“ฮังโกะ” ตราประทับชื่อที่ใช้แทนลายเซ็นในประเทศญี่ปุ่น

  • SHOPPING
  • ทั่วประเทศ
  • ในประเทศญี่ปุ่นนิยมใช้ตราประทับชื่อที่เรียกว่า “ฮัน” “ฮังโกะ” หรือ “อินคัง” แทนการเซ็นชื่อด้วยลายมือในการทำธุรกรรมและเอกสารต่าง ๆ ซึ่งทุกคนจะต้องมีตราประทับนี้อย่างน้อยหนึ่งอัน ตราประทับดังกล่าวมีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันไปตามสถานการณ์ หรือ ความสำคัญของเอกสารนั้น ๆ ในส่วนของตราประทับที่ใช้สำหรับบุคคลทั่วไปจะมีสีดำ สีขาว หรือเป็นไม้ หรืออาจมีสีสันสดใสตามความต้องการ ซึ่งในปัจจุบันบริษัท ONdesign เอเจนซีชื่อดังของญี่ปุ่นที่เชี่ยวชาญด้านการออกแบบได้เปิดตัวต้นแบบ “ตราปั้มเซต เซ็งโงะกุ (Sengoku Stamps /戦国印)” ซึ่งผู้จัดจำหน่ายได้ผลิตขึ้นมาเพื่อให้ตราประทับมีความพิเศษเฉพาะตัวและมีคุณค่ามากกว่าแค่เป็นเพียงตราประทับที่ทำจากไม้ธรรมดาอันหนึ่งเท่านั้น

    ประวัติศาสตร์ของ “ฮังโกะ”

    ฮังโกะได้ถูกใช้ในประเทศญี่ปุ่นมาอย่างยาวนานตั้งแต่เมื่อ 5500 ปีก่อนคริสตกาล โดยประเทศในแถบตะวันออกกลางได้ริเริ่มการใช้ตราประทับสัญลักษณ์ที่แกะสลักลงบนหิน, ดิน และเปลือกหอย เพื่อเป็นการแสดงถึงลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล หลังจากนั้นต่อมาการใช้ตราประทับก็ได้มีการแพร่หลายไปในประเทศแถบยุโรปและเอเชีย

    ฮังโกะได้ถูกใช้ในเอกสารสำคัญของทางราชการ ในสมัยโบราณที่ประเทศจีน ฮังโกะทำจากทองคำและใช้เพื่อแสดงอำนาจทางการเมือง ส่วนในสมัยเอโดะ ฮังโกะได้ถูกใช้งานโดยพ่อค้าและชาวนา และต่อมาในสมัยยุคกลาง การใช้พู่กันในการเซ็นชื่อได้รับความนิยมมากขึ้นโดยเหล่าซามูไร ขุนนาง และชนชั้นสูง ต่อมาในยุค 1870 ก็ได้ถูกนำมาปรับใช้ให้มีความทันสมัยมากขึ้น โดยที่ประชาชนทุกคนจะต้องใช้ฮังโกะเพื่อทำธุรกรรมต่าง ๆ ว่ากันว่าคนญี่ปุ่นไม่ได้ใช้ตราประทับฮังโกะแบบเดียวกันกับทุกเอกสาร แต่อาจต้องมีตราประทับนี้ราวสี่ถึงห้าอันในตลอดช่วงชีวิตของพวกเขา

    ฮังโกะ หรือ ตราประทับชื่อนั้น มีอยู่ 2 ประเภทด้วยกัน คือ แบบที่สามารถกำหนดรูปแบบได้เอง และแบบสำเร็จรูป (ราคาจะถูกกว่า) ในส่วนของตราประทับแบบสำเร็จรูปนั้น จะใช้กับงานเอกสารที่ไม่เป็นทางการ และสามารถหาซื้อได้ตามร้าน 100 เยน ส่วนตราประทับฮังโกะแบบที่กำหนดแบบเองได้นั้น จะใช้กับเอกสารที่สำคัญ เช่น การทำสัญญาซื้อขายรถ การเปิดบัญชีธนาคาร หรือ ธุรกรรมทางการเงิน การทำสัญญากู้ยืมเงิน ซึ่งราคาของตราประทับชนิดนี้อาจมีราคาสูงถึง 10,000 เยน แต่อย่างไรก็ตาม ตราประเภทนี้ไม่ค่อยได้ใช้งานบ่อยมากนัก

    ทำไมตราประทับฮังโกะ จึงใช้แทนการเซ็นชื่อในญี่ปุ่น

    A lovely collection of hanko, Japanese name Seals.

    A post shared by Nest Studio Collection (@neststudiohardware) on

    อันที่จริงแล้วประชาชนสามารถเลือกได้ว่าจะใช้ตราประทับฮังโกะ หรือ จะใช้วิธีเซ็นชื่อด้วยมือในการทำธุรกรรมต่าง ๆ แต่โดยส่วนใหญ่ในแง่ของธรรมเนียมปฏิบัตินั้น ฮังโกะจะมีบทบาทสำคัญในการใช้แสดงเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคลได้

    ตามกฏหมายแล้ว ประชาชนสามารถเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งได้ระหว่างฮังโกะหรือการเซ็นชื่อด้วยลายมือ โดยตราฮังโกะสามารถใช้แทนลายเซ็นได้ ถ้ามีการพิมพ์ชื่อแบบเดียวกับชื่อของบุคคลนั้น แต่ในทางกลับกันเอกสารส่วนตัวที่มีการใช้ลายเซ็น จะได้รับการยอมรับว่าเป็นเอกสารตัวจริง

    อย่างไรก็ตาม การใช้ฮังโกะก็อาจมีปัญหาอยู่บ้าง เช่น อาจมีบางคนที่นำฮังโกะของสมาชิกในครอบครัวมาใช้งาน โดยเฉพาะตราประทับแบบ จิซึอิน ฮังโกะ (jitsuin hanko) ซึ่งเป็นตราประทับที่ได้รับการลงทะเบียนและยอมรับอย่างเป็นทางการ เพื่อใช้ในการทำสัญญาที่ต้องการความปลอดภัยสูงอย่างการยืมเงินจากสถาบันการเงิน หรืออีกกรณีที่น่าเป็นห่วงก็คือ ผู้สูงอายุ หรือ คนที่สติไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ สามารถถูกหลอกเอาตราประทับฮังโกะไปใช้ในการทำธุรกรรม โดยที่เจ้าตัวอาจไม่รู้เรื่อง

    สำหรับชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น บางครั้งอาจไม่จำเป็นต้องมีตราประทับฮังโกะก็ได้ ตามที่สำนักกฏหมายของเมืองโตเกียวกำหนดไว้ว่าชาวต่างชาติสามารถใช้ลายเซ็นในการทำธุรกรรมได้ แต่ต้องเป็นลายเซ็นที่ได้รับรองความถูกต้องจากรัฐบาลในประเทศบ้านเกิด ส่วนในกรณีที่ชาวต่างชาติต้องการเปิดบัญชีธนาคารสามารถใช้ลายเซ็นของตนเองได้ แต่ต้องมีระบบขั้นตอนในการตรวจเช็คลายเซ็น เพื่อป้องกันการปลอมแปลงเอกสาร แต่สำหรับธนาคารขนาดเล็ก อาจจะใช้ได้แต่เฉพาะฮังโกะเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถ้าชาวต่างชาติท่านใดต้องการทำธุรกิจในระยะยาวที่ประเทศญี่ปุ่น ก็ควรพกฮังโกะติดตัวเอาไว้ เพื่อให้ง่ายต่อการดำเนินธุรกิจ

    ตราประทับชุด “เซ็งโงะกุ”

    บริษัท ONdesign ได้นำเสนอทางเลือกใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงความจำเจและเป็นการสร้างความประทับใจลงบนกระดาษผ่านตราประทับในชื่อ “เซ็งโงะกุ (Sengoku Stamps /戦国印)” ที่จะช่วยเพิ่มให้การทำสัญญาและธุรกรรมต่าง ๆ ของคุณมีความพิเศษยิ่งขึ้น

    ตราประทับชื่อฮังโกะนี้ จะถูกห่อหุ้มอย่างสวยงามโดยมี 5 สีให้เลือกสะสม (สีแดง, สีน้ำตาล, สีฟ้า, สีเขียว และสีดำ) มาพร้อมกับ 4 รูปแบบตัวอักษร ในส่วนของด้ามจับนั้นได้ถูกออกแบบมาให้มีรูปแบบเหมือนดาบที่ง่ายต่อการหยิบจับและยังทำให้ง่ายต่อการใช้งานอีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถแกะสลักตัวอักษรคันจิได้สามถึงห้าตัวลงบนตราประทับ คุณสามารถสั่งซื้อตราประทับนี้ได้ทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ของบริษัท ONdesign ในราคาอันละ 5,800 เยน (ยังไม่รวมภาษี)

    ถ้าคุณอยากมอบฮังโกะเป็นของขวัญให้กับคนพิเศษ สามารถเลือกซื้อเซ็ตของขวัญมูลค่า 8,200 เยน (ยังไม่รวมภาษี) ซึ่งในเซ็ตนี้จะรวมเคสใส่ฮังโกะแบบพกพาที่มาพร้อมกับหมึกด้วย เรียกได้ว่าคุ้มค่าแบบสุด ๆ

    ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้ฮังโกะหรือลายเซ็นในการทำธุรกรรมที่ประเทศญี่ปุ่น คุณก็ควรต้องใช้งานด้วยความระมัดระวัง ข้อดีของการเซ็นชื่อด้วยมือ คือ มีความปลอดภัยมากกว่า เพราะมีลักษณะเส้นและน้ำหนักมือของเจ้าของชื่อที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ทำให้ปลอมแปลงได้ยาก

    ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่มีเครื่องจักรที่สามารถลอกเลียนแบบฮังโกะ หรือแม้แต่การทำสำเนาปลอมแปลงลายเซ็นที่สามารถทำได้อย่างแม่นยำ ดังนั้น การใช้ฮังโกะควรมีความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง

    นอกจากนี้ ขอแนะนำให้เก็บฮังโกะแยกกับสมุดบัญชีฝากธนาคาร เพื่อป้องกันการถูกขโมย และคอยระวังอย่าให้มีตำหนิหรือเสียหายเพราะอาจทำให้ตัวชื่อที่ตราประทับเปลี่ยนแปลงไปได้ ในกรณีฮังโกะเกิดความเสียหายให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อขอทำอันใหม่

    ตราประทับฮังโกะมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก โดยมีการใช้งานมาอย่างยาวนานถึงปัจจุบัน และด้วยตราประทับแบบเซ็งโงะกุ (Sengoku Stamps /戦国印) นี้ รับรองเลยว่าหากคนพิเศษของคุณได้รับเป็นของขวัญ พวกเขาจะต้องประทับใจอย่างแน่นอน

    เว็บไซต์ ONdesign *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น