3 ร้านบุฟเฟ่ต์ 3 สไตล์ ! มาลองกันได้ที่โตเกียว

  • ย่านต่างๆ
  • ร้านอาหาร
  • โตเกียว
  • เรื่องกินเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับการไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น แต่บ้างครั้งอุปสรรคในการอ่านเมนูภาษาญี่ปุ่น อาจจะทำให้เผลอสั่งอะไรที่ไม่ต้องการมาได้ หรืออาจจะต้องจ่ายเกินงบที่คุณตั้งไว้ หากคุณไม่ได้สังเกตราคาให้ดีตั้งแต่ก่อนเข้าร้าน

    เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ ลองแวะไปทานร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ 3 ร้าน 3 สไตล์ที่โตเกียว ซึ่งเรารับรองว่า คุณจะได้ทานอาหารญี่ปุ่นอร่อย ๆ แถมเป็นร้านบุฟเฟ่ต์ในแบบที่คุณอาจจะไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนนอกจากที่ประเทศญี่ปุ่น!

    1. Dagashi Bar

    “ดากาชิ (Dagashi)” แปลว่า อาหารทานเล่นที่เด็ก ๆ ชอบกิน (อารมณ์ขนมโบราณในยุค 90 ของบ้านเรา) ประเภทของดากาชิที่มีขายตามท้องตลาดนั้น จะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ขนมที่ผู้ใหญ่เคยกินตอนเป็นเด็กอาจจะไม่มีขายอีกแล้วในปัจจุบัน ดากาชิจึงเป็นของทานเล่นที่มักจะทำให้ผู้คนหวนนึกถึงวันวานในอดีตตอนสมัยเด็ก ๆ

    ร้าน Dagashi Bar ร้านแรกเปิดขึ้นในเดือนกันยายนปี ค.ศ. 1998 ที่โอโอโมริเขตโอตะ โดยในขณะนั้นใช้ชื่อว่า Daddy’s Table เป็นร้านขายแกงกะหรี่ในตอนกลางวันและเปิดเป็นบาร์ในตอนกลางคืน ต่อมาเจ้าของร้านได้เปลี่ยนชื่อร้านเป็น Dagashi Bar ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2003 เนื่องจากว่าเขากำลังจะเปิดสาขาใหม่ที่เอบิสึ ร้านนั้นได้ถูกตกแต่งใหม่ให้กลายเป็นบาร์ที่มีบรรยากาศของยุคโชวะ และเปลี่ยนมาเปิดขายแค่ตอนกลางคืน ถึงแม้ว่าสาขาที่โอโอโมริจะปิดตัวลงแล้ว คุณก็ยังสามารถสั่งข้าวแกงกะหรี่ได้จากร้าน Dagashi Bar ทุกสาขา

    เหตุผลที่ร้านตัดสินใจขายดากาชินั้น เป็นเพราะว่าหนึ่งในผู้ก่อตั้งร้านชื่นชอบการทาน ดากาชิเป็นกับแกล้มเหล้า ในตอนแรกสมาชิกผู้ก่อตั้งคนอื่นรู้สึกไม่เห็นด้วยกับไอเดียนี้ แต่กลับกลายเป็นว่าไอเดียของ Dagashi Bar นั้นกลับได้ผลจริง ๆ เพราะความทรงจำในวัยเด็กที่หลายคนมีเงินไม่พอที่จะซื้อขนมดากาชิทุกอย่างที่อยากจะกิน ร้านบุฟเฟ่ต์แห่งนี้จึงเหมือนกับช่วยเติมเต็มความฝันในวัยเด็กของผู้ใหญ่ให้กลายเป็นจริง พวกเขาสามารถรับประทานดากาชิกว่า 100 ชนิดได้มากเท่าที่ต้องการ ในราคาเพียง 500 เยน แต่มีข้อแม้อย่างเดียว คือ ต้องสั่งเครื่องดื่มหนึ่งอย่างเพื่อที่จะกินคู่กับดากาชิ และถ้าคุณต้องการกินอะไรที่หนักท้อง ก็สามารถสั่งอาหารสไตล์ร้านอิซากายะได้อีกด้วย

    Dagashi Bar มีทั้งหมด 6 สาขาในโตเกียวและบริเวณข้างเคียง มีสาขาที่เอบิสึ, นิงเกียวโจ, อิเคะบุคุโระ, ชิบูย่า, คามาตะ และคาวาซากิ อย่าลืมเช็คเวลาและวันเปิดบริการของร้านจากทางเว็บไซต์ก่อนเดินทางด้วยนะคะ

    ข้อมูลร้าน Dagashi Bar *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง (ร้านมีหลายสาขา)

    2. ร้านบุฟเฟ่ต์ผลไม้ Sembikiya

    A post shared by Sing Yee (@nsingyee) on

    Sembikiya เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลไม้ชื่อดังของญี่ปุ่น บริษัทนี้ขายทั้งผลไม้ ไวน์ และขนมสไตล์ตะวันตกซึ่งทำมาจากผลไม้ เป็นขนมที่มีคุณภาพและนับเป็นของฝากที่หรูหราในสายตาของคนญี่ปุ่น โดย ร้าน World Fruits Buffet สาขาหลักที่ชั้นสองของอาคาร Mitsui Tower ในนิฮงบาชินั้น เป็นที่นิยมมากจนคุณต้องจองล่วงหน้านานเป็นเดือนเลยทีเดียว

    คุณสามารถจองคิวได้แค่หนึ่งเดือนล่วงหน้า เช่น ถ้าอยากจะไปทานบุฟเฟ่ต์ในเดือนตุลาคม คุณจะต้องโทรหรือเข้าเว็บไปจองตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนเป็นต้นไป นอกจากนี้ ทางร้านยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในกรณีที่คุณไม่ได้มาในวันที่จองเอาไว้ หรือไม่ได้ยกเลิกการจองล่วงหน้าก่อนสามวัน หรือมาไม่ครบจำนวนที่จองไว้ เช่น จองไว้สี่คนมาแค่สามคน เป็นต้น

    บุฟเฟ่ต์ผลไม้ของร้าน Sembikiya นั้น มีทุกวันจันทร์ (แต่อาจจะเลื่อนไปจัดในวันอังคาร หากว่าวันจันทร์นั้นเป็นวันหยุด) โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 19.00-21.00 น. ราคาของบุฟเฟ่ต์ คือ 6,480 เยนต่อคน (รวมภาษีแล้ว) อาจจะแอบแพงไปนิด แต่ว่าบุฟฟเฟต์นี้มีผลไม้ให้คุณเลือกทานมากถึง 20-24 ชนิดขึ้นอยู่กับฤดูกาล ผลไม้บางชนิดเป็นผลไม้ที่หากินได้ยากมากที่ญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังมีโยเกิร์ตผลไม้ น้ำผลไม้ กาแฟ ชา แกงกะหรี่มะม่วง แกงกะหรี่มะพร้าวเผ็ด ๆ สัปปะรดกับเนื้อบดปรุงรส สลัด ของหวาน เค้ก แซนวิช และออร์เดิร์ฟต่าง ๆ มากมาย คุณสามารถทานได้มากเท่าที่ต้องการในราคาดังกล่าว ซึ่งเราขอแนะนำบุฟเฟ่ต์นี้สำหรับคนรักผลไม้และรักสุขภาพ

    เว็บไซต์ร้าน Sembikiya *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    3. DESERT

    ร้าน DESERT เป็นร้านอาหารอิตาลีที่ขึ้นชื่อเรื่องวัตถุดิบที่สดใหม่จากทั่วประเทศญี่ปุ่น มีเมนูอาหารที่เรียบง่ายหลากหลายและมีรสชาติที่ดีเยี่ยม ถ้าหากคุณเป็นคนที่ชอบทานหอยนางรมอร่อย ๆ แล้ว คุณต้องลองมาทานบุฟเฟ่ต์หอยนางรมของร้านนี้ ที่นี่คุณจะได้รับประทานหอยนางรมอย่างจุใจในราคาที่กำหนดไว้แล้ว

    ร้าน DESERT ใช้หอยนางรมจากหลายจังหวัดทั่วญี่ปุ่นตั้งแต่ ฮอกไกโด มิยางิ มิเอะ ฟุคุอิ เฮียวโงะ ฮิโรชิม่า และฟุกุโอกะขึ้นอยู่กับฤดูกาล ถ้าคุณชื่นชอบหอยนางรมจากจังหวัดไหนเป็นพิเศษ เราขอแนะนำให้ลองดูข้อมูลหอยนางรมที่ทางร้านใช้ในแต่ละเดือน ตรงด้านล่างนี้

    • กลางเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคม : ทะเลสาบซาโรมะในฮอกไกโด/ อะเคชิโชในฮอกไกโด/ อุรามุระในมิเอะ และโอโนะที่ฮิโรชิม่า
    • เดือนเมษายนถึงกลางเดือนมิถุนายน :อะเคชิโชในฮอกไกโด/ อุรามุระในมิเอะ และโอโนะที่ฮิโรชิม่า
    • กลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนตุลาคม: อะเคชิโชในฮอกไกโดและอิชิโนมากิในมิยางิ

    แม้ว่าหอยนางรมนั้น อาจจะมาจากต่างสถานที่ แต่ราคาบุฟเฟ่ต์ก็อยู่ที่ 3,980 เยนต่อคน (ไม่รวมภาษี) ตลอดทั้งปี โดยมีเวลาให้คุณนั่งทานเก้าสิบนาที คุณจะต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้าเป็นเวลาอย่างน้อยสามวันและต้องมาอย่างต่ำสองคน ร้านนี้รับเฉพาะเงินสดเท่านั้น คุณสามารถนั่งทานหอยนางรมสด ๆ ได้ในแบบที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะเป็นแบบดิบ ๆ แบบย่าง หรือแบบนึ่ง และร้านเปิดให้บริการตลอดทั้งปี!

    ที่ตั้งของร้านอยู่ที่ชั้นสองของตึก Roppongi 7th คุณสามารถเดินเข้าร้านได้จากทางออกที่สองของสถานีรปปงหงิ สายรถไฟใต้ดินฮิบิยะ (Metro Hibiya Line) และ สายโอเอโดะ (Oedo Line) ร้านนี้เปิดตั้งแต่เวลา 18.00-24.00 น. วันจันทร์ถึงวันเสาร์ (ปิดในวันอาทิตย์ วันหยุดต่าง ๆ วันสิ้นปี และวันปีใหม่)

    ข้อมูลร้าน Desert *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    คราวหน้าหากใครมาเที่ยวโตเกียว อย่าลืมแวะไปลิ้มลองอาหารจากทั้งสามร้านนี้ให้ได้นะคะ สามารถทานของอร่อยและคุณภาพดีได้มากเท่าที่ต้องการ รับรองว่าคุ้มสุด ๆ !