ด้านมืดที่ซ่อนเร้นอยู่ในอนิเมะเรื่องดัง Spirited Away จาก สตูดิโอจิบลิ

  • วัฒนธรรม
  • ประเทศญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการผลิตงานแอนิเมชั่น ถ้าในฝั่งของฮอลลีวู้ดมีสตูดิโอชื่อดังอย่าง ดรีมเวิร์คและดิสนีย์แล้ว ส่วนทางฝั่งของญี่ปุ่นก็มี สตูดิโอจิบลิ (Studio Ghibli) ที่มีชื่อโด่งดังไปทั่วโลกและมีผลงานมากมายอย่าง หนังสั้นและงานโฆษณา ด้วยลายเส้นอันงดงามและเรื่องราวที่แปลกใหม่ที่มักจะเต็มไปด้วยความหมายเป็นนัยยะแฝงอยู่ ทำให้ผลงานของจิบลิได้รับความนิยมอย่างล้นหลามตั้งแต่ได้ก่อตั้งขึ้นที่เมืองโคงาเนอิ จังหวัดเกียวโตในปี 1985 ผลงานที่มีชื่อได้แก่ เจ้าหญิงจิตวิญญาณแห่งพงไพร (Princess Mononoke), โทโทโร่เพื่อนรัก (My Neighbor Totoro), แม่มดน้อยกิกิ (Kiki’s Delivery Service) และ ปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์ (Howl’s Moving Castle) เป็นต้น

    แฟนของสตูดิโอจิบลิน่าจะรู้จักผลงานที่ทรงคุณค่าเหนือกาลเวลาซึ่งมีอยู่หลายเรื่อง ภาพยนต์แอนิเมชั่น 8 เรื่องของสตูดิโอจิบลิได้ติดอันดับท็อป 15 ของภาพยนตร์แอนิเมชั่นญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาล ซึ่งเรื่องที่เป็นหนึ่งดวงใจของทุกคนคงเป็นเรื่องใดไปไม่ได้นอกจาก Spirited Away ชื่อไทย: มิติวิญญาณมหัศจรรย์ (2001) ซึ่งอยู่ในอันดับ 2 เป็นเรื่องราวการผจญภัยสุดมหัศจรรย์ของเด็กสาวที่ชื่อ จิฮิโระ (Chihiro) ซึ่งเธอกับพ่อแม่ได้หลงเข้าไปในป่า และเธอก็หลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง ซึ่งที่นั่นเธอต้องไปทำงานในโรงอาบน้ำสำหรับเทพเจ้า เพื่อที่จะช่วยถอนคำสาปให้พ่อแม่ของเธอที่ถูกทำให้กลายร่างเป็นหมู

    แต่คุณรู้หรือไม่ว่านักประพันธ์และผู้กำกับอย่าง ฮายาโอะ มิยาซากิ (Hayao Miyazaki) ได้พยายามที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของภาพยนตร์ในด้านดาร์กอยู่ด้วยเช่นกัน โดยเหล่าแฟน ๆ ของ Spirited Away ได้หยิบยกตัวอย่างของสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่แฝงความหมายด้านมืดสอดแทรกลงในอนิเมะที่ดูไม่มีพิษมีภัยเรื่องนี้

    การค้าประเวณีเด็กใน Spirited Away

    แฟน ๆ หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วเกี่ยวกับความดาร์กที่แฝงอยู่ในแอนิเมชั่นเรื่องนี้ หรืออาจจะมีทฤษฎีเป็นของตัวเองอยู่แล้วก็เป็นได้ บางคนกล่าวว่าเรื่องนี้ถูกเขียนขึ้นเพื่อสะท้อนให้เห็นความน่ากลัวและความเป็นจริงเกี่ยวกับการค้าประเวณีเด็ก รวมถึงการค้ามนุษย์ในประเทศญี่ปุ่น หากคุณเคยดู Spirited Away คุณจะเข้าใจว่านี่ดูจะไม่ใช่ความบังเอิญ ตัวบทและโครงเรื่องถูกวางไว้เป็นอย่างดี เพื่อให้ภาพยนตร์ทั้งน่าสนุกสนานทั้งน่ากลัว และสามารถสะท้อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริง

    ตลอดทั้งเรื่องมีภาพและเหตุการณ์ที่บอกใบ้เราอยู่เป็นนัย ๆ ลองมาดูเหตุการณ์ต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงด้านมืดจากหนึ่งในภาพยนตร์อันเป็นที่รักที่ถูกสร้างโดยสตูดิโอจิบลิกันเถอะ

    ชื่อ

    เริ่มต้นเมื่อพ่อของจิฮิโระยืนกรานที่จะขับรถไปอีกทางหนึ่งและได้หลุดเข้าไปยังโลกเวทมนตร์ ที่ซึ่งทำให้จิฮิโระคลาดกับพ่อและแม่ แถมพ่อและแม่ของเธอยังถูกทำให้กลายเป็นหมูเมื่อพวกเขาทานอาหารจากร้านที่อยู่ในเมือง ส่วนจิฮิโระก็ถูกบังคับให้ทำงานในโรงอาบน้ำ

    เมื่อเธอเริ่มต้นทำงานที่โรงอาบน้ำ แม่มดที่ชื่อว่า ยูบาบะ (Yubaba) ได้มอบชื่อใหม่ให้แก่เธอ ซึ่งเป็นธรรมเนียมของคนค้าประเวณีในประเทศญี่ปุ่น ที่ต้องเปลี่ยนชื่อโดยใช้ชื่อเล่น หรือ “เก็นจินะ (genjina)” ซึ่งชื่อที่จิฮิโระได้รับคือ “เซน” (Sen) ซึ่งเขียนตัวคันจิเป็น 千 ตัวอักษรตัวนี้แปลว่า 1,000 ซึ่งอาจจะเป็นการบอกให้รู้ว่า จิฮิโระนั้นมีค่าตัว 1,000 เยนในฐานะโสเภณี นอกจากนี้ โรงอาบน้ำก็เป็นสัญลักษณ์ของ “ซ่อง” ที่จิฮิโระต้องทำงานเพื่อช่วยให้พ่อและแม่ของเธอคืนร่างกลับมาเป็นมนุษย์

    โรงอาบน้ำ

    ในเรื่อง จิฮิโระ ถูกจ้างในฐานะ “ยูนะ (yuna)” คำนี้ในภาษาญี่ปุ่นใช้สำหรับผู้หญิงที่ทำงานในโรงอาบน้ำ ซึ่งมีหน้าที่อาบน้ำและนวดให้กับลูกค้า หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ โสเภณีในโรงอาบน้ำนั่นเอง คุณอาจจะสังเกตเห็นว่าเหล่าเทพเจ้าที่มาใช้บริการทั้งหมดเป็น “โอกามิ (Ogami)” หรือ เทพเจ้าที่เป็นผู้ชาย ซึ่งเป็นการสื่อความหมายที่ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก

    นอกจากนี้เรายังเห็นอีกว่า ยูบาบะเจ้าของโรงอาบน้ำ ใส่เสื้อผ้าสไตล์ตะวันตกที่ดูทันสมัยและสง่างามกว่าใครในโรงอาบน้ำ จุดนี้อาจจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าเธอได้ยักยอกเอาเงินจากรายได้ของโรงอาบน้ำมาใช้ปรนเปรอตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องเศร้าที่เกิดขึ้นจริงในธุรกิจประเภทนี้

    พ่อและแม่ของจิฮิโระ

    เหตุผลที่จิฮิโระต้องทำงานในโรงอาบน้ำก็เพราะความผิดของพ่อและแม่ โดยหลังจากทานอาหารที่ไม่ใช่ของตนเข้าไป พ่อและแม่ของเธอก็ถูกทำให้กลายเป็นหมู เปรียบเสมือนการสร้างหนี้เอาไว้

    หลายคนเชื่อว่า จิฮิโระนั้นได้ถูกขายให้กับโรงอาบน้ำโดยพ่อแม่ของเธอเพื่อเป็นการชดใช้หนี้สิน และเมื่อพวกเขาได้กลับมาเจอกันในตอนท้ายในภาพยนตร์ได้แสดงให้เห็นว่า จิฮิโระได้ทำงานใช้หนี้ที่เธอติดแม่มดเจ้าของโรงอาบน้ำอยู่จนหมดแล้ว

    ถึงแม้ว่าทฤษฎีต่าง ๆ จะมีการพูดถึงกันในหมู่แฟนคลับของ Spirited Away แต่ทางสตูดิโอจิบลิก็ไม่เคยออกมายืนยันแต่อย่างใดว่าเป็นความจริงหรือเป็นแค่การมโนของเหล่าแฟนคลับเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ฮายาโอะ มิยาซากิ ผู้แต่งและผู้สร้างแอนิเมชั่นเรื่องนี้ ได้เคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาเชื่อว่าวิธีที่ดีที่สุดในการแสดงให้เห็นถึงสังคมญี่ปุ่นและอุตสาหกรรมทางเพศ คือ การถ่ายทอดเรื่องราวผ่านตัวภาพยนตร์ ซึ่งนี่อาจจะเป็นการบอกเป็นนัย ๆ ว่าหมายความต่าง ๆ ที่เหล่าแฟนคลับวิเคราะห์ออกมานั้นถูกต้องแล้ว

    แล้วคุณคิดว่า มิยาซากิได้พยายามที่จะใส่เรื่องราวเกี่ยวกับความจริงอันแสนเศร้าของการค้าประเวณีเด็กลงไปในแอนิเมชั่นสุดคลาสสิคนี้จริง ๆ หรือไม่ หรือมันอาจจะเป็นแค่เพียงความบังเอิญเท่านั้น

    *Featured Image: jp.fotolia.com/