NEETs ในญี่ปุ่น: คืออะไร?

  • วัฒนธรรม
  • สังคม
  • แม้ว่าชาวญี่ปุ่นจะถูกมองว่าเป็นชนชาติที่ทำงานหนักมาก แต่ก็ยังมีส่วนหนึ่งของประชากรญี่ปุ่นที่ไม่ต้องการทำงาน ซึ่งคำว่า “NEET” ได้ถูกบัญญัติขึ้นเพื่อเรียกกลุ่มคนอายุระหว่าง 15-34 ปี ที่ไม่อยากทำงาน สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไรและรัฐบาลมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไร?

    ความหมายของ NEET

    NEET เป็นคำย่อของคำว่า ‘Not in Education, Employment or Training’ (ไม่เรียนหนังสือ, ว่างงาน หรือ ไม่ฝึกงาน) ใช้สำหรับอธิบายผู้คนที่ขี้เกียจหรือไม่ต้องการที่จะทำงาน คำนี้ถูกใช้ครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ. 2004 โดยนักสังคมวิทยา และถูกใช้แพร่หลายอย่างรวดเร็วพร้อมกับการออกหนังสือที่เกี่ยวกับ Neet ซึ่งเขียนโดยผู้ที่คิดค้นเรื่องราวเหล่านี้ขึ้นมาอย่าง Genda หรือ Maganuma

    คำนี้มีที่มาจากประเทศอังกฤษและถูกใช้ในประเทศญี่ปุ่นรวมถึงบางประเทศในเอเชีย ในญี่ปุ่นมีกลุ่มคนว่างงานอยู่ 3 ประเภท คือ ‘jobless’ หมายถึง คนว่างงานที่กำลังหางานแต่ยังไม่สามารถหาได้ ‘freeter’ (ส่วนผสมของคำว่า ‘free’ ในภาษาอังกฤษและ ‘Arbeiter’ ในภาษาเยอรมัน) หมายถึง คนที่ทำงาน part-time หรือ รับจ้างทำงานอิสระ และคำสุดท้าย ‘NEET’ หมายถึง คนที่ปฏิเสธที่จะทำงาน

    ในปี ค.ศ. 1993 มีจำนวน NEET อยู่ประมาณ 400,000 คน แต่ในปี ค.ศ. 2008 จำนวนของ NEET ได้เพิ่มขึ้นเป็น 640,000 คน หรือ 2.3% ของจำนวนประชากรในประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ในจำนวน 60% เป็นกลุ่มคนที่มีอายุระหว่าง 25-29 ปี ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

    ทำไมถึงเลือกที่จะเป็น NEETs?

    หนึ่งในสาเหตุของการเป็น NEET เกิดจากสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาในช่วงยุค 90 ส่งผลให้อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นในกลุ่มคนหนุ่มสาว (ประมาณ 2.31 ล้านคน)

    นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงเพื่อเข้าสู่การทำงานนั้น เป็นเรื่องยากสำหรับนักเรียนจบใหม่ที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับระบบต่าง ๆ ในที่ทำงาน

    อีกสาเหตุหนึ่งคือ กลุ่มคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่มีทัศนคติในการทำงานที่แตกต่างออกไป พวกเขาจะไม่รับงานที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ตรงกับความต้องการของตัวเอง พวกเขาไม่รู้สึกว่าการทำงานแบบ “salaryman” หรือ “มนุษย์เงินเดือน” เป็นเส้นทางแห่งความก้าวหน้าของอาชีพที่ดีอีกต่อไป ทั้งนี้ชาวญี่ปุ่นไม่ค่อยเปิดเผยเรื่องของตนเองหรือขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น จึงเป็นสาเหตุให้หลายคนเลือกเส้นทางในแบบที่แตกต่างกัน ซึ่งบางคนก็เลือกที่จะเป็น NEET

    การแก้ไขปัญหาจากรัฐบาล

    การที่จะป้องกันไม่ให้คนเป็น NEET มากขึ้น ได้เริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004 โดยรัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกหลักสูตรที่เรียกว่า ‘Job education’ หรือ การสอนอาชีพ เพื่อสอนนักเรียนในโรงเรียนให้เข้าใจเกี่ยวการทำงานหลังจบการศึกษา และเป็นการเพิ่มทัศนคติเชิงบวกสำหรับการทำงานในอนาคต หลักสูตรนี้ต้องการทำให้นักเรียนเข้าใจว่าการมีอาชีพที่มั่นคงคือ ความฝันในอุดมคติ โดยไม่ต้องผันตัวเองไปเป็น “NEET” หรือ “freeter”

    รัฐบาลยังสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างมหาวิทยาลัยและบริษัทต่าง ๆ เพื่อให้นักศึกษาสามารถเข้าไปฝึกงานเสริมสร้างประสบการณ์ นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้ง ‘Youth camp’ หรือ ค่ายเยาวชน เพื่อช่วยเหลือ NEET ในการเพิ่มทักษะการเข้าสังคมให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้พวกเขาสามารถหางานได้ในอนาคต