หลบหนีความวุ่นวายไปกับ 3 สถานที่ในชนบทของประเทศญี่ปุ่น

  • จุดเยี่ยมชม
  • ย่านต่างๆ
  • แนะนำ
  • คงมีสักครั้งหนึ่งที่หลายคนอยากจะเดินทางไปยังสถานที่ที่อยู่ห่างไกลออกไป หลบหนีจากความวุ่นวายที่อยู่รอบตัว ซึ่งการออกไปท่องเที่ยวเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดี เพราะไม่ใช่แค่ได้ไปเยี่ยมชมสถานที่ใหม่ ๆ ทำอะไรสนุก ๆ หรือกินอาหารอร่อย ๆ เท่านั้น แต่บางสถานที่ยังสามารถมอบความสงบและบรรยากาศดี ๆ ที่คุ้มค่าและดีต่อการฟื้นฟูร่างกายและเยียวยาจิตใจให้กลับมาสดชื่นอีกครั้ง

    ในประเทศญี่ปุ่น มี 3 สถานที่ ซึ่งเรียกร่วมกันว่า “นิฮง ซันไดฮิเคียว” (日本三大秘境) มีความหมายว่า “สถานที่ 3 แห่งที่ไม่ถูกรุกรานและปลีกวิเวก” การที่จะได้รับการขนานนามว่าเป็น ฮิเคียว (hikyou) นั้น ต้องเป็นสถานที่ที่เข้าถึงได้ยากจริง ๆ อย่างเช่น อยู่ลึกในหุบเขา และมีน้อยคนนักที่จะเดินทางเข้าไปได้ สถานที่ที่เข้าถึงได้ยากมักได้รับความเสียหายน้อยกว่าที่อื่น ๆ เนื่องจากต้องเดินทางด้วยเท้า จึงทำให้ยังคงความสวยงาม คุณอาจต้องใช้ความพยายามพอสมควรในการเดินทางเข้าไป ซึ่งถือว่าคุ้มค่ากับความงดงามของธรรมชาติที่คุณจะได้เห็นด้วยตาตัวเอง

    ด้วยเทคโนโลยีทางคมนาคมขนส่งที่ก้าวหน้านั้น ทำให้สถานที่เหล่านี้ไม่ได้เข้าถึงยากเหมือนในอดีต นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้มากขึ้น และแม้จะมีคนเดินทางเข้าไปได้ แต่ก็ไม่อาจทำให้ความงดงามและเสน่ห์อันน่าหลงใหลของสถานที่เหล่านี้ลดลงไปได้เลย เรามาดูกันว่าทั้ง 3 สถานที่ดังกล่าวนั้น มีที่ไหนบ้าง!

    1. ชิราคาวาโกะ จังหวัดกิฟุ

    เมื่อพูดถึง ชิราคาวาโกะ ภาพแรกที่มักจะเข้ามาในหัว คือ ฉากยามค่ำคืนในฤดูหนาวที่มีบ้านหลังคามุงอยู่ท่ามกลางทะเลหิมะสีขาวบริสุทธิ์ แต่สำหรับผู้ที่ไม่ชอบอากาศหนาวและไม่ชอบที่จะต้องเดินท่ามกลางหิมะที่มีความสูงระดับเข่า ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงดูจะเป็นช่วงที่เหมาะสมสำหรับคุณ เพราะสามารถชมความงามของชิราคาวาโกะในรูปแบบที่ฉาบไปด้วยเฉดสีทอง, สีเหลือง และสีแดงจากใบไม้

    สำหรับคนที่อาจยังไม่ทราบ ความจริงชื่อของ ชิราคาวาโกะ นั้น ไม่ได้หมายถึงสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง แต่เป็นชื่อเรียกรวมของสามหมู่บ้าน คือ “ชิราคาวา-มุระ”, “โชคาวา-มุระ” และ “คิโยมิ-มุระ” ซึ่งชิราคาวา-มุระยังเป็นที่รู้จักในชื่อ “ชิโมะ ชิราคาวาโกะ” หรือ “ชิราคาวาโกะตอนล่าง” ในขณะที่อีกสองหมู่บ้านตอนนี้ได้เป็นส่วนหนึ่งของเมืองทาคายามะไปแล้ว เรียกอีกชื่อว่า “คามิ ชิราคาวาโกะ” หรือ “ชิราคาวาโกะตอนบน”

    ของขึ้นชื่อท้องถิ่น

    นอกจากการชื่นชมสถาปัตยกรรมหลังคามุงอันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงการสังเกตวิถีชีวิตของชาวหมู่บ้านชิราคาวาโกะแล้ว ก็อย่าพลาดสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกของที่นี่ รวมถึง สึตตะเตะ นาเบะ (suttate nabe) (เฉพาะภาษาอังกฤษ) ที่ใช้เนื้อจากเมืองฮิดะ, แป้งวาฟเฟิลที่ทำมาจากข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari), ชิโซะ โมนากะ (shiso monaka), ชาโคโบะ ซึ่งถูกนำเข้ามาในหมู่บ้านโดย โคโบะ ไทอิชิ (Kobo-Taishi) และ มาโยเกะ ทาคะ โนะ สึเมะ (mayoke taka no tsume) หรือ พริกหยวกแดงที่ถูกมัดเข้าด้วยกันเพื่อเป็นเครื่องรางปัดเป่าความชั่วร้าย

    ของขึ้นชื่อของที่นี่จะเป็นพวกข้าว, ถั่วเหลือง และโซบะ และยังมีสินค้าอย่างอื่นอีกมากมายที่คุณสามารถเลือกลิ้มรสได้ใน ชิราคาวาโกะ หรือจะนำกลับบ้านไปให้ครอบครัวและเพื่อนของคุณก็ได้

    การเดินทาง

    ขึ้นอยู่กับสถานที่ที่คุณเดินทางมา มีรถบัสหลายสายคอยให้บริการ (ทั้งแบบปกติและด่วนพิเศษ) ขึ้นอยู่กับงบประมาณของคุณ

    บน เว็บไซต์ชิราคาวาโกะ (เฉพาะภาษาอังกฤษ) ได้แนะนำห้าเส้นทางที่เร็วที่สุด คือ จากสถานี JR ทาคายามะ ประมาณ 50 นาที ในขณะที่เส้นทางที่ยาวที่สุดจะมาจากทางสถานี JR นาโกย่า ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 50 นาที

    รถเมล์บางสายจะต้องทำการจองที่นั่งล่วงหน้าก่อน และตารางเวลารถบัสจะมีไม่ถี่นักในช่วงฤดูหนาว ดังนั้น ควรตรวจเช็คล่วงหน้าดีกว่าที่จะมาเสี่ยงตายเอาดาบหน้าในวันที่คุณจะต้องเริ่มเดินทาง

    หากคุณกำลังวางแผนที่จะหาที่พักในชิราคาวาโกะตอนบน โปรดทราบไว้ด้วยว่ารถบัสบริการที่จะไปที่ชิราคาวาโกะนั้น จะหยุดรถที่ชิราคาวา-มุระเท่านั้น

    เว็บไซต์ชิราคาวาโกะ *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    2. อิยะยามะ จังหวัดโทคุชิมะ

    อิยะยามะ หรือ ภูเขาอิยะตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดโทคุชิมะ เป็นที่ตั้งของอิยะยามะ-มุระ หรือ หมู่บ้านอิยะยามะ ซึ่งถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเพราะหุบเขาลึกที่ชื่อ อิยะเคย์ หรือ หุบเขาอิยะ ที่มีความสูงมากกว่า 1,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งผู้คนจะต้องข้ามหุบเขานี้ เพื่อที่จะเดินทางเข้าไปที่หมู่บ้าน แต่ในเวลาต่อมา อิยะ ไกโดะ (Iya Gaido) ซึ่งเปิดในปี 1920 ได้ช่วยทำให้การเข้าถึงหมู่บ้านนั้นง่ายขึ้น และได้นำความทันสมัยของอุตสาหกรรมไม้แปรรูปในยุคเมจิเข้ามาอีกด้วย

    สมัยก่อนได้มีผู้อพยพจำนวนมากเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ แต่ด้วยการทำไร่เลื่อยลอยที่ลดลงส่งผลให้ประชากรย้ายไปอาศัยอยู่ในพื้นที่อื่น ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้ยิ่งกลายเป็นพื้นที่ที่สงบเงียบมากขึ้นไปอีก จนกระทั่งการพัฒนา โอโบเคะ (Ooboke) ให้เป็นเขตท่องเที่ยว และมีการสร้างถนนตัดผ่านระหว่างหมู่บ้านและโอโบเคะในปี 1974 ทำให้คนภายนอกสามารถเดินทางเข้ามายังหมู่บ้านได้ง่ายขึ้น และได้ค้นพบเสน่ห์ของหมู่บ้านที่ยังคงรักษาความงดงามของทิวทัศน์หุบเขาไว้ได้เป็นอย่างดี รวมถึงหลังคามุงจากในสไตล์ชนบท และสะพานแขวนอันเก่าแก่

    อย่างไรก็ตาม ควรจำไว้ว่า แม้ในส่วนตะวันตกของหุบเขาที่เรียกว่า นิชิ-อิยะ (Nishi-Iya) จะเดินทางเข้าถึงได้ง่ายและมีที่พักพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ในด้านตะวันออกที่เรียกว่า ฮิกาชิ-อิยะ หรือ โอคุ-อิยะ (Higashi-Iya) ยังคงเป็นสถานที่ที่เข้าถึงได้ยาก เพราะมีเพียงสะพานแขวนข้ามแม่น้ำและหุบเขาเป็นเส้นทางเดียวในการเข้าถึงเท่านั้น

    สถานที่ท่องเที่ยว

    สถานที่ท่องเที่ยวส่วนมากจะอยู่ที่โอโบเคะและนิชิ-อิยะ

    • อิยะ โนะ คาซึระ บาชิ (Iya-no-Kazura Bashi) (เฉพาะภาษาอังกฤษ) เป็นสะพานแขวนเถาวัลย์มีความยาวประมาณ 45 เมตร และกว้าง 2 เมตร สูง 14 เมตรเหนือจากแม่น้ำ สะพานแขวนนี้ได้ชื่อว่าเป็น ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมท้องถิ่นที่จับต้องได้ นอกเหนือจากการที่ได้เห็นวิวธรรมชาติรอบสะพานและข้างใต้สะพานแล้ว อย่าพลาดที่จะชมแสงไฟบริเวณสะพานระหว่างเวลา 19:00 น. ถึง 21:30 น. ในทุกคืน
    • สำหรับผู้ที่อยากจะชื่นชมหุบเขาอย่างใกล้ชิด หรือกลัวความสูงยามข้ามสะพานแขวนเถาวัลย์แล้วล่ะก็ เรือทัวร์โอโคเบะ ยูรันเซ็น (Oboke Yuransen) (เฉพาะภาษาอังกฤษ) ซึ่งให้บริการโดยใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในระยะทาง 4 กิโลเมตร อาจจะตอบโจทย์ของคุณมากกว่า
    • หลายคนยังกระตือรือร้นที่จะไปชม โชเบน โคโซ (shouben kozou) หรือรูปปั้นเด็กฉี่ (เฉพาะภาษาอังกฤษ) ว่ากันว่ารูปปั้นนี้ถูกนำมาตั้งไว้ เพราะเหล่าเด็ก ๆ และกลุ่มนักท่องเที่ยวชอบมาทดสอบความกล้าของพวกเขาโดยการยืนอยู่ที่ริมหน้าผานั่นเอง
    • สำหรับใครที่อยากผจญภัยที่โอคุ-อิยะ คุณอาจจะต้องใช้บริการของ โมโนเรล ทัวร์ (monorail tour) (เฉพาะภาษาอังกฤษ) ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 65 นาที เป็นระยะทาง 4.6 กิโลเมตร ซึ่งยังต้องไต่ระดับความชันมากถึง 40 อาศา เพื่อที่จะไปให้ถึงยอดที่ความสูง 1,380 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล โมโนเรลทำงานด้วยระบบไฟฟ้า จึงไม่มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมโดยรอบ อย่างไรก็ตาม จำนวนเที่ยวของโมโนเรลนั้นมีจำนวนจำกัด และหนึ่งตู้นั่งสามารถรองรับผู้โดยสารได้แค่สองคนเท่านั้น ดังนั้น คุณอาจจะไม่สามารถใช้บริการได้ ถ้าหากมีคนมาเที่ยวจำนวนมากหรือสภาพอากาศไม่เป็นใจ โมโนเรลนั้นไม่ได้เปิดให้บริการในช่วงฤดูหนาว และช่วงเวลาให้บริการสำหรับเดือนตุลาคมและเดือนพฤศจิกายนจะเริ่มตั้งแต่เวลา 8:30 น. ถึง 15:30 น.

    ของขึ้นชื่อท้องถิ่น

    แม้ว่าหมู่บ้านจะตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขา แต่ของขึ้นชื่อของที่นี่คือ ปลาอายุ หรือ สวีทฟิช ที่จับมาจากแม่น้ำที่ใสสะอาด แม้ว่าจะมีพื้นที่เพาะปลูกที่จำกัดอยู่บนภูเขา แต่ของขึ้นชื่ออย่างเส้นโซบะและเดโคมาวาชิ (dekomawashi) รวมถึงสินค้าท้องถิ่นอีกหลายอย่าง เช่น มันฝรั่ง, เต้าหู้ และคอนยากุเสียบไม้ ก็เป็นสินค้าที่คุ้มค่าแก่การมาลิ้มลอง

    เว็บไซต์แนะนำการท่องเที่ยวโอโบเคะ/อิยะ *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    3. ชิอิบะ-ซน จังหวัดมิยาซากิ

    ชิอิบะ-ซน หรือ หมู่บ้านชิอิบะ ตั้งอยู่ที่ตอนเหนือของจังหวัดมิยาซากิและถูกรายล้อมไปด้วยภูเขา เช่น คุนิมิดาเกะ แม้ว่าพื้นที่ของหมู่บ้านจะมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของประเทศญี่ปุ่น แต่พื้นที่ที่สามารถอยู่อาศัยได้จริง ๆ มีเพียงแค่ 4 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และส่วนใหญ่แล้วจะถูกจำกัดอยู่ที่บริเวณริมแม่น้ำหรือบริเวณที่ราบเชิงเขา ด้วยลักษณะทางภูมิทัศน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ชิอิบะ-ซน ยังถูกเรียกขานว่าเป็น “มาชู ปิคชู (Machu Picchu) ของประเทศญี่ปุ่น” และยังเป็นพื้นที่เพียงหนึ่งเดียวในประเทศญี่ปุ่นที่ยังคงมีการทำไร่เลื่อนลอยอยู่

    เสน่ห์ของชิอิบะ-ซน อยู่ที่ทิวทัศน์อันสวยงามของภูเขา, หุบเขา และน้ำตก ควบคู่ไปกับวัฒนธรรมอันแข็งแกร่งที่มีมาอย่างยาวนาน ถ้าคุณกำลังโหยหาความรู้สึกของญี่ปุ่นสมัยโบราณแล้วละก็ นี่เป็นสถานที่ที่คุณไม่ควรพลาดเลยทีเดียว นอกจากนี้ คุณยังสามารถเข้าร่วม กิจกรรมเวิร์คช็อป (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น) อย่างเช่น การทำโซบะ, โมจิ, มันจู, คอนยาคุ หรือ เต้าหู้ ได้อีกด้วย

    เทศกาลชิอิบะ เฮย์เกะ

    เทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของหมู่บ้านชิอิบะ คือ เทศกาลชิอิบะเฮย์เกะ (เฉพาะภาษาอังกฤษ) เทศกาลนี้เป็นการเฉลิมฉลองตำนานความรักระหว่าง เจ้าหญิงสึรุโทมิ (Tsurutomi) ของตระกูลเฮย์เกะและนาสุ ไดฮาจิโระ (Nasu Daihachiro) ของตระกูลเกนจิที่ถูกสั่งให้ทำลายตระกูลเฮย์เกะ เมื่อประมาณ 800 ปีก่อน

    นอกจากกิจกรรมและการแสดงที่ได้จัดขึ้นในช่วงงานเทศกาลแล้ว ยังมีร้านค้าแผงลอยขายอาหาร, เครื่องดื่ม และของฝากให้คุณซื้อติดมือ ทีเด็ดของงานเทศกาลนี้คือ ขบวนเฮย์เกะที่ผู้ชายจะสวมชุดเป็นซามูไรจากตระกูลเกนจิ และเดินมาพร้อมกับคนที่รับบทเป็นนาสุ ในขณะที่ฝ่ายหญิงจะแต่งตัวเป็นหญิงสาวพรหมจรรย์เดินมากับคนที่รับบทเป็นเจ้าหญิงสึรุโทมิ และยังมีวงดนตรีดุริยางค์อันโด่งดังจากมิยาซากิ กักคุเอน และ มาสคอตชิอิบะ-ซน อย่าง โอสึรุจัง (Otsuru-chan) ที่ออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจมาจากเจ้าหญิงซึรุโตมิมาปรากฎตัวอีกด้วย

    การเดินทาง

    เนื่องจากที่หมู่บ้านแห่งนี้ไม่มีสถานีรถไฟ แต่มีรถประจำทางคอยให้บริการจากชายฝั่งเมืองฮิวงะ ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที หรืออีกทางเลือกหนึ่ง คือ การเดินทางโดยรถส่วนตัว โดยดูได้จาก เว็บไซต์นี้ (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น) ซึ่งสามารถคำนวณเวลาที่ใช้ในการเดินทางจากเมืองรอบข้างได้ ตัวอย่างเช่น หากคุณเดินทางมาจากเมืองมิยาซากิ จะต้องใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 4 ชั่วโมงในการขับรถ แต่ถ้าขับรถจากเมืองคุมาโมโตะจะเร็วกว่าโดยใช้เวลาเพียง 2 ถึง 3 ชั่วโมงเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณไม่มั่นใจในฝีมือขับรถของตัวเองและเส้นทางแล้วล่ะก็ ควรใช้บริการขนส่งสาธารณะจะดีกว่า เพราะว่าบนถนนมีอันตรายจากสภาพถนนและหินถล่มจากภูเขาในทุก ๆ ช่วงของปี

    เว็บไซต์ทางการหมู่บ้านชิอินะ (Shiiba Village) *มีระบบแปลภาษาอัตโนมัติ
    การเดินทาง

    หลังจากที่คุณได้อ่านข้อมูลของสถานที่อันสวยงามทั้ง 3 แห่งในประเทศญี่ปุ่นแล้ว คุณพร้อมหรือยังที่จะไปสำรวจสถานที่เหล่านั้นด้วยตัวคุณเอง และเริ่มต้นการเดินทางที่จะฟื้นฟูทั้งสภาพจิตใจและร่างกายของคุณให้กลับมาสดชื่นอีกครั้ง