บ้านญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม “มินกะ” พร้อมเปิดขายให้กับคนทั่วโลก

  • ประเพณี
  • วัฒนธรรม
  • หลายคนคงเคยเห็นปราสาทโบราณที่ยังคงความสง่างาม รวมถึงอาคารสมัยใหม่หลายแห่งในประเทศญี่ปุ่น แล้วเกิดความคิดที่จะอยากจับจองเป็นเจ้าของขึ้นมาบ้าง ซึ่งหากลองหาข้อมูลตามเว็บไซต์บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของญี่ปุ่น ก็จะพบว่ามีการประกาศขายบ้านไม้เก่าแก่ในสถานที่ที่สวยงามอยู่บ้างเหมือนกัน

    บ้านโบราณที่เรียกว่า “มินกะ (minka)” นี้ แต่เดิมเคยเป็นของเกษตรกร ช่างฝีมือ และผู้ประกอบการขนาดเล็ก ๆ ปัจจุบันยังคงมีอยู่เป็นจำนวนมาก (จากข้อมูลในปี 2015 มีอยู่ 211,437 หลัง) ซึ่งสามารถขายได้ในราคาตั้งแต่หลักหลายหมื่นบาท หรือ ขายได้ถึงหลักล้านบาทเลยทีเดียว

    ชาวต่างชาติและคนหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์แบบมินิมอลและเรโทร มีแนวโน้มที่จะย้ายไปอาศัยอยู่ในบ้านแบบมินกะและทำการปรับปรุงบ้านเหล่านี้กันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม คนเหล่านี้ถือเป็นเพียงคนกลุ่มน้อยเท่านั้นที่หลงรักบ้านแบบคลาสสิคดังกล่าว เพราะชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่ได้ชื่นชอบบ้านที่เก่าแก่กันเท่าไรนัก มาดูกันว่าเพราะเหตุใดบ้านไม้แบบดั้งเดิมนี้ จึงได้รับความนิยมในหมู่ชาวต่างชาติ

    บ้านแบบมินกะ: มรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก

    หลายคนคงจะเคยได้ยินเกี่ยวกับหมู่บ้านกลางหิมะที่งดงามราวกับภาพจากความฝันอย่าง หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawago) และ หมู่บ้านโบราณโกคายามะ (Gokayama) ในเมืองนันโตะกันมาบ้าง ซึ่งทั้งสองแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก และมีรูปแบบสถาปัตยกรรมเฉพาะตัวซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

    ผู้อ่านหลายคนคงเคยฝันถึงการใช้ชีวิตในบ้านน้อยแสนน่ารักที่เรียกว่า “กัชโชสึคุริ (Gassho-zukuri)” ซึ่งเป็นบ้านแบบมินกะที่มีรูปร่างคล้ายคนพนมมือนี้สักครั้งในชีวิต

    บ้านเรือนในชนบทเหล่านี้ เคยเป็นของชนชั้นแรงงานในยุคก่อนการพัฒนาเป็นสังคมเมืองของญี่ปุ่น ซึ่งในปัจจุบันได้กลายมาเป็นของลูกหลานหรือถูกทิ้งร้างไป สิ่งที่ทำให้บ้านแบบนี้มีความน่าสนใจ ได้แก่ ดีไซน์แบบมินิมอล, การตกแต่งภายในด้วยไม้, กระเบื้องแบบปูนปลาสเตอร์, หลังคามุงจากวัสดุธรรมชาติ และบรรยากาศที่สัมผัสได้ถึงการต้อนรับที่แสนอบอุ่น

    อันที่จริงแล้วบ้านแบบกัชโชสึคุรินั้น มีเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งในประเทศญี่ปุ่น นับตั้งแต่การปฏิรูปครั้งใหญ่ของญี่ปุ่นในสมัยเมจิเป็นต้นมา ถึงกับกล่าวกันว่าญี่ปุ่นสมัยใหม่ก็คือ การถอดแบบความเป็นตะวันตกมานั่นเอง โดยเป็นอิทธิพลจากการที่รัฐบาลสมัยเมจิได้ส่งสถาปนิกไปเรียนรู้และหยิบยกแนวคิดมาจากยุโรปและอเมริกา เพื่อนำกลับมาใช้ในการสร้างสังคมญี่ปุ่นยุคใหม่

    ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา แรงขับเคลื่อนในการสร้างสังคมเมืองแบบสมัยใหม่ ได้พลิกโฉมทั้งพื้นที่เขตเมืองและชนบทของญี่ปุ่นไปอย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้มีบ้านเรือนแบบดั้งเดิมเหลืออยู่เพียงไม่กี่พันแห่ง ซึ่งถูกทิ้งร้างไปเป็นส่วนใหญ่

    การชุบชีวิตบ้านใหม่อีกครั้ง

    Karl Bengs สถาปนิกชาวเยอรมันผู้มีชื่อเสียงจากผลงานการอนุรักษ์บ้านแบบมินกะ ได้ทำการศึกษาว่าเพราะเหตุใดชาวญี่ปุ่นจึงชื่นชอบการเดินทางไปชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์ในแถบยุโรป แต่กลับไม่สนใจบ้านแบบมินกะ ซึ่งกำลังค่อย ๆ ถูกลืมเลือนไปในประเทศของตนเอง

    เมือง Alberobello ในอิตาลีมีบ้านแบบโบราณสไตล์ Trulli อันเลื่องชื่อและเป็นเมืองพี่เมืองน้องกับกลุ่มหมู่บ้านแบบมินกะอย่าง ไอโนะคุระ ในโกคายามะ รวมถึงมีประวัติความเป็นมาที่คล้ายคลึงกับบ้านแบบมินกะในญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังมีเมือง Halsingland ในสวีเดน, Lake District และ Surrey County ในอังกฤษ ซึ่งมีความน่าสนใจไม่แพ้กับหมู่บ้านชิราคาวาโกะหรือเกียวโต

    ที่จริงแล้วชาวต่างชาติที่ต้องการอาศัยในบ้านโบราณแบบมินกะ กำลังมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้มีบริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งมาเปิดสาขาอยู่ในบริเวณรอบเมืองเกียวโตและแหล่งวัฒนธรรมอื่น ๆ เพื่อปรับปรุงดีไซน์และบูรณะบ้านแบบมินกะ เพื่อขายให้แก่ชาวต่างชาติ

    แม้แต่ทางรัฐบาลเองก็มีความร่วมมือกับธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งชาติในการลงทุนเกี่ยวกับบ้านแบบมินกะ ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังเติบโตและสร้างกำไรเป็นอย่างมากในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของญี่ปุ่น

    Kanazawa Architectural Design Office เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงด้านการให้คำปรึกษาและการซื้อบ้านแบบมินกะอย่างครบวงจร รวมถึงยังมีบริการปรับปรุงบ้านใหม่ ย้ายบ้าน ตกแต่งบ้าน ขายบ้าน และอื่น ๆ อีกด้วย

    Atelier Tekuto เป็นบริษัทอีกแห่งที่ชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาบ้านเมืองของญี่ปุ่นในช่วงหลังสงครามได้ส่งผลกระทบต่อมรดกเก่าแก่หลายอย่างของญี่ปุ่น โดยตัวอย่างหนึ่งของปัญหาดังกล่าว ได้แก่ การละทิ้งบ้านแบบมินกะนั่นเอง

    สมาคมฟื้นฟูบ้านแบบมินกะแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Minka Revival Association)

    สมาคมฟื้นฟูบ้านแบบมินกะแห่งประเทศญี่ปุ่น เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1997 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บ้านแบบมินกะได้รับความนิยมทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลก ดำเนินการโดยได้รับความช่วยเหลือจากธนาคารหลายแห่ง เช่น Minka Bank รวมถึงอีเว้นท์ การสัมมนาระดับนานาชาติและการเผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ

    ทางสมาคมดังกล่าวยังได้จัดทำนิตยสาร “MINKA” ที่วางจำหน่ายทุกสองเดือนอีกด้วย สำหรับผู้ที่สนใจซื้อบ้านแบบมินกะ สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำจากมืออาชีพโดยเสียค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยจากองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรแห่งนี้ได้

    สำหรับผู้อ่านทุกคนอยาก คิดยังไงกับการฟื้นฟูบ้านแบบมินกะหรือต้องการซื้อบ้านหรือออกแบบบ้านหลังใหม่ให้เหมือนมีหน้าตาแบบบ้านมินกะดูบ้างมั้ย? บ้านแบบมินกะมีประวัติความเป็นมายาวนานและเป็นหนึ่งในตัวเลือกคลื่นลูกใหม่ที่น่าสนใจสำหรับการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศญี่ปุ่น

    เว็บไซต์ของสมาคมฟื้นฟูบ้านแบบมินกะแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Minka Revival Association) *เฉพาะภาษาอังกฤษ