ข้อแตกต่างระหว่าง “เกอิชา” “ไมโกะ” และ “เกอิโกะ”

  • ประเพณี
  • วัฒนธรรม
  • เกอิชาและไมโกะ เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมและธรรมเนียมโบราณของประเทศญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก พวกเธอ คือ เหล่านักแสดงของญี่ปุ่นที่งดงาม เป็นสัญลักษณ์ของธรรมเนียมญี่ปุ่นที่มีมาอย่างยาวนานนับร้อยปี เป็นเอนเตอร์เทนเนอร์มืออาชีพที่มอบความสุขให้กับแขกของพวกเธอด้วยการร่ายรำ เล่นดนตรี เล่นเกมต่าง ๆ รินเครื่องดื่ม และพูดคุยด้วย เกอิชายังคงเป็นอาชีพที่มีอยู่ในสังคมยุคปัจจุบันของญี่ปุ่น ต่างกับซามูไรที่ได้หายไปตามกาลเวลา ถ้าคุณมีโอกาสได้ไปเที่ยวย่านกิออนในเกียวโต คุณก็อาจจะสังเกตเห็นพวกเธอเดินอยู่ตามถนนต่าง ๆ ในกิออน

    พวกเธอจะแต่งหน้าด้วยสีขาว ทาปากสีแดง และทำทรงผมแบบโบราณที่งดงาม ใส่กิโมโน และอาจจะถือพัดกระดาษ หรือ ร่มเพื่อบังแดด ฉันมั่นใจว่าคุณคงอยากจะเห็นเกอิชาตัวเป็น ๆ สักครั้งเวลาที่คุณมาเที่ยวที่ญี่ปุ่น คุณอาจจะอยากพูดคุย ทานอาหารและชมการแสดงอันงดงามของพวกเธอ พอฉันได้เริ่มศึกษาประวัติของเกอิชา ฉันก็เริ่มสังเกตเห็นถึงความแตกต่างระหว่าง “เกอิชา” “ไมโกะ” และ “เกอิโกะ” คุณอยากรู้ไหมว่าพวกเธอแตกต่างกันอย่างไร

    เกอิชา vs. เกอิโกะ

    เกอิชา หรือ เกอิโกะ คือ หญิงสาวที่เชี่ยวชาญในศิลปะแห่งการเล่นดนตรี ร้องเพลง และ เต้นรำ พวกเธอสามารถเล่นชามิเซ็น (shamisen) หรือ เครื่องสายชนิดหนึ่งของญี่ปุ่นได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังสามารถแสดงการร่ายรำที่ใช้เพื่อเฉลิมฉลองการเปลี่ยนแปลงของฤดูต่าง ๆ อีกด้วย พวกเธอจะถูกฝึกให้เคลื่อนไหวอย่างงดงาม และพูดจาอย่างมีศิลปะ รวมถึงฝึกวิธีการรินเครื่องดื่มอย่างปราณีต ทำให้เป็นผู้หญิงที่น่ามองและมีเสน่ห์อย่างเหลือล้น

    ทั้งเกอิชาและเกอิโกะต่างก็ใส่กิโมโน ทำทรงผมที่สวยงาม แต่งหน้าสีขาว และทาปากสีแดงเหมือนกัน ข้อแตกต่างของเกอิชาและเกอิโกะก็คือ สถานที่ที่พวกเธอแสดงนั่นเอง โดยถ้าเป็นที่เกียวโตจะเรียกว่า “เกอิโกะ” และที่โตเกียวเรียกว่า “เกอิชา” แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะเรียกผิด เพราะยังไงก็ตามคำว่าเกอิชาก็คือชื่อที่รู้จักกันทั่วไปมากกว่าอยู่แล้ว

    ไมโกะ คือ อะไร?

    ไมโกะ คือ เกอิโกะฝึกหัด เป็นวัยรุ่น หรือ เด็กสาวที่กำลังเรียนรู้วิถีของเกอิชา คำว่าไมโกะในภาษาญี่ปุ่นนั้นแปลว่า “เด็กน้อยเต้นรำ” ซึ่งเกอิชาฝึกหัดในโตเกียวนั้น จะถูกเรียกว่า “ฮันโกคุ” แปลว่า “ครึ่งของอัญมณี” และพวกเธอจะได้รับเงินค่าจ้างแค่ครึ่งหนึ่งของเกอิชา

    ในอดีต ไมโกะนั้นอาจจะมีอายุแค่สามหรือห้าขวบ แต่ในยุคปัจจุบันที่เด็ก ๆ ต้องไปโรงเรียน ไมโกะอายุน้อยเลยไม่มีอีกต่อไป และเมื่อถึงอายุที่เหมาะสมเด็กสาวที่ฝันอยากจะเป็นเกอิชา ก็สามารถตัดสินใจมาสมัครได้ด้วยตัวเอง ในเกียวโตสามารถเริ่มเรียนการเป็นเกอิชาได้เมื่ออายุ 15 หรือ 16 ปี ส่วนในโตเกียวสามารถเรียนได้ตอนอายุ 18 ปี ไมโกะทุกคนจะต้องฝึกฝนเป็นอย่างน้อยหนึ่งปีก่อนที่จะได้เลื่อนขั้นเป็นเกอิชา ส่วนกรณีของผู้หญิงที่มาฝึกหลังจากอายุ 20 ปีแล้ว ถึงแม้ว่าจะอายุมากเกินกว่าจะเรียกว่า ไมโกะ แต่พวกเธอก็จะต้องได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างน้อยสิบสองเดือน ก่อนที่จะได้ชื่อว่าเป็น เกอิชา หรือ เกอิโกะแบบเต็มตัว

    ความแตกต่างทางรูปลักษณ์

    ข้อแตกต่างอันแรกระหว่าง เกอิโกะและไมโกะ หรือ เกอิชาและฮันโกคุ ก็คือ “อายุ” ไมโกะและฮันโกคุจะมีอายุน้อยกว่าเกอิโกะหรือเกอิชา ถ้าคุณเห็นเด็กสาวที่แต่งตัวคลายเกอิโกะ พวกเธอก็น่าจะเป็นไมโกะ แต่การเดาอายุของผู้หญิงญี่ปุ่นนั้น เป็นเรื่องยากมาก โดยเฉพาะเวลาที่พวกเธอแต่งหน้าแบบนี้

    ข้อแตกต่างข้อที่สองก็คือ “ทรงผม” ซึ่งทรงผมของเกอิชาหรือเกอิโกะนั้น จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทรงผมของพวกเธอจะหนา ดำ และถูกรวบอย่างสวยงามเพื่อไม่ให้ลงมาปรกหน้า ไมโกะจะทำผมทรงนี้ด้วยผมของตัวเอง ในขณะที่เหล่าเกอิโกะนั้นจะใช้วิก ไมโกะจะประดับผมด้วยปิ่นและเครื่องประดับผมที่โดดเด่น ในขณะที่เกอิโกะจะใช้เครื่องประดับผมที่ดูเรียบร้อยกว่า

    เกอิโกะและไมโกะนั้น แต่งหน้าเป็นสีขาวเหมือนกัน แต่ไมโกะอาจจะแต่งแก้มมากกว่าเพราะว่าพวกเธออายุยังน้อย ลักษณะการทาปากของไมโกะและเกอิชาจะแตกต่างกันเล็กน้อย โดยไมโกะจะทาสีแดงแค่บนริมฝีปากด้านล่าง ส่วนเกอิชาฝึกหัดที่มีอายุหน่อยจะทาสีแดงบาง ๆ บนสองริมฝีปาก ในขณะที่เกอิชาและเกอิโกะจะทาทั้งริมฝีปากล่างและบนด้วยสีแดงสด นอกจากนี้ไมโกะบางคนจะทาคิ้วให้เป็นสีแดง

    ข้อแตกต่างอันต่อมาก็คือ “รองเท้า” ไมโกะจะใส่รองเท้าส้นตึกสูง ๆ ที่เดินได้ยาก

    หวังว่าข้อมูลเหล่านี้ จะทำให้คุณแยกความแตกต่างระหว่าง “เกอิชา” “เกอิโกะ” และ “ไมโกะ” ได้ง่ายขึ้นนะคะ นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้ข้อมูลด้านบน เพื่อแยกแยะเกอิชาตัวจริงจากนักท่องเที่ยวที่แต่งตัวเป็นเกอิชาได้อีกด้วย! ครั้งหน้าถ้าคุณเห็นสาวสวยหน้าขาวทาปากแดงและทำผมสวย ๆ นั่นอาจจะเป็นแค่นักท่องเที่ยวที่แต่งเป็นเกอิชา และข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งก็คือ นักท่องเที่ยวที่แต่งตัวเป็นเกอิชานั้น จะไม่สามารถเคลื่อนไหวในชุดกิโมโนได้อย่างคล่องแคล่ว และยังยอมให้ทุกคนถ่ายรูปคู่กับพวกเธอ

    และถ้าคุณเจอหญิงสาวที่ดูเป็นผู้ใหญ่และทาปากแดงที่เกียวโต เธอก็คือ “เกอิโกะ” ถ้าเธอเป็นสาววัยรุ่นที่ทาริมฝีปากล่างแดงและใส่รองเท้าส้นตึกสูง ๆ ที่เกียวโต เธอก็คือ “ไมโกะ” และถ้าคุณเจอหญิงสาวปากแดงและใส่เครื่องประดับผมที่สวยงามแบบเรียบ ๆ เธอก็คือ “เกอิชา” ครั้งหน้าลองนำเทคนิคนี้ไปใช้แยกแยะสาว ๆ เหล่านี้กันดูนะคะ และอย่าลืมว่าไม่ควรเสียมารยาทเข้าไปรุมมองพวกเธอและถ่ายรูปมากจนเกินไป ควรจะชื่นชมพวกเธออย่างไกล ๆ อย่างให้เกียรติก็พอแล้ว