มาสนุกกับตัวคันจิ! ที่พิพิธภัณฑ์คันจิและห้องสมุดในเกียวโต!

  • จุดเยี่ยมชม
  • เกียวโต
  • หากใครเรียนภาษาญี่ปุ่นก็คงจะคุ้นเคยกับตัวอักษรคันจิเป็นอย่างดี? คันจิเป็นตัวอักษรภาพของจีน ที่ญี่ปุ่นรับมาปรับใช้ให้เข้ากับระบบการเขียนของตนเองเมื่อนานมาแล้ว ซึ่งเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2016 พิพิธภัณฑ์คันจิและห้องสมุด (Japan Kanji Museum & Library) ได้เปิดตัวขึ้นในย่านกิออนของเมืองเกียวโต โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เป็นสถานที่ที่ผู้คนสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวคันจิได้ ลองมาดูกันว่าจะน่าสนใจขนาดไหน!

    คันจิคืออะไร?

    ตัวอักษรจีนนั้น ได้ปรากฎขึ้นในประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกในรูปของจดหมาย ตราประทับ ดาบ และสิ่งของตกแต่งต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ณ เวลานั้น คนญี่ปุ่นก็ยังไม่เข้าใจความหมายของตัวอักษรเหล่านี้ ในรัชสมัยของจักรพรรดินีซุยโกะ (Empress Suiko) กษัตริย์องค์ที่ 33 ของญี่ปุ่น คณะมิชชันนารีได้ถูกส่งไปที่ประเทศจีน ซึ่งส่งผลให้เกิดอัตราการรู้หนังสือที่เพิ่มขึ้นและนำไปสู่การสร้างรูปแบบของภาษาญี่ปุ่น ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีรูปแบบอักษรเขียนเป็นของตนเอง

    เมื่อระบบการเขียนที่เรียกว่า “คุนบุง (kanbun)” ได้เกิดขึ้น มันก็กลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนญี่ปุ่นในการเรียงประโยคใหม่และอ่านตัวอักษรจีนด้วยรูปแบบไวยากรณ์เฉพาะของญี่ปุ่นเอง รูปแบบการเขียนที่มีพื้นฐานมาจากตัวคันจินี้ ประกอบด้วย “ฮิรางานะ” และ “คาตาคานะ” โดยถูกเรียกรวม ๆ กันว่า “คานะ”

    พิพิธภัณฑ์คันจิญี่ปุ่นและห้องสมุด

    เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้และให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวคันจิแก่บุคคลทั่วไป ทาง Japan Kanji Aptitude Testing Public Interest Foundation จึงตัดสินใจที่จะเปิดตัวพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ขึ้นมา ซึ่งตัวพิพิธภัณฑ์มี 2 ชั้น จัดแสดงเกี่ยวกับพัฒนาการของตัวคันจิ รวมไปถึงเกมทดสอบความรู้ที่ผู้มาเยี่ยมชมสามารถเล่นเพื่อทดสอบความรู้ตัวคันจิของตนเอง

    ชั้นแรกของพิพิธภัณฑ์ มีการจัดแสดงกราฟและข้อมูลพัฒนาการของตัวคันจิ ซึ่งที่นี่คุณจะสามารถเรียนรู้ที่มาที่ไปของตัวคันจิ ไปจนถึงเมื่อตัวอักษรคันจิถูกรับเข้ามาใช้ในญี่ปุ่น นอกจากนี้เครื่องมือที่เอาไว้ใช้เขียนตัวคันจิก็ถูกจัดแสดงไว้ที่นี่ด้วยเช่นกัน

    ชั้นสองนั้นเชื่อมกับตึกสูง 10 เมตรที่ประกอบไปด้วยตัวอักษรคันจิกว่า 50,000 ตัวที่มีอยู่อยู่ในพจนานุกรม “ไดคังวะ (Dai Kan-Wa Jiten)” เรียงรายอยู่ ซึ่งจะถูกแบ่งเป็นขนาดและสีต่าง ๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความถี่ในการใช้งาน และจัดเรียงตามการออกเสียงอีกด้วย

    ส่วนห้องสมุดนั้น อยู่ที่ชั้นสองของพิพิธภัณฑ์ และมีหนังสือมากมายหลายพันเล่มให้คุณได้ใช้ศึกษาเกี่ยวกับตัวคันจิ อีกทั้งยังมีเกมสนุก ๆ ให้เล่น เช่น จิ๊กซอว์ และอื่น ๆ ซึ่งคุณสามารถเล่นเพื่อทดสอบความรู้ตัวคันจิได้อีกด้วย จุดนี้เป็นจุดที่เด็กนักเรียนและคนที่มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กับเพื่อน ๆ สามารถสนุกร่วมกันได้

    และพิเศษ! คุณจะได้พบกับ “ตัวคันจิแห่งปี” บนชั้นสองอีกเช่นกัน ตัวอักษรที่ถูกเลือกของปี 2017 คือ คำว่า kita (北) ที่แปลว่า “ทิศเหนือ” สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงภัยคุกคามที่ประเทศญี่ปุ่นประสบจากเรื่องการยิงขีปนาวุธมิสไซล์ของประเทศเกาหลีเหนือ

    ค่าเข้าชม
    • ผู้ใหญ่ – 800 เยน
    • นักศึกษาและนักเรียนมัธยมปลาย – 500 เยน
    • นักเรียนมัธยมต้นและนักเรียนประถม – 300 เยน

    ถ้าคุณสนใจที่จะศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวคันจิ หรือตั้งใจที่จะทำแบบทดสอบคันจิเค็นเทย์ (Kanji Kentei test) สามารถไปที่พิพิธภัณฑ์นี้ได้ ตั้งแต่เวลา 9.30-17.00 น. (พิพิธภัณฑ์ปิดทำการวันจันทร์และหยุดช่วงวันปีใหม่) นอกจากนี้ ยังมีร้านกาแฟและร้านค้าภายในพิพิธภัณฑ์ที่คุณสามารถเข้าไปแวะซื้อของได้อีกด้วย พิพิธภัณฑ์นี้ต้อนรับทุกคนรวมไปถึงนักเรียนชาวต่างชาติด้วย!

    เว็บไซต์ Japan Kanji Museum & Library *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น

    หากต้องการหาที่พักในเกียวโต สามารถดูข้อมูลทั้งหมดได้ที่นี่!