“ดอกซากุระ” VS “ดอกบ๊วย” กับ 10 วิธีแยกความแตกต่าง!

  • เคล็ดลับ
  • ต้นซากุระและต้นบ๊วยต่างก็มีความโดดเด่นจากดอกสีชมพูที่แสนสวยของมัน ซึ่งดอกทั้งสองชนิดนี้ สามารถเห็นกันได้อย่างแพร่หลายในประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี และประเทศจีน อย่างไรก็ตามดอกซากุระในประเทศญี่ปุ่นจะได้รับความนิยมมากกว่าดอกบ๊วย แต่ทั้งสองดอกนี้ก็มักจะถูกเข้าใจผิดอยู่บ่อยครั้ง เพราะมีหน้าตาที่เหมือนกันแทบแยกไม่ออกเลยทีเดียว โดยเฉพาะหากเราได้มองเห็นจากระยะไกล ดังนั้นเราจะมาช่วยคุณวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างต้นไม้ทั้งสองชนิด ซึ่งอันที่จริงแล้วมีข้อแตกต่างเยอะพอสมควรและแทบจะไม่มีความเหมือนกันเลย!

    1.ชื่อ

    ต้นไม้ทั้งสองชนิดนี้มาจากสกุลทางชีววิทยาเดียวกัน คือ Prunus แต่ความคล้ายคลึงกันก็หยุดอยู่แค่ตรงนี้! เพราะ “ต้นซากุระ” (“sakura (桜)”) มาจากสกุลย่อยที่ชื่อว่า Cerasus และเป็นสายพันธุ์ Prunus serrulata ในขณะที่ต้นบ๊วยหรือที่รู้จักในชื่อญี่ปุ่นว่า “อุเมะ” (“ume (梅)” ) มาจากสายพันธุ์ Prunus mume จะเห็นได้ว่าชื่อทางวิทยาศาสตร์ก็บอกใบ้ไปในตัวแล้วว่าทั้งต้นซากุระและต้นบ๊วยนั้น ไม่ใช่ต้นไม้ชนิดเดียวกันอย่างแน่นอน!

    2. ลักษณะดอก
    ดอกบ๊วย

    ดอกซากุระ

    • กลีบดอกของซากุระจะมีลักษณะแคบกว่าดอกบ๊วย
    • บริเวณปลายของแต่ละกลีบดอกจะมีลักษณะเป็นแฉก (ถึงแม้ว่าในบางครั้งจะดูไม่ค่อยออกก็ตาม)
    • สีของดอกจะมีสีขาวและสีชมพู

    ดอกบ๊วย

    • กลีบของดอกบ๊วยจะมีลักษณะกลมและมนกว่าดอกซากุระ
    • สีของดอกมีตั้งแต่สีขาวไปจนถึงสีแดงเข้มเฉดม่วง
    3. ลักษณะกิ่ง, ลำต้น และตา
    Cherry blossom branches

    ดอกซากุระ

    • ก้านมีความยาวกว่า
    • ตามก้าน จะมีดอกหลายดอกต่อหนึ่งตา
    • ตามีลักษณะเป็นวงรี

    ดอกบ๊วย

    • ไม่มีก้านดอก ดอกแทบจะบานออกมาจากกิ่งไม้เลย
    • ตามก้านจะมีเพียงหนึ่งดอกต่อตา
    • ตามีลักษณะเป็นวงกลม
    4. ลักษณะใบ

    ดอกซากุระ

    • สีของใบเป็นสีเขียวหรือสีน้ำตาลแดง และจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง, แดง หรือแดงเข้มในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง
    • ใบเรียงสลับกัน
    • ก้านใบสั้น
    • ขอบใบมีรอยหยัก
    • จะสามารถเห็นใบหลังจากดอกบานแล้ว

    ดอกบ๊วย

    • สีของใบเป็นสีแดงอมม่วงหรืออมเขียวในบางครั้ง
    • ใบมีลักษณะเป็นวงรีและมีปลายใบที่แหลมและไม่ม้วน
    • จะสามารถเห็นใบขณะที่ดอกไม้กำลังบาน หรือหลังจากที่กลีบดอกเริ่มร่วงได้ไม่นาน
    5. ลักษณะเปลือกไม้

    ดอกซากุระ

    • มีสีอ่อน ประมาณสีน้ำตาลลูกเกาลัด/ค่อนข้างเทา
    • เปลือกเรียบ เห็นเส้นแนวนอนที่ชัดเจน

    ดอกบ๊วย

    • เปลือกส่วนใหญ่จะมีสีเข้ม/ เกือบดำ บางครั้งอาจจะมีสีเทาแซมเขียวเล็กน้อย
    • เปลือกขรุขระเล็กน้อย ไม่มีเส้นแนวนอนให้เห็น
    6. ลักษณะลำต้น
    ต้นซากุระ

    ลำต้นของต้นซากุระ

    • มียอดลำต้นที่หนา
    • สามารถเจริญเติบโตจนมีความสูงถึง 26 ถึง 39 ฟุต (8 ถึง 12 เมตร)
    • มีดอกไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น แทบจะปกคลุมลำต้นและกิ่งก้านทั้งหมด

    ลำต้นของต้นบ๊วย

    • มีความสูง 13 ถึง 33 ฟุต (4 ถึง 10 เมตร)
    • มีดอกขึ้นอย่างเบาบางและกระจัดกระจายเมื่อเทียบกับดอกซากุระ
    7. กลิ่น

    ดอกซากุระ

    • กลิ่นจางมาก หรือ แทบจะไม่มีกลิ่นเลย

    ดอกบ๊วย

    • จะได้กลิ่นหวานหอมของดอกไม้
    8. ช่วงเวลาของการผลิบาน
    ต้นดอกบ๊วย

    ดอกซากุระ

    • ช่วงกลางเดือนมีนาคม ถึงต้นเดือนเมษายน

    ดอกบ๊วย

    • ช่วงเดือนมกราคม ถึงเดือนมีนาคม
    9. ความสำคัญทางวัฒนธรรม

    ดอกซากุระ

    • เป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่แสดงถึงประเทศญี่ปุ่น
    • ด้วยธรรมชาติของดอกซากุระที่บานฟูฟ่อง ทำให้มันกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมฆในประเทศญี่ปุ่น
    • มักจะถูกใช้เป็นสัญลักษณ์เรียกขวัญกำลังใจให้กับเหล่าพลทหารญี่ปุ่นระหว่างสงคราม ดั่งคำคมที่ว่า “พร้อมและมีพลังดั่งดอกซากุระอันมากมายนับไม่ถ้วนที่กระจายปกคลุมไปทั่วทั้งพื้นปฐพี”
    • เป็นสัญลักษณ์สำคัญของอิเรซุมิ (Irezumi) ซึ่งเป็นศิลปะการสักแบบโบราณของญี่ปุ่น
    • มักจะปราฏในภาพเขียนและมีการกล่าวถึงดอกซากุระในวรรณกรรมญี่ปุ่น

    ดอกบ๊วย

    • มักจะปรากฏในภาพเขียนและถูกกล่าวถึงในวรรณกรรมจีน
    • เป็นสัญลักษณ์ของฤดูหนาว แต่ก็มีนัยยะที่แสดงถึงการมาเยือนของฤดูใบไม้ผลิและตรุษจีน
    • เป็นต้นไม้ประจำชาติของประเทศจีน
    10. การใช้ประโยชน์
    ขนมซากุระโมจิ (Sakura mochi)

    ดอกซากุระ

    • เนื่องจากว่าต้นไม้ชนิดนี้เป็นพันธุ์ที่ปลูกแล้วไม่สามารถผลิตผลไม้ได้ ดอกซากุระจะมีหน้าที่หลักในการเพิ่มความงดงามให้กับสถานที่ รวมไปถึงในเทศกาลฮานามิ หรือ เทศกาลชมดอกไม้ของญี่ปุ่น
    • กลีบดอกจะถูกนำมาดองและนำมาตกแต่งบนขนมวากาชิ ซึ่งเป็นขนมหวานแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น
    • ตัวใบ (ส่วนใหญ่จะมาจากต้นซากุระโอชิมะ (Oshima) เพราะใบของต้นซากุระพันธุ์นี้จะมีความนุ่มเป็นพิเศษ) ซึ่งจะนำมาดองในน้ำเกลือ และนำมาใช้ทำขนมซากุระโมจิ (หมายเหตุ: คุณไม่ควรจะรับประทานดอกซากุระมากจนเกินไป เพราะดอกซากุระมีสารคูมาริน ซึ่งสามารถเป็นพิษต่อร่างกายได้ หากได้รับในปริมาณที่มากเกินไป)

    ดอกบ๊วย

    • ใช้ในการปรุงยาแพทย์แผนโบราณของจีน
    • ผลบ๊วยมักจะนำมาดองเพื่อเป็นของรับประทานเล่นหรือใช้ในการปรุงอาหาร
    • ผลบ๊วยสามารถนำมาทำเหล้าบ๊วย หรือเครื่องดื่ม เช่น น้ำบ๊วย และ เครื่องปรุงรสอื่น ๆ เช่น น้ำเชื่อมและซอส
    • ใช้เป็นของตกแต่งในวันตรุษจีน

    เราหวังว่าหลังจากที่คุณได้อ่านบทความนี้แล้ว คุณน่าจะหายสับสนระหว่างดอกไม้ของทั้งสองต้นนี้ที่ต่างก็มีสีชมพูทั้งคู่ และอย่าลืมว่าดอกไม้ที่มีดอกห้ากลีบไม่จำเป็นจะต้องเป็นดอกซากุระเสมอไปนะคะ!