ชุดกิโมโน VS ชุดยูกาตะ: มีความแตกต่างกันอย่างไร

  • ประเพณี
  • วัฒนธรรม
  • ชุดยูกาตะและกิโมโน คือ ชุดประจำชาติของประเทศญี่ปุ่นที่เรารู้จักกันดี แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ถึงความแตกต่างระหว่างสองชุดนี้ ต้นกำเนิดของชุดกิโมโนมาจากชุดประจำราชวงศ์ฮั่นในประเทศจีน แต่เมื่อเวลาผ่านไปชุดกิโมโนได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับรสนิยมด้านความงามและกระบวนการผลิตในแบบชาวญี่ปุ่นและกลายมาเป็นชุดกิโมโนในปัจจุบัน ลองมาดูกันดีกว่าว่าความแตกต่างระหว่างชุดกิโมโนและชุดยูกาตะนั้นมีอะไรบ้าง

    1. วัตถุดิบที่ใช้ผลิต

    โดยปกติแล้วชุดกิโมโนผลิตจากผ้าไหม ซึ่งผ้าไหมนั้นเป็นวัตถุดิบที่หรูหราที่สุด และสะท้อนให้เห็นความงามของกิโมโนได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ชุดยูกาตะมักจะผลิตจากผ้าฝ้าย หรือผ้าโพลิเอสเตอร์ ซึ่งทำให้ชุดยูกาตะนั้นมีราคาที่ถูกกว่า และยังสวมใส่สบายกว่าในฤดูร้อน

    2. การจัดวางองค์ประกอบ

    อีกสิ่งที่แตกต่างกัน คือ ซับใน ในการสวมใส่ชุดกิโมโนนั้น ซับในจะถูกสวมใส่ก่อนชั้นผ้าไหมที่มีลวดลายด้านนอก ในขณะที่ชุดยูกาตะจะไม่มีการสวมซับใน เพราะชุดยูกาตะนั้นเหมาะสำหรับการสวมใส่ในช่วงฤดูร้อนและการใส่ซับในอาจทำให้ร้อนเกินไป

    3. แขนเสื้อ

    ลักษณะแขนเสื้อของชุดกิโมโนนั้น มีมากมายหลายแบบขึ้นอยู่กับการใช้งาน ตั้งแต่เรื่องของอายุไปจนถึงระดับความเป็นทางการของงาน ชุดกิโมโนที่มีแขนเสื้อยาวที่สุด คือ แบบฟุริโซเดะ โดยแขนเสื้อของกิโมโนประเภทนี้จะมีความยาวจนแตะพื้น และเป็นกิโมโนสำหรับหญิงสาวที่ยังไม่แต่งงานโดยเฉพาะ ซึ่งแขนเสื้อที่ยาวนั้นจะทำให้ชายหนุ่มโสดทราบได้ว่าหญิงสาวคนใดที่ยังไม่ได้รับการผูกมัด อย่างไรก็ตามเหุตผลนี้ก็ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด นอกจากฟุริโซเดะแล้วยังมีรูปแบบของแขนเสื้อที่มีความยาวขนาดกลางอีกด้วย ส่วนชุดยูกาตะนั้นความยาวของแขนเสื้อจะอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 50 เซนติเมตร และไม่มีทางที่จะสัมผัสพื้นดินแน่นอน

    4. ฤดูที่ใส่

    ถ้าคุณเห็นใครก็ตามใส่เสื้อผ้าแบบในรูปในช่วงฤดูหนาว ให้มั่นใจได้เลยว่านี่คือ ชุดกิโมโน! เพราะคุณจะไม่มีทางเห็นคนใส่ชุดยูกาตะออกไปเดินข้างนอก ยกเว้นในช่วงฤดูร้อน เนื่องจากมันมีเพียงชั้นเดียวและไม่มีซับในจึงไม่สามารถป้องกันความหนาวเย็นได้ เรามักจะได้เห็นคนใส่ชุดกิโมโนพร้อมกับเครื่องประดับตกแต่งต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับฤดูนั้น ๆ ยกตัวอย่างเช่น ผ้าคลุมไหล่ขนสัตว์สำหรับฤดูหนาว สำหรับชุดยูกาตะนั้นในบางครั้งจะใส่ในฤดูอื่น เช่น ในเรียวกังหรือรีสอร์ทออนเซ็น ซึ่งโดยปกติแล้วทางโรงแรมจะเตรียมไว้ให้แขกที่มาพัก แต่ก็ไม่มีใครใส่ออกมาเดินข้างนอกอย่างแน่นอน!

    5. ช่วงเวลาที่ใส่

    ชุดกิโมโนและชุดยูกาตะมักจะใส่ในวาระและโอกาสที่แตกต่างกัน โดยชุดยูกาตะจะใส่ในช่วงฤดูร้อนสำหรับเข้าร่วมในเทศกาลดอกไม้ไฟ หรือเทศกาลต่าง ๆ ในฤดูร้อน แต่ชุดกิโมโนจะใส่ในโอกาสที่เป็นทางการ เช่น การสวดมนต์ครั้งแรกของปีใหม่ หรือในพิธีจบการศึกษา และแน่นอนทุกคนสามารถสวมใส่ชุดกิโมโนและชุดยูกาตะได้ทุกเวลาที่ต้องการ คุณอาจได้เห็นคนญี่ปุ่นสวมใส่ชุดประจำชาตินี้ตามท้องถนนหรือในวันธรรมดา

    หวังว่าสิ่งที่เล่ามานี้ จะช่วยให้คุณสามารถแยกชุดกิโมโนและยูกาตะได้ เพราะทั้งสองชุดนั้นเป็นเครื่องแต่งกายประจำชาติที่มีความสวยงามทั้งในแง่ของการสวมใส่และเป็นผลงานทางศิลปะด้วย