนอื่น ๆ มันชอบเข้ามาในเมืองเฮย์อันเคียว (ชื่อเดิมของเกียวโต) เพื่อลักพาตัวหญิงสาว ด้วยเหตุนี้ ทางศาลของเมืองเฮย์อันเคียวเลยส่งมินาโมโตะโนะ โยริมิตสึ (Minamotono Yorimitsu) กับนักรบอีกสามคน (ซึ่งรวมถึงวาตานาเบะโนะ สึนะ (Watanabeno Tsuna) ผู้ฆ่าปีศาจราโชมอน) ให้เดินทางไปฆ่าชูเทนโดจิ เหล่านักล่าปีศาจเดินทางไปที่พระราชวังเหล็กของชูเทนโดจิพร้อมกับอุปกรณ์เวทมนต์และไวน์ที่สามารถทำให้ปีศาจเผยร่างที่แท้จริงออกมาและฆ่าตัดหัวชูเทนโดจิ

    ตำนานของศาลเจ้าเล่าว่าหัวของชูเทนโดจินั้น ได้ถูกฝังไว้ใต้ศาลเจ้าและเป็นเหตุผลที่นักล่าปีศาจได้สร้างศาลเจ้านี้ขึ้นมาตั้งแต่แรก โยริมิตสึและพวกของเขาตัดสินใจฝังหัวปีศาจไว้ใกล้ ๆ เมืองหลวงเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้วิญญาณของปีศาจ หรือ เคกาเระ เข้ามาในเมือง พวกเขาฝังเอาไว้ตรงสี่แยกโออิ โนะ ซากะ เพื่อเป็นการสะกดวิญญาณของปีศาจไว้ตามหลักฮวงจุ้ยของญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นเชื่อว่าสี่แยกมีพลังในการสะกดวิญญาณร้าย โยริมิตสึได้ทำการฝังศีรษะของปีศาจไว้ใกล้เมือง พอที่จะให้คนมาตรวจสอบได้และไกลพอที่จะป้องกันเกียวโตจากการโจมตีของปีศาจ ศาลเจ้าคุบิซึกะ ไดโมจินมีไว้เพื่อป้องกันวิญญาณร้าย คนญี่ปุ่นมาที่นี่เพื่อที่จะขอพรเรื่องสุขภาพและจัดเทศกาลชูเทนโดจิ นักล่าผีชาวญี่ปุ่นเองก็ชอบมาที่จุดนี้ เพื่อที่จะเล่าเรื่องผีและทดสอบความกล้า เนื่องจากศาลเจ้านี้ไม่ค่อยมีคนมาและมีบรรยากาศน่าขนลุก

    การเดินทาง

    3. อุโมงค์คิโยทากิ (Kiyotaki Tunnel)

    อุโมงค์คิโยทากิเป็นสถานที่ที่น่ากลัวที่สุดในประเทศญี่ปุ่น และเป็นที่สนใจของสาธารณะชนมาหลายสิบปี สถานที่แห่งนี้เป็นทั้งสนามรบและลานประหารในยุคนัมโบคุ (ปี ค.ศ. 1366-1392) และเป็นสถานที่ผีสิงของคนที่เชื่อเรื่องผีสาง อุโมงค์นี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1929 ที่นี่มีบรรยากาศที่น่าขนลุก กำแพงอุโมงค์ที่เต็มไปด้วยมอสและไฟอุโมงค์สีเหลืองสลัว ๆ ยิ่งทำให้สถานที่แห่งนี้น่ากลัวขึ้นไปอีก มีเด็กสาวคนหนึ่งฆ่าตัวตายที่อุโมงค์แห่งนี้ในช่วงปลายยุค 90 ศพของเธอถูกพบในปี 1998 ร่างของเธอห้อยต่องแต่ง คอของเธอแขวนอยู่บนเชือกที่เธอใช้ฆ่าตัวตาย หลังจากมีคนพบศพของเธอ อุโมงค์คิโยทากิก็กลายเป็นสถานที่ผีสิงที่มีผีสางและปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติมากมาย

    ผีที่ผู้คนเห็นมักจะเป็น ผีผู้หญิง หญิงแก่บ้าง เด็กสาวบ้าง ร้องไห้บ้าง โกรธบ้าง บางตนมาให้เห็นทั้งตัว บางตนให้เห็นแค่ผ่านกระจกข้าง บางคนได้ยินเสียงร้องโหยหวนจากกำแพงอุโมงค์ที่ว่ากันว่าเป็นเสียงร้องของวิญญาณพนักงานก่อสร้างที่ตายระหว่างที่สร้างอุโมงค์แห่งนี้

    นอกจากนี้อุโมงค์คิโยทากิยังมีตำนานท้องถิ่นที่น่ากลัวเกี่ยวกับสัญญาณไฟอีกด้วย ถ้าคุณเห็นไฟเขียว อย่าตรงเข้าไปเชียวนะ เนื่องจากตำนานได้กล่าวไว้ว่าแสงสีเขียวนั้นเป็นแสงจากโลกวิญญาณที่พยายามเชิญชวนคุณเข้าไป ถ้าคุณเข้าไปในอุโมงค์ในตอนนั้นจะมีผีต่าง ๆพยายามเข้ามาฆ่าคุณ คุณควรที่จะรอให้ไฟเขียวเปลี่ยนเป็นไฟแดง หยุดรอและขับต่อเมื่อไฟแดงเปลี่ยนกลับเป็นไฟเขียวอีกครั้ง

    ซึ่งคนญี่ปุ่นหลายคนยังเชื่อเรื่องตำนานสัญญาณไฟนี้จริง ๆ นะ ถ้าคุณไปยังอุโมงค์คิโยทากิคุณจะพบรถที่หยุดรอไฟแดงและผู้คนที่มองดูสีของสัญญาณไฟด้วยท่าทางที่ดูเป็นกังวล