10 สิ่งมหัศจรรย์ในเมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น

  • จุดเยี่ยมชม
  • เฮียวโงะ
  • โกเบ
  • ถ้าคุณนึกถึงประเทศญี่ปุ่น เมืองแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึงต้องเป็น โตเกียว, เกียวโต, และ โอซาก้าอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าเมืองเหล่านี้จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและชื่อเสียงในเรื่องของการท่องเที่ยว แต่ก็ยังมีเมืองที่โดดเด่นอีกหลายเมืองในประเทศญี่ปุ่นที่ควรค่าแก่การไปเยือนอย่างเช่น “เมืองโกเบ” ซึ่งเป็นเมืองที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักมากนัก แต่ก็เป็นเมืองที่มีความน่าสนใจและงดงามอีกแห่งหนึ่ง

    เมืองโกเบ เป็นเมืองท่าซึ่งตั้งอยู่ระหว่างทะเลและเทือกเขาร็อคโคะ เมืองนี้เป็นเมืองหลวงของจังหวัดเฮียวโงะ มีอาหารเลิศรสที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมทิวทัศน์ที่ไม่สามารถเห็นได้จากที่ไหน นอกจากนี้ยังมีโรงต้มสาเก รวมไปถึงจุดชมวิวอีกมากมายที่ทำให้เมืองโกเบเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ และเพื่อให้คุณเห็นภาพมากยิ่งขึ้น เราจะขอแนะนำ 10 สิ่งมหัศจรรย์ที่คุณไม่ควรพลาดในการมาสัมผัสประสบการณ์ ณ เมืองโกเบ

    1. โกเบ ฮาร์เบอร์แลนด์ (Kobe Harborland)

    โกเบ ฮาร์เบอร์แลนด์ เป็นพื้นที่ช้อปปิ้งและแหล่งบันเทิงริมน้ำของบริเวณท่าเรือโกเบ และเป็นที่ตั้งของหอคอยโกเบ (Kobe Port Tower) จุดนัดพบยอดนิยมของชาวเมือง นอกจากนี้ โกเบ ฮาร์เบอร์แลนด์ ยังเป็นสถานที่สำหรับการออกเดทในหมู่คู่รักที่ต้องการมาเที่ยวร้านกาแฟแบบโรแมนติก, ร้านอาหาร และสวนสนุก สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเพลิดเพลินไปกับการตะลุยช้อปปิ้ง ที่นี่มีศูนย์การค้าใหญ่ ๆ อยู่สองแห่ง คือ the Mosaic และ Canal Garden

    เว็บไซต์โกเบ ฮาร์เบอร์แลนด์ (Kobe Harborland) *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    2. กระเช้าลอยฟ้าชินโกเบ (Shin-Kobe Ropeway)

    กระเช้าลอยฟ้าชินโกเบ เป็นกระเช้าที่พานักท่องเที่ยวขึ้นไปทางทิศใต้ของภูเขาร็อคโคะ จุดขึ้นกระเช้าอยู่ใกล้กับสถานีชินโกเบ โดยเส้นทางของกระเช้าจะผ่านน้ำตกนูโนะบิกิ (Nunobiki waterfall) และสวนสมุนไพรนูโนะบิกิ (Nunobiki Herb Garden) และเมื่อถึงสถานีกระเช้าด้านบน คุณก็จะสามารถชมทัศนียภาพที่งดงามของเมืองโกเบได้

    เว็บไซต์กระเช้าลอยฟ้าชินโกเบ (Shin-Kobe Ropeway) *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    3. ภูเขาร็อคโคะ

    ภูเขาร็อคโคะพร้อมที่จะมอบทัศนียภาพอันงดงามให้กับทุกคนที่มาเยือน ที่นี่มีร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกอยู่หลายร้าน คุณสามารถรับประทานอาหารและซื้อของที่ระลึก พร้อมชมทัศนียภาพจากหอสังเกตการณ์ นอกจากนี้ บนภูเขายังมีสถานที่ท่องเที่ยวเล็ก ๆ ให้คุณได้ไปเที่ยวชม เช่น ลานสกีบนยอดเขาร็อคโคะ, พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีร็อคโคะ (Rokko International Musical Box Museum), ระเบียงชมสวนบนภูเขาร็อคโคะ (Rokko Garden Terrace) และ สวนพฤกษศาสตร์ร็อคโคะ (Rokko Alpine Botanical Garden) รับประกันได้เลยว่าคุณจะต้องหลงรักที่นี่ โดยเฉพาะหากคุณกำลังมองหากิจกรรมออกกำลังแบบเบา ๆ ในวันที่อากาศเย็นสบาย

    เว็บไซต์ภูเขาร็อคโคะ *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    4. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทะเลสุมะ เมืองโกเบ

    พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทะเลสุมะ ประจำเมืองโกเบ ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่น่าไป สถานที่แห่งนี้เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่มาเป็นครอบครัวหรือเป็นกลุ่ม เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1957 ผู้ที่มาเยือนสามารถเห็นสัตว์น้ำมากมาย เช่น ปลาฉลาม, ปลากระเบน และ ปลาโลมา สิ่งมีชีวิตที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในสวนสัตว์น้ำแห่งนี้ คือ ปลาพิรารูคู หรือที่นิยมเรียกในภาษาไทยว่า ปลาช่อนยักษ์อะเมซอน และปลาปิรันย่าจากอะเมซอน ที่นี่ถือเป็นตัวเลือกที่ดี โดยเฉพาะหากคุณเป็นคนที่ชอบสัตว์น้ำ หรือจะแวะมาที่นี่ในวันที่อากาศไม่เป็นใจ เช่น มีฝนตกหรือหนาวเกินไปที่จะขึ้นกระเช้าลอยฟ้า!

    เว็บไซต์พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทะเลสุมะ (Kobe Suma Marine Aquarium) *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น
    การเดินทาง

    5. สะพานอาคาชิไคเคียว (Akashi Kaikyo Bridge)

    สะพานอาคาชิไคเคียว ถือเป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก ตั้งอยู่ระหว่างเมืองโกเบและเกาะอะวาจิ บริเวณใกล้ ๆ กับสะพานมีศูนย์แสดงนิทรรศการสะพานอาคาชิไคเคียว (Bridge Exhibition Center) และ ไมโกะมารีนโพรเมเนต (Maiko Marine Promenade) ซึ่งมีจุดสังเกตุการณ์หลายแห่งสำหรับชมวิว แม้แต่คนที่กลัวความสูงก็ไม่ควรพลาดสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์และน่าประทับใจที่สร้างด้วยฝีมือมนุษย์นี้

    สะพานอาคาชิไคเคียว (Akashi Kaikyo Bridge) *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    6. อาริมะออนเซ็น (Arima Onsen)

    อาริมะออนเซ็น ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของภูเขาร็อคโคะ เป็นย่านออนเซ็นที่มีชื่อเสียงที่สุดในโกเบ และเป็นหนึ่งในย่านออนเซ็นเก่าแก่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น บริเวณนี้มีสถานที่อาบน้ำสาธารณะของเมืองและเรียวกังให้ได้เลือกพัก ซึ่งอาริมะออนเซ็นได้กลายเป็นสถานที่ที่ชาวโอซาก้าและชาวโกเบนิยมมาผ่อนคลายกันในวันหยุดสุดสัปดาห์ของพวกเขา หากคุณเป็นผู้ที่ชื่นชอบวัฒนธรรมการแช่น้ำพุร้อนของประเทศญี่ปุ่น ที่นี่เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาด

    เว็บไซต์อาริมะออนเซ็น (Arima Onsen) *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น
    การเดินทาง

    7. งานประดับไฟสุดแห่งเมืองโกเบ (Kobe Luminarie)

    A post shared by Mikiko.Shibuya (@m_shibuya) on

    หากคุณกำลังจะได้เดินทางมาเมืองโกเบในช่วงเดือนธันวาคม ถือว่าคุณโชคดีสุด ๆเลยล่ะ! เพราะคุณจะได้ชมงานประดับไฟสุดอลังการ ซึ่งเป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองโกเบ เทศกาลประดับไฟที่มีความสวยงามและยิ่งใหญ่นี้ จัดขึ้นในช่วงกลางเดือนธันวาคมของทุกปีและมีระยะเวลาในการจัดเพียงแค่หนึ่งอาทิตย์เท่านั้น เทศกาลนี้ถูกจัดขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์รำลึกถึงเหตุการณ์ Great Hanshin หรือเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ของเมืองโกเบในอดีตที่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1995 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 6,000 คน และก่อให้เกิดความเสียหายกว่าสองแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณกว่าหกล้านล้านบาท)

    บอกได้เลยว่าความอลังการของงานประดับไฟที่ถูกประดับประดาด้วยดวงไฟสีสันสวยงามหลายพันดวงและถูกออกแบบมาให้เหมือนกระจกสีของโบสถ์นี้ จะต้องทำให้คุณตกตะลึงจนแทบจะหยุดหายใจเลยทีเดียว หากคุณมีโอกาสมาเที่ยวเมืองโกเบในช่วงใกล้เทศกาลคริสต์มาส ห้ามพลาดงานประดับไฟที่ไม่สามารถหาชมกันได้ง่าย ๆ ที่ไหนเด็ดขาด

    เว็บไซต์งานประดับไฟเมืองโกเบ (Kobe Luminarie) *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น
    การเดินทาง

    8. บ้านยุโรปคิตาโนะ (Kitano-Cho)

    คิตะโนะ โช เป็นอำเภอเมืองหนึ่งที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองโกเบ ที่นี่มีบ้านสไตล์ตะวันตกที่มีความสวยงามและสร้างมาตั้งแต่สมัยเมจิของญี่ปุ่นตั้งอยู่มากมายให้ผู้ที่เดินทางผ่านมาได้ชื่นชมความงดงาม ซึ่งบ้านบางหลังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมข้างในอีกด้วย ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่สนใจสถาปัตกรรมญี่ปุ่นดั้งเดิม

    เว็บไซต์บ้านยุโรปคิตาโนะ (Kitano-Cho) *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น
    การเดินทาง

    9. พิพิธภัณฑ์ทางทะเลโกเบและคาวาซากิเวิลด์ (Kobe Maritime Museum & Kawasaki Good Times World)

    ถ้าคุณเป็นหนึ่งในนักท่องเที่ยวที่ชอบศึกษาประวัติศาสตร์ของเมืองต่าง ๆ เราขอแนะนำให้คุณเพิ่มการไปพิพิธภัณฑ์ทางทะเลโกเบและคาวาซากิเวิลด์ไว้ในแผนการเที่ยวของคุณ พิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจแห่งนี้จัดแสดงประวัติศาสตร์ของเมืองโกเบในฐานะที่เป็นเมืองท่า รวมทั้งมีการรวบรวมจัดแสดงเรือคุณภาพเยี่ยมมากมายให้นักท่องเที่ยวได้เดินชม นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์ทางทะเลแห่งนี้ด้วย โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับสวนสาธารณะเมริเคน (Meriken Park) ซึ่งอยู่บริเวณริมทะเลของเมืองโกเบ

    เว็บไซต์พิพิธภัณฑ์ทางทะเลโกเบและคาวาซากิเวิลด์ (Kobe Maritime Museum) *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    10. เนื้อโกเบ

    เนื้อโกเบถือเป็นหนึ่งในประเภทเนื้อวัวที่ยอดเยี่ยมที่สุดของประเทศญี่ปุ่น หรือของโลกเลยก็ว่าได้ สำหรับคนรักเนื้อวัว คุณไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด เพราะเนื้อโกเบ หรือ “วากิว” (“wagyu”) ในภาษาญี่ปุ่นนั้น เป็นเนื้อจากโคเนื้อทาจิมะ ซึ่งเป็นโคสายพันธุ์วากิว ถือกำเนิดมาจากพื้นที่เฮียวโงะ มีกรรมวิธีการเลี้ยงที่ละเอียดอ่อน เพื่อที่จะสามารถผลิตเนื้อแสนอร่อยและมีคุณภาพเยี่ยมให้เราได้รับประทานกัน เนื้อโกเบสามารถใช้ทำเป็น ชาบูชาบู, เทปันยากิ, ซาชิมิ, สุกี้ยากี้ และ สเต็ก ซึ่งเนื้อลายหินอ่อนที่จะละลายในปากยามที่คุณรับประทานนี้ ถือเป็นเนื้อคุณภาพเยี่ยมที่สุดที่คุณควรลิ้มลอง และถึงแม้ว่าคุณจะสามารถหาเนื้อโกเบรับประทานได้ทั่วประเทศญี่ปุ่น แต่คงไม่มีที่ไหนจะให้ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมเท่ากับการรับประทานที่เมืองต้นกำเนิดอย่างโกเบ

    หวังว่าในยามที่คุณไปโกเบจะได้ลองทั้ง 10 สิ่งมหัศจรรย์นี้ เพื่อให้การมาเที่ยวเมืองโกเบครั้งนี้ของคุณคุ้มค่าที่สุด และได้สัมผัสทุกประสบการณ์ที่เมืองแห่งนี้พร้อมที่จะมอบให้กับคุณ ไม่ว่าจะเป็นการได้รับประทานเนื้อโกเบ หรือ เนื้อ “วากิว” อันแสนโอชะ สำรวจความมหัศจรรย์ทางประวัติศาสตร์ของเมืองโกเบ และชมวิวที่แสนงดงามบนยอดภูเขาร็อคโคะ! เมืองแห่งนี้เหมาะสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะมาเที่ยวแบบทั้งครอบครัว, กลุ่มเพื่อน, คู่รัก หรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางคนเดียวก็สามารถเพลิดเพลินไปกับเมืองที่น่าสนใจแห่งนี้ได้ ดังนั้นอย่าลืมมาแวะมาเที่ยวเมืองนี้ เวลาที่ภูมิภาคคันไซนะคะ

    หากต้องการหาที่พักในโกเบ สามารถดูข้อมูลทั้งหมดได้ที่นี่!