6 เรื่องเกี่ยวกับการปีนภูเขาไฟฟูจิที่ไม่มีใครบอกคุณมาก่อน!

  • จุดเยี่ยมชม
  • ชิซุโอกะ
  • การปีนขึ้นภูเขาไฟฟูจิ ถือเป็นสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่จากทั่วทุกมุมโลกและแม้แต่คนญี่ปุ่นเองวางแผนที่จะมาพิชิตจุดสูงสุดของภูเขาลูกนี้ให้ได้สักครั้ง มันเป็นสิ่งหนึ่งที่หลาย ๆ คนใฝ่ฝันว่าจะได้ทำ เพื่อจะได้กลับไปโอ้อวดกับคนที่บ้านและเพื่อน ๆ ว่าได้พิชิตภูเขาลูกนี้แล้ว

    คุณอาจจะเหมือนผม ที่ชอบใช้เวลาในการวางแผนล่วงหน้าหลายสัปดาห์และต้องการที่จะเตรียมทุกอย่างให้พร้อมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมเสื้อหนาวที่เก็บไว้อย่างดี รองเท้าปีนเขาที่ใส่สบาย รวมถึงกางเกงกันน้ำอย่างดี เมื่อคุณเตรียมของทุกอย่างเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาเตรียมตัวขึ้นรถไฟชินคันเซ็นมุ่งหน้าไปยังภูเขาไฟฟูจิกันได้เลย

    หากคุณได้ค้นคว้าเกี่ยวกับการปีนภูเขาไฟฟูจิมาก่อน คุณก็น่าจะรู้แล้วว่ามันจะต้องหนาวมาก คุณไม่สามารถที่จะปีนขึ้นไปได้ภายในรวดเดียว แม้ว่าภูเขาไฟฟูจิจะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีนักท่องเที่ยวหลายพันคนปีนขึ้นไปทุกปี แต่ถ้าคุณไม่เคยปีนภูเขามาก่อนและเคยแต่อ่านบทความปีนเขาจากอินเทอร์เน็ตเท่านั้น ผมขอแนะนำ 6 เคล็ดลับน่ารู้สำหรับนักปีนเขามือใหม่ ตามเส้นทางปีนเขาโยชิดะ (Yoshida Trail) ซึ่งนี่อาจจะช่วยให้คุณได้เตรียมตัวเตรียมใจก่อนจะได้ไปสัมผัสการปีนภูเขาของจริง!

    1. นั่งรถบัสไปสถานีที่ 5 เพื่อชมวิวที่แสนงดงาม

    หลายคนอาจจะไม่รู้มาก่อน เพราะส่วนใหญ่ทุกคนที่ต้องการจะปีนเขา มักจะต้องนอนหลับเพื่อเอาแรง โดยเฉพาะถ้าจะต้องปีนขึ้นเขาในช่วงกลางคืน แต่ผมเป็นคนที่ไม่สามารถหลับระหว่างการเดินทางได้ เลยจำเป็นต้องตื่นอยู่ตลอด และมันจึงทำให้ผมได้เห็นวิวที่งดงามตลอดสองข้างทาง ผมเห็นป่าที่หนาทึบจากฐานภูเขา และระหว่างนั่งอยู่บนรถบัสที่ค่อย ๆ ขับขึ้นไป ผมเห็นปุยเมฆที่ค่อย ๆ แผ่ปกคลุมผืนป่า ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนผมกำลังล่องลอยอยู่ในเมืองเอล์ฟ และมันจะยิ่งมหัศจรรย์เข้าไปอีก เมื่อผมได้เห็นกวางป่าวิ่งเล่นกันอย่างมีความสุขระหว่างพุ่มไม้ แน่นอนว่าคุณอาจจะรู้สึกว่าการชมวิวที่มีแต่ธรรมชาติรอบภูเขาไฟฟูจิไม่คุ้มกับการอดหลับอดนอน แต่ถ้าใครนอนไม่หลับจริง ๆ ขอแนะนำให้ลองมานับกวางป่าเล่นแทนการนับแกะดูได้!

    2. จุดเริ่มปีนเขาที่อยู่เหนือเมฆ

    ณ จุดสูงสุดที่รถบัสสามารถมาส่งคุณได้ที่จุดเริ่มปีนภูเขานี้ ถึงตรงนี้คุณก็จะอยู่เหนือเมฆแล้ว แน่นอนว่าคุณสามารถเลือกที่จะเริ่มการเดินทางขึ้นเขาที่แสนจะยาวนานจากฐานแรกของภูเขา แต่ตามหลักแล้ว ความศักดิ์สิทธิ์ของการปีนภูเขาไฟฟูจิจะเริ่ม ณ สถานีที่ 5 และแม้จะเป็นการเริ่มต้นตรงสถานีที่ 5 แล้วก็ตาม แต่การเดินทางข้างหน้าก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ในช่วงระยะแรกของการเดินขึ้น คุณจะสวนทางกับนักปีนเขาที่แสนเหนื่อยล้ามากมายที่กำลังเดินกลับลงมาและตั้งตารอการรับประทานอาหารอุ่น ๆ หรือการนอนหลับอย่างเต็มอิ่ม ซึ่งภาพของนักปีนเขาที่หน้าตาเหนื่อยล้าเหล่านี้ จะเป็นตัวคอยเตือนสติให้คุณเตรียมตัวให้พร้อมในระหว่างที่กำลังจะเริ่มต้นการเดินทางจากพื้นที่ราบ (ที่ดูเหมือนไม่น่าจะมีอะไรยาก) เพราะทุกอย่างมันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น!

    3. ท้องฟ้ายามค่ำคืนบนภูเขา

    หากคุณโชคดีได้มาปีนภูเขาไฟฟูจิในคืนที่ฟ้าเปิดและไม่ค่อยมีเมฆ การปีนภูเขาครั้งนี้อาจจะเป็นการผจญภัยที่สุดพิเศษของคุณก็เป็นได้! เพราะในช่วงที่ผมขึ้นเขา มันเป็นคืนที่ฟ้าใสมาก และด้วยความที่ไม่มีมลพิษจากแสงอื่น ๆ มารบกวน ทำให้พวกเราเห็นเหล่าดวงดาวอย่างชัดเจน รวมไปถึงมองเห็นทางช้างเผือกที่ทอดเป็นทางยาวอีกด้วย และพิเศษสุด ๆ คือ ผมกับกลุ่มเพื่อนได้เห็นดาวตกข้ามผ่านเหนือศีรษะเราไปหลายดวง บอกได้เลยว่า จุดพักทุกจุดจะไม่น่าเบื่อเลย ถ้าคุณแหงนมองดูทางช้างเผือกบนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่แสนงดงาม

    4. ห้องน้ำ

    ห้องน้ำของที่นี่เป็นอีกสิ่งที่คุณต้องเตรียมใจไว้ เรียกได้ว่ากลิ่นจะลอยมาก่อนที่คุณจะถามหาเลย ซึ่งปกติแล้วนักปีนเขาทุกคนก็จะมองข้ามเรื่องนี้ไป และยอมจ่ายค่าใช้บริการห้องน้ำ 300 เยน ดีกว่าการทนกลั้นเอาไว้ ซึ่งเรื่องของการขับถ่ายก็เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งที่นักปีนเขาต้องเผชิญ! ที่นี่มีเหล่าอาสาสมัครที่มาช่วยทำความสะอาดพื้นที่ของภูเขาไฟฟูจิ พวกเขาต้องทำงานกันอย่างหนักเพื่อเก็บล้างห้องน้ำ ซึ่งก็ต้องขอชื่นชมพวกเขาจริง ๆ

    5. สถานีที่ 8 มีมากกว่าหนึ่งสถานี!

    การที่สถานีที่ 8 มีมากกว่าหนึ่งสถานีนั้น ไม่ใช่ความลับอะไร! เพราะมันก็มีเขียนบอกอยู่บนแผนที่ รวมไปถึงระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางโดยประมาณระหว่างแต่ละสถานีก็มีระบุไว้ในคู่มือการเดินทางที่มีให้ก่อนการขึ้นภูเขาไฟฟูจิ อย่างไรก็ตามเมื่อคุณปีนเขามาได้สักพักแล้ว และต้องมาถึงสถานีที่ 8.5 โดยเฉพาะในเวลาตีสองขณะที่สมองของคุณเริ่มสะลึมสะลือจากความง่วงและเข้าใจว่าถึงสถานีที่ 9 แล้วนั้น มันเป็นอะไรที่สุดแสนจะหงุดหงิด และก็แอบบั่นทอนกำลังใจในการไปให้ถึงยอดของภูเขาไฟจากความเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นด้วย

    6. กรวดหินที่ทำให้การปีนเขาลำบากยิ่งขึ้น

    ความทุลักทุเลของก้อนหินเหล่านี้ รวมถึงการใช้กำลังแขนขาเป็นเรื่องปกติของการปีนภูเขาอยู่แล้ว แต่เมื่อคุณใกล้จะไปถึงยอดของภูเขาไฟ คุณจะต้องต่อสู้กับเหล่าหินกรวดขนาดใหญ่ที่ลื่นด้วย หินกรวดประเภทนี้มีลักษณะเป็นหินก้อนใหญ่ที่ดึงดูดพลังงานประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์จากการก้าวแต่ละก้าวของคุณ และทำให้คุณรู้สึกเหมือนกับว่าคุณจะต้องปีนเขาอยู่ไปตลอดกาล! สิ่งสำคัญคือ อย่าทิ้งไม้ปีนเขาเป็นอันขาด เพราะช่วงการเดินลงจะแย่ยิ่งกว่าเดิมอีก โดยในช่วงที่คุณเดินลงนั้น เหล่าหินกรวดพวกนี้จะลื่นมากและทำให้คุณก้าวเร็วขึ้นเรื่อย ๆ และคุณอาจจะสะดุดหินกรวดและทำข้อเท้าตัวเองเคล็ดได้ ไม่เพียงแค่ช่วงสุดท้ายของการปีนขึ้นเขาเท่านั้นที่คุณจะพบเจอกับหินกรวด แต่ช่วงปีนลงจากเขานั้น คุณจะพบกับเหล่าหินก้อนโตที่แสนน่ารำคาญนี้ และจะทำให้การเดินลงของคุณแสนทรมานเหมือนเดินบนนรก

    การปีนภูเขาไฟฟูจิถือเป็นสิ่งที่ท้ายทายมากสำหรับมือใหม่อย่างผม แต่ผมก็ทำสำเร็จ! ถ้าคุณมีความพยายามและคอยแวะพักอย่างสม่ำเสมอ ในที่สุดคุณก็จะสามารถปีนไปถึงยอดเขาและมันจะคุ้มกับทุก ๆ ก้าวที่คุณสู้ไม่ถอย คุณอาจจะได้พบเรื่องเล่าใหม่ ๆ ที่ยังไม่มีใครได้รู้หรือแม้แต่พบเจอมาก่อนจากการปีนภูเขาไฟฟูจิก็เป็นได้

    เว็บไซต์การปีนภูเขาฟูจิ *เฉพาะภาษาอังกฤษ