ค้นพบ 9 สถานที่ท่องเที่ยวดังในจังหวัดโทยามะ

  • แนะนำ
  • โทยามะ
  • โฮคุริคุ ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นที่มีเทือกเขาสูงขนาบอยู่ทางทิศตะวันตก และมีทะเลขนาบอยู่ทางทิศตะวันออก มีเกาะที่ขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติที่มีความแตกต่างอย่างสุดขั้วในตัวเอง ที่ที่คุณจะได้พบเจอกับอากาศหนาวเย็นในช่วงฤดูหนาว และสนุกกับแสงแดดและเกลียวคลื่นบนชายหาดได้ในฤดูร้อน ที่ที่คุณจะได้เดินเล่นอย่างเพลิดเพลินในป่าลึกเขียวขจี ทักทายลิงน่ารัก ๆ ไปตามทาง ทำให้ร่างกายอบอุ่นด้วยออนเซ็นที่นับว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น และตบท้ายด้วยการรับประทานซูชิที่สดที่สุดในละแวกนั้น

    จังหวัดโทยามะ หรือชื่อเดิมคือ เอทชู เป็นจังหวัดเล็ก ๆ อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวง และยังคงไว้ซึ่งความสงบตามแบบชนบทได้เป็นอย่างดี ประชากรส่วนใหญ่อาศัยอยู่นอกเมือง นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่สำหรับผู้ที่หนีออกมาจากระบบจักรวรรดิและซ่อนตัวอยู่ในป่าลึก โดยรวมแล้วโทยามะอุดมไปด้วยความงดงามของธรรมชาติ ความลึกลับ และประเพณีที่ยังคงหยั่งรากฝังลึก

    1. เขื่อนคุโรเบะ (Kurobe Dam)

    เขื่อนคุโรเบะสร้างขึ้นในปี 1963 สถานที่แห่งนี้จะงดงามที่สุดในเดือนเมษายนถึงพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขื่อนจะเปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าชม สามารถขับรถมาจอดและเดินข้ามเขื่อนได้ เป็นเขื่อนที่สูงที่สุดและมีโค้งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีความสูงถึง 186 เมตร นอกจากนี้ภาพทิวทัศน์ของที่นี่ก็มีความงดงามมากอีกด้วย

    การเดินทาง

    2. ทาคาโอกะ ไดบุทสึ (Takaoka Daibutsu)

    หากคุณได้มาเยือนจังหวัดโทยามะ ทาคาโอกะ คือ อีกสถานที่ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ที่นี่เป็นเมืองหลวงเก่าของเอทชู โด่งดังในเรื่องสวน และอีกสิ่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อมากคือ พระพุทธรูปไดบุทสึที่สร้างขึ้นจากทองสำริด พระพุทธรูปลักษณะนี้มีอยู่สามแห่งในประเทศญี่ปุ่น (อีกสององค์ประดิษฐานอยู่ที่นาราและคามาคุระ)

    พระพุทธรูปองค์ดั้งเดิมนั้นถูกเผาไปหลายครั้ง และองค์ที่ตั้งอยู่ในปัจจุบันเป็นองค์จำลองที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1907 ซึ่งคนงานและช่างฝีมือใช้เวลาถึง 26 ปีจึงแล้วเสร็จ ฐานนั้นทำจากคอนกรีต ภายในมีลักษณะกลวง ประดับไปด้วยภาพของพระโพธิสัตว์ 13 รูป รวมไปถึงภาพถ่ายของทาคาโอกะ ไดบุทสึองค์สุดท้ายที่ถูกเผาไปในปี 1900 ถ้าหากคุณเคยเห็นพระพุทธรูปแบบเดียวกันอีกสององค์มาก่อน อาจจะสังเกตเห็นว่าองค์นี้ดูผอมและรูปงามกว่ามาก

    เรื่องที่ว่ารูปงามหรือไม่นั้นอาจจะแล้วแต่คนมอง แต่ถึงอย่างนั้น ทาคาโอกะ ไดบุทสึก็นับว่าเป็นพระพุทธรูป “บินัน” (美男 แปลว่า หนุ่มรูปงาม) เพียงหนึ่งเดียวของประเทศญี่ปุ่น

    การเดินทาง

    3. หมู่บ้านไอโนะคุระกัชโชซึคุริ (Ai no kura Gassho Zukuri Village)

    หมู่บ้านแห่งนี้มีเอกลักษณ์ที่โด่งดังในเรื่องรูปทรงของบ้าน ซึ่งถูกสร้างมาให้สามารถรับน้ำหนักของหิมะหนา ๆ ได้ รวมถึงทนต่อลมกรรโชกของบริเวณภูเขาได้ หมู่บ้านแห่งนี้เป็นมรดกโลกขององค์การ UNESCO และมีนักท่องเที่ยวนับพันมาเยือนทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูหนาว เพื่อเยี่ยมชมวิวทิวทัศน์ที่งดงามตระการตาโดยเฉพาะในตอนกลางคืนที่มีบรรยากาศราวกับว่าคุณได้หลุดเข้าไปในดินแดนพิศวง อบอวลไปด้วยเวทมนตร์ของฤดูหนาว

    ชื่อเรียกนี้มาจากหลังคาที่มีคานค้ำสูง ดูคล้ายกับสองมือพนมเข้าด้วยกัน (กัชโช) ซึ่งคนญี่ปุ่นยกให้เป็นหนึ่งในสิบสถานที่ที่ควรไปเยือนก่อนตาย! และเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดหากคุณได้มาเยือนเกาะแห่งนี้

    การเดินทาง

    4. ยุกิ โนะ โอทานิ (Yuki no Otani)

    เมื่อพูดถึงโทยามะ หลายคนอาจจะนึกถึงปริมาณหิมะต่อปีที่เยอะอย่างไม่น่าเชื่อ ทราบหรือไม่ว่าภูมิภาคทางเหนือของญี่ปุ่นนั้น มีคำที่เอาไว้เรียกหิมะถึง 40 คำเลยทีเดียว ส่วนตัวแล้วฉันไม่เคยมีโอกาสนับคำเรียกหิมะในภาษาท้องถิ่นของโทยามะด้วยตัวเอง แต่ได้ยินคนในพื้นที่คุยกันว่ามีอย่างน้อย 15 คำ!

    ยุกิ โนะ โอทานิ เป็นตัวอย่างชั้นยอดที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถของชนพื้นเมืองในการอยู่ร่วมกับหิมะและเอาชนะความหนาวเย็น ในช่วงที่มีพายุหิมะนั้น หิมะอาจจะกองสูงได้ถึง 20 เมตรจากพื้นดิน หรือสูงเทียบเท่ากับตึกสามชั้นเลยทีเดียว ก่อนที่จะไปเยือนโทยามะ ฉันเคยคิดว่าการจัดการกับหิมะในปริมาณมากขนาดนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่คนในพื้นที่นั้นใช้ประสบการณ์และภูมิปัญญาในการรับมือกับปัญหาธรรมชาติ โดยใช้เครื่องมือโกยหิมะที่มีประสิทธิภาพมากจนคุณแทบไม่อยากเชื่อว่ามันมีอยู่จริงบนโลก

    “หุบเขาหิมะ” นั้น เป็นชื่อเรียกของทางเดินที่เกิดขึ้นจากการโกยหิมะ ซึ่งถูกนำไปกองด้านข้างเพื่อสร้างทางให้รถวิ่ง อย่างไรก็ตาม ผู้คนมักใช้ทางดังกล่าวในการเดินเท้า (เรียกว่า ยุกิโนะโอทานิวอล์ค yuki no otani walk) อากาศเย็นจัดนั้นทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินผ่านทางเดินนี้ได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าหิมะจะถล่มลงมา สำหรับฤดูที่เหมาะกับการไปเดินเล่นที่นี่คือ ฤดูใบไม้ผลิ

    การเดินทาง

    5. คุโรเททสึ (Kurotetsu)

    ทางรถไฟสายช่องเขาคุโรเบะ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่สวยงามราวกับเป็นสวรรค์เล็ก ๆ บนดิน ช่องเขาคุโรเบะเป็นช่องเขารูปตัววีที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่น แต่เทคโนโลยีที่ทันสมัยได้ทำให้เราสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ หากคุณไม่ชอบเดินทางไกลและการเดินเท้า คุณสามารถเยี่ยมชมวิวของภูเขาและหุบเขาได้จากรถไฟชมวิว (torokko ressha トロッコ列車) ซึ่งจะวิ่งเลียบตลอดแนวช่องเขา เส้นรถไฟสีแดงนั้นตัดกับธรรมชาติสีเขียวในฤดูร้อน เป็นทิวทัศน์ที่เมื่อได้เห็นสักครั้งแล้วจะประทับใจไปตลอดชีวิต วิวของที่นี่สวยงามในทุกฤดูกาล แต่อาจจะปิดให้บริการช่วงฤดูหนาว ขึ้นอยู่กับปริมาณหิมะและสภาพอากาศ

    การเดินทาง

    6. จิโงกุดานิ (Jigokudani)

    เมื่อพูดถึงหุบเขาแล้ว มีอีกที่หนึ่งที่ดูราวกับหลุดออกมาจากภาพยนตร์เกี่ยวกับยุคหลังภัยพิบัติ ที่นี่มีชื่อเรียกว่า “หุบเขานรก” และชื่อนี้ก็บรรยายทุกอย่างด้วยตัวของมันเองแล้ว ตามทางลาดของภูเขายังคงคุกรุ่นไปด้วยความร้อนจากใต้พื้นดิน และพื้นดินแห้งแล้งนั้นสร้างวิวทิวทัศน์ที่เต็มไปด้วยหินสีดำและเทา ควันที่ลอยขึ้นมาจากพื้นเกือบตลอดเวลาก็ช่วยทำให้วิวของที่นี่ดูน่ากลัวมากยิ่งขึ้น

    ชื่อของหุบเขาถูกตั้งโดยพระที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นเพื่อฝึกบำเพ็ญ ในสมัยเฮอัน ข่าวลือเกี่ยวกับหุบเขานรกนั้นลอยไปไกลถึงเมืองหลวง และการเดินผ่านที่นี่เป็นอะไรที่เสี่ยงอันตรายมาก ซึ่งทางเดินของที่นี่ถูกปิดลงตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา และคุณสามารถชมวิวได้จากสถานที่ชมวิวที่ถูกจัดเอาไว้เท่านั้น สมกับเป็นชื่อ หุบเขาแห่งนรก อย่างแท้จริง

    การเดินทาง 

    7. เทือกเขาทาเตยามะ (Tateyama)

    สถานที่แห่งนี้ คือ แนวเทือกเขาที่กั้นเขตแดนของจังหวัดโทยามะ เราอาจจะได้เห็นวิวทิวทัศน์ที่งดงามเกินจะบรรยายของจังหวัดนี้มาบ้างแล้ว แต่เทือกเขาแห่งนี้นับเป็นปาฏิหาริย์ที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยแท้จริง

    ประเทศญี่ปุ่นตั้งอยู่บนแนววงแหวนไฟแปซิฟิก และมีภูเขาไฟเป็นจำนวนมาก ซึ่งภูมิประเทศส่วนใหญ่จะแตกต่างจากบริเวณเทือกเขาแอลป์ของยุโรป และสถานที่ที่เล่นสกีได้อาจมีไม่มากนัก แต่เทือกเขาทาเตยามะนั้นถูกขนานนามว่าเป็น “เทือกเขาแอลป์ของญี่ปุ่น” เหมาะกับการเล่นกิจกรรมฤดูหนาวทุกประเภท เทือกเขาแห่งนี้สามารถมองเห็นได้จากแทบทุกพื้นที่ในจังหวัด และสถานที่ที่เหมาะกับการชมวิวจากระยะไกล ๆ คือ หอชมวิวที่ตั้งอยู่ในศาลากลางของจังหวัดโทยามะ

    การเดินทาง 

    8. อามาฮาราชิ ไคกัง (Amaharashi Kaigan)

    ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่ทำให้คุณได้ชมความงดงามของทาเตยามะได้ และนับเป็นสถานที่ชมวิวอันงดงามที่สุดอันดับหนึ่งของจังหวัด คือ หาดอามาฮาราชิ ไคกัง ซึ่งมีเทือกเขาทาเตยามะตั้งขนาบกับทะเล

    วิวทิวทัศน์ของที่นี่จะงดงามที่สุดเวลาที่มีคลื่นสูง หรือ ช่วงที่มีคลื่นทะเลรุนแรง (ซึ่งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วในโทยามะ) และเหมาะจะไปเยือนที่สุดในเวลาหลังเที่ยง ก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดังเช่นในภาพด้านบน ในเวลาตอนเช้า ภูเขาจะหลบอยู่ใต้เงาของพระอาทิตย์ และถ้าพลาดคุณอาจจะเสียดายไปตลอดชีวิต

    ชื่อของหาดแห่งนี้ แปลตรงตัวได้ว่า “อ่าวฝนหยุด” ถูกตั้งโดยมินาโมโตะ โนะ โยชิทสึเนะ (Minamoto no Yoshitsune) ซึ่งนั่งรอให้ฝนหยุด ณ อ่าวแห่งนี้ และด้วยเหตุผลเดียวกันนี้เอง โขดหินที่มองเห็นอยู่ในพื้นหลังของรูปด้านบนจึงมีชื่อเรียกว่า “โขดหินโยชิทสึเนะ” (Yoshitsune Iwa)

    การเดินทาง 

    9. น้ำตกโชเมียว (Shoumyou Falls)

    อันดับสุดท้ายนั้นงดงามไม่แพ้อันดับอื่น ๆ คือ น้ำตกโชเมียว หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าที่นี่คือ น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น มีความสูงถึง 350 เมตร แต่สิ่งที่พิเศษของที่นี่ไม่ใช่ความสูงหรือปริมาณน้ำ แต่เมื่อมองไปทางขวา คุณจะเห็นน้ำตกฝาแฝดของน้ำตกโชเมียวที่มีชื่อเรียกว่า น้ำตกฮันโนกิ ซึ่งภาพของน้ำตกทั้งสองแห่งที่รวมตัวกันในเบื้องล่างนั้น เป็นวิวที่อลังการมาก

    ฤดูที่เหมาะกับการมาเยี่ยมชมที่สุด คือ ฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงที่หิมะจากเทือกเขาทาเตยามะละลาย และปริมาณน้ำจะเยอะที่สุด

    การเดินทาง

    โดยรวมแล้ว โทยามะ คือ สถานที่ที่คุณสามารถเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี เพราะเต็มไปด้วยวิวทิวทัศน์ที่ยังคงความงดงามและทำให้ทั้งโลกตื่นตาตื่นใจได้อยู่เสมอ เมื่อคุณได้รู้จักกับที่นี่แล้ว อาจจะสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดที่ทำให้อยากกลับมาอีกหลาย ๆ ครั้ง แต่ไม่ต้องห่วง เพราะที่นี่มีสถานที่ใหม่ ๆ มีสวรรค์เล็ก ๆ รอคอยให้คุณได้มาเยี่ยมชมอยู่เสมอ