3 ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของประเทศญี่ปุ่น ที่ควรไปสำรวจสักครั้ง!

  • จุดเยี่ยมชม
  • ย่านต่างๆ
  • 3 ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของประเทศญี่ปุ่น หรือ ที่เรียกกันว่า ซันเรย์ซัน (三霊山- sanreizan) นั้น เป็นสถานที่ไว้สักการะของลัทธิที่เคารพบูชาภูเขา ซันกากุ (Sangaku Shinko- 山岳信仰) ซึ่งเชื่อกันว่ามีพลังวิญญาณสถิตย์อยู่ในภูเขาและแม่น้ำที่ไหลจากยอดเขาลงมาสู่พื้นดินด้านล่างนั้น ได้ให้ชีวิตแก่ผืนแผ่นดิน นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมภูเขาบางลูกจึงถูกเรียกว่า ซันเมียะคุ (Sanmyaku 山脈) หรือ “ชีพจรของภูเขา” ลักษณะของภูเขาที่ปรากฎให้เห็นอย่างยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามนั้น ได้ดึงดูดผู้คนมากมายให้มาเยี่ยมชม ได้แก่ ภูเขาฟูจิ ที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ตามมาด้วยภูเขาทาเตะและภูเขาฮาคุ ซึ่งภูเขาทั้ง 3 นี้ ถือว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของประเทศญี่ปุ่น

    1. พลังแห่งภูเขาไฟ : ภูเขาฟูจิ

    • ความสูง : 3,776.24 เมตร
    • สถานที่ : จังหวัดชิซุโอกะและจังหวัดยามานาชิ
    • ปะทุครั้งสุดท้าย : วันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1707

    ภูเขาฟูจิเป็นที่รู้จักในฐานะภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น และพบเห็นภาพของภูเขาได้ตามสื่อต่าง ๆ รวมทั้งยังได้ถูกพิมพ์ลงบนแผ่นไม้ในหลากหลายรูปแบบ ภูเขาฟูจินั้นมีทางเดินขึ้นไปบนยอดได้ 4 ทาง โดยแต่ละทางจะมีระดับความยากที่แตกต่างกันไป ซึ่งการปีนเขาข้ามคืนเพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้นนั้นเป็นที่นิยมอย่างมาก

    ฤดูกาลที่เปิดให้ท่องเที่ยว : กรกฎาคม-กันยายน

    2. พลังวิญญาณแห่งผู้วายชนม์ : ภูเขาทาเตะ

    • ความสูง : 3,015 เมตร
    • สถานที่ : จังหวัดโทยามะ

    ภูเขาทาเตะมีชื่อเสียงในเรื่องของบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ หรือ ออนเซ็น ในมุโรโดไดระ ซึ่งเป็นที่ราบสูงที่เกิดจากการไหลของลาวา มุโรโดเป็นสถานที่เพื่อใช้ฝึกสมาธิและสวดมนต์ โดยถูกสร้างขึ้นในสมัยเอโดะเพื่อใช้ในการบูชาภูเขาทาเตะ

    มิคุริไกเกะ (Mikurigaike) เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกใช้ในการปรุงอาหารเพื่อถวายแก่เทพแห่งภูเขา มีน้ำเป็นสีน้ำเงินอร่ามในเดือนมิถุนายน และสะท้อนภาพภูเขาทาเตะได้อย่างสวยงาม นอกจากนี้ นกไรโจก็อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ด้วยเช่นกัน

    หุบเขานรก หรือ จิโกกุดานิ (Jigokudani) มีควันของธารลาวาที่พวยพุ่งออกมาปกคลุมบริเวณรอบ ๆ อยู่ตลอดเวลา ก๊าซกำมะถันนั้นมีกลิ่นฉุนอย่างร้ายกาจ ซึ่งนักเดินทางมักจะได้กลิ่นในระหว่างปีนเขา บนยอดเขานั้นมีศาลเจ้าโอยามะตั้งอยู่ นักปีนเขาจะได้รับคำอวยพรและสาเกอุ่น ๆ จากนักบวชของศาลเจ้าแห่งนี้ โดยตามความเชื่อของลัทธิภูเขานั้น การปีนขึ้นสู่ยอดเขาทาเตะก่อให้เกิดประสบการณ์ที่เรียกว่า “สวรรค์ในนรก” และประสบการณ์เกี่ยวกับชีวิตหลังความตาย หนึ่งใน “นรก” ของภูเขานั้น คือ บ่อน้ำเลือด ซึ่งเป็นบ่อน้ำที่มีสีแดงดุจเลือด เนื่องจากมีปริมาณธาตุเหล็กอยู่อย่างเข้มข้น นอกจากนี้ยังมีเส้นทางขึ้นเขาทาเตะที่มีชื่อว่า ทาเตะยามะ คุโรเบะ อัลไพน์ (Tateyama Kurobe alpine) อันเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เส้นทางนี้จะตัดผ่านทางเหนือของภูเขา โดยรถบัสสามารถเข้าถึงได้ และมีระดับความสูงจากน้ำทะเลถึง 2,450 เมตร

    ฤดูกาลที่เปิดให้ท่องเที่ยว : เมษายน-พฤศจิกายน ช่วงพีค คือ ระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่สามารถพบเห็นกำแพงหิมะที่มีความสูง 15-20 เมตร หรือที่เรียกว่า “ยูกิโนะโอตานิ” ได้

    3. พลังแห่งน้ำ : ภูเขาฮาคุ

    • ความสูง : 2,702.14 เมตร
    • สถานที่ : จังหวัดกิฟุ จังหวัดฟุคุอิ และจังหวัดอิชิกาวะ
    • ปะทุครั้งสุดท้าย : ค.ศ. 1659

    ภูเขาฮาคุมีชื่อเสียงในเรื่องของสถานที่เล่นสกีและสโนวบอร์ด รวมไปถึงความขาวสะพรั่งเต็มไปด้วยหิมะ ซึ่งชื่อ “ฮาคุ” แปลว่า สีขาวนั่นเอง ซึ่งภูเขายังคงมีสีขาวปกคลุมอยู่ แม้ว่ายอดเขาลูกอื่น ๆ ที่อยู่รอบ ๆ จะเปลี่ยนสีไปแล้วก็ตาม ภูเขาลูกนี้ถูกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 717 โดยนักพรตนิกายชินโต และสามารถดึงดูดผู้คนให้มาสักการะได้มากมายนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อุทยานแห่งชาติฮาคุซันนั้นมีเส้นทางสำหรับเดินเขา และสามารถรักษาบรรดาพันธุ์ไม้และสัตว์ท้องถิ่นไว้ได้มากมายเพราะเปิดให้คนเข้ามาท่องเที่ยวน้อย มีต้นไม้ที่ขึ้นตามเทือกเขาหลากหลายชนิดที่ถูกค้นพบที่นี่ ฮาคุซัน ไวท์ โร้ด (The Hakusan White Road) หรือ ที่รู้จักกันในชื่อเก่าว่า ฮาคุซัน ซูเปอร์ รินโด (Hakusan Super Rindo) เป็นเส้นทางชมธรรมชาติที่มีความยาวถึง 33.3 กิโลเมตร ซึ่งคุณจะสามารถมองเห็นทั้งวิวภูเขาและน้ำตกได้ในวิวแบบพาโนราม่า อีกทั้งยังมีจุดชมวิวจากบ่อน้ำพุร้อนอีกด้วย! จุดสิ้นสุดของเส้นทางชมธรรมชาตินี้อยู่ที่ชิราคาวาโกะ ซึ่งเป็นหมู่บ้านโบราณที่ถูกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดย UNESCO และนอกจากคุณจะได้พบกับนกไรโจที่นี่แล้ว คุณยังสามารถพบกับอินทรีย์ทองซึ่งเป็นนกท้องถิ่นของจังหวัดอิชิกาวะที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ด้วยเช่นกัน

    ฤดูกาลที่เปิดให้ท่องเที่ยว : พฤษภาคม-ตุลาคม ช่วงพีคอยู่ระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ซึ่งตรงกับช่วงวันหยุดหน้าร้อน ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมใบไม้เปลี่ยนสี หรือ โคโย คือ ระหว่างเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน

    เตรียมอุปกรณ์และสวมหมวกปีนเขาให้พร้อม และออกไปผจญภัยกันได้เลย!