10 สถานที่สุดคลาสสิคใน “อุจิ” เมืองแห่งชาเขียวในเกียวโต!

  • จุดเยี่ยมชม
  • เกียวโต
  • มัทฉะ (Matcha) เป็นผงชาเขียวที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลก ซึ่งสามารถพบได้ทุกที่ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมัทฉะนั้นได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางสำหรับรสชาติอันอบอุ่น และประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ รวมทั้งสีเขียวสดของชาอันสวยงาม ซึ่งคุณอาจจะพบเมนูที่มีชาเขียวมัทฉะได้ตามร้านกาแฟและคาเฟ่หลายแห่ง!

    อุจิ เป็นเมืองที่งดงามราวกับภาพวาด ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดเกียวโต เมืองนี้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในเรื่องของมัทฉะ และเป็นพื้นที่หลัก ๆ สำหรับเพาะปลูกใบชาเขียวที่ใช้ในการผลิตมัทฉะ อย่างไรก็ตาม เมืองอุจิไม่ได้มีแต่พื้นที่เพาะปลูกชาเท่านั้น แต่ยังมีสถานที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมายด้วย! พร้อมแล้วเตรียมตัวออกเดินทางไปชมสถานที่ที่เราจะแนะนำคุณในบทความนี้กันได้เลย

    1. สถานที่แห่งตำนานรักเก็นจิ

    รูปของผู้เขียน

    10 บทสุดท้ายของวรรณคดีที่มีชื่อเสียง ตำนานรักเก็นจิ (The Tale of Genji) เกิดขึ้นในเมืองอุจิ ซึ่งบทนี้มีชื่อเรียกว่า “Uji arcs” (ซึ่งเป็นเรื่องราวหลังจากที่เก็นจิตายไปแล้ว) ได้บรรยายถึงสถานที่ในอุจิไว้หลายแห่ง บางฉากประกอบด้วย สะพานอุจิ ศาลเจ้าและวัดในเมือง นอกจากนี้ ยังมีรูปปั้นที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องตำนานรักเก็นจิ ในอุจิอีกด้วย

    รูปปั้นแรก คือ ผู้ประพันธ์ตำนานรักเก็นจิ ชื่อว่า ชิคิบุ มุราซากิ (Shikibu Murasaki) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสะพานอุจิ ส่วนรูปปั้นที่สอง คือ ตัวละครหลักของภาค Uji arcs อย่าง อุกิฟุเนะ (Ukifune) และ นิโออุ โนะ มิยะ (Niou no Miya) ซึ่งกำลังนั่งเรือ ตั้งอยู่ด้านหน้าศาลเจ้าอุจิ ผู้ที่ชื่นชอบตำนานรักเก็นจิ สามารถเดินทางไปตามรอยสถานที่อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตำนานรักที่แสนโรแมนติกนี้ได้ ที่นี่ (เฉพาะภาษาอังกฤษ)!

    การเดินทางไปสะพานอุจิ

    การเดินทางไปศาลเจ้าอุจิ

    2. ถนนช้อปปิ้งเบียวโดอิน โอโมเตะซันโด

    รูปของผู้เขียน

    นี่เป็นถนนที่นำไปสู่วัดเบียวโดอิน ซึ่งโปรแกรมการช้อปปิ้งชาเขียวของคุณสามารถทำได้ที่นี่! ถนนสายนี้มีร้านค้าจำนวนมากที่นี่มีประวัติมานานกว่า 100 ปี ขณะที่เดินเล่น คุณก็จะได้กลิ่นหอม ๆ จากความเข้มข้นของชาที่อบอวลไปทั่วท้องถนน

    เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2001 กระทรวงสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่นได้เลือกถนนแห่งนี้ให้เป็นหนึ่งใน “จุดชมวิว 100 อันดับแรกที่มาพร้อมกลิ่น” ซึ่งเป็น “กลิ่นที่รู้จักกันดีและทิวทัศน์ที่ต้องอนุรักษ์เอาไว้” นี่คือ ถนนสายเล็ก ๆ ที่งดงามและควรลองมาเยือนดูสักครั้ง!

    การเดินทางไปถนนช้อปปิ้งเบียวโดอิน โอโมเตะซันโด

    3. วัดเบียวโดอิน

    รูปของผู้เขียน

    วัดพุทธแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงปลายยุคเฮอัน สิ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดของวัดนี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก Hōō-dō (โถงฟีนิกซ์) ซึ่งปรากฏในด้านหนึ่งของเหรียญ 10 เยนญี่ปุ่น! ในเดือนธันวาคมปี 1994 วัดเบียวโดอินได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในฐานะ “อนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์ของเกียวโตโบราณ” โดยองค์การยูเนสโก (UNESCO)

    วัดประกอบด้วยห้องโถงใหญ่ (Phoenix Hall) ห้องโถงเล็ก ๆ 3 ห้อง พิพิธภัณฑ์ ร้านขายของที่ระลึก คาเฟ่ และสวนหย่อม ซึ่งได้รับการกำหนดให้เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์และสถานที่แห่งความงาม ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ คือ 600 เยน และจ่ายเพิ่มเติมอีก 300 เยน หากคุณเลือกเข้าชมโถงฟีนิกส์ด้วย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่เว็บไซต์ด้านล่าง

    เว็บไซต์วัดเบียวโดอิน *เฉพาะภาษาอังกฤษ

    การเดินทาง

    4. วัดโคโชจิ

    ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมวัดยอดนิยมแห่งนี้ คือ ช่วงฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสีตลอดสองข้างทาง เส้นทางไปยังวัดโคโชจิ ยังถูกเรียกว่า ‘โคโตะซากะ (Kotozaka)’ อีกด้วย เนื่องจากเสียงสะท้อนของธรรมชาติในบริเวณพื้นที่แห่งนี้ที่มีความไพเราะและงดงามราวกับเสียงของพิณ (เรียกว่า โกโตะในภาษาญี่ปุ่น)

    มีการสันนิษฐานว่า อาคารหลักของวัดแห่งนี้ สร้างขึ้นจากซากของปราสาทเก่าอย่าง ฟุชิมิ อีกด้วย ถือได้ว่าคุ้มค่าแก่การไปเยือนอย่างยิ่ง

    เว็บไซต์วัดโคโชจิ *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น

    การเดินทาง

    5. ศาลเจ้าอุจิ-จินจะ

    รูปของผู้เขียน

    อุจิ-จินจะ (ศาลเจ้าอุจิ) อยู่ติดกับ อุจิกามิ-จินจะ (ศาลเจ้าอุจิกามิ) แต่เดิมเป็นส่วนหนึ่งของศาลเจ้าแห่งนี้ มีกระต่ายที่รู้จักกันดีที่ชื่อว่า มิกะเอริ อุซางิ (Mikaeri Usagi) (กระต่ายมองย้อน) เชื่อกันว่าเป็นวิญญาณผู้พิทักษ์ของศาลเจ้านี้

    มีตำนานยอดนิยมเกี่ยวกับศาลเจ้านี้เล่าว่า ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เจ้าชายวากิโนอิรัตสึโกะ (Wakinoiratsuko) หลงทางเข้ามา และได้เจอกับกระต่ายตัวนี้ ซึ่งได้ช่วยนำทางเขาให้กลับไปสู่เส้นทางที่ถูกต้อง! คุณสามารถไปเยี่ยมชมศาลเจ้านี้ เพื่อตามรอยเรื่องราวที่ยอดเยี่ยมนี้ได้!

    เว็บไซต์ศาลเจ้าอุจิ-จินจะ *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น

    การเดินทาง

    6. ศาลเจ้าอุจิกามิ-จินจะ

    อีกหนึ่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโก เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งที่ยังคงมีอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ศาลเจ้ามีชื่อเสียงในเรื่องน้ำพุร้อนที่เรียกว่า Kiriharamizu ซึ่งเป็นหนึ่งใน “เจ็ดแหล่งน้ำที่ดีที่สุดในอุจิ” เนื่องจากแหล่งน้ำอีกหกแห่งในอุจิได้แห้งไปตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำให้ Kiriharamizu เป็นน้ำพุร้อนแหล่งสุดท้าย ที่เป็นแหล่งกำเนิดน้ำสะอาดในอุจิ!

    น้ำจากน้ำพุร้อนของที่นี่ มักใช้ในพิธีชงชา อาคารหลักสองแห่งในศาลเจ้าแห่งนี้อย่าง ฮอนเด็นและไฮเด็นได้ถูกกำหนดจากสำนักงานวัฒนธรรมว่าเป็นสมบัติของชาติ ที่นี่จึงถือได้ว่าเป็นศาลเจ้าที่สวยงามคุ้มค่าแก่การเข้าชม!

    เว็บไซต์ศาลเจ้าอุจิกามิ-จินจะ
    *เฉพาะภาษาอังกฤษ

    การเดินทาง

    7. พิพิธภัณฑ์ตำนานรักเก็นจิ

    พิพิธภัณฑ์เดียวในโลกที่สร้างเพื่อ ตำนานรักเก็นจิ การจัดแสดงประกอบด้วย ฉากจำลอง เครื่องแต่งกาย ห้องต่าง ๆ ภาพสามมิติ และแม้แต่กลิ่นอายที่ทำให้สัมผัสได้เรื่องนี้ นอกจากนี้ ยังมีโรงละครและห้องภาพยนตร์ (ซึ่งแสดงภาพยนตร์สั้นความยาว 20 นาที) เพื่อให้ผู้เข้าชมเข้าใจเรื่องราวได้ดียิ่งขึ้น พิพิธภัณฑ์ยังได้จัดกิจกรรม “มุมเรียนรู้เกี่ยวกับเก็นจิ” และห้องสมุดอีกด้วย!

    ถ้าหากว่าคุณหิว คุณสามารถไปที่คาเฟ่และซื้อสินค้าในพิพิธภัณฑ์ได้ ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์อยู่ที่ 500 เยน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม คุณสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์อย่างเป็นทางการด้านล่างนี้ได้ ซึ่งมีภาษาญี่ปุ่น, จีน, เกาหลี และฝรั่งเศสให้บริการ

    เว็บไซต์พิพิธภัณฑ์ตำนานรักเก็นจิ (The Tale of Genji Museum) *เฉพาะภาษาอังกฤษ

    การเดินทาง

    8. วัดมิมุโระโทจิ

    นอกจากเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นวัดลำดับที่ 10 ใน “33 สถานที่แสวงบุญไซโกะกุแห่งการนมัสการพระโพธิสัตว์คันนน” วัดมิมูโระโทจิยังเป็นที่รู้จักกันในนามของวัดดอกไม้เนื่องจากมีชื่อเสียงในเรื่องของดอกไม้ประจำฤดูกาล ในส่วนของห้องโถงใหญ่ถูกสร้างขึ้นเมื่อต้นปี 1800 และเป็นที่ประทับของพระโพธิสัตว์คันนนปางพันมือ ที่วัดยังประกอบด้วยเจดีย์สีแดงสามชั้น, โถงพระอมิตาพุทธ (Amida Buddha Hall) และรูปปั้น Ukajin ซึ่งเป็นเทพท้องถิ่นที่มีศีรษะเป็นชายชราและร่างกายเป็นงู

    ขอแนะนำให้ผู้เยี่ยมชมตบรูปปั้น Ukajin เบา ๆ เมื่อไปที่วัดนี้ เนื่องจากเชื่อกันว่าจะนำโชคลาภและความโชคดีมาให้! ค่าเข้าชมคือ 500 เยนและไปถึงสถานที่ได้โดยรถประจำทางท้องถิ่น ไปที่เว็บไซต์ด้านล่างเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม!

    เว็บไซต์วัดมิมูโระโทจิ *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น

    การเดินทาง

    9. การตกปลาแบบยูไคที่แม่น้ำอุจิ

    การตกปลาแบบยูไค (ตกปลาด้วยนกกาน้ำ) เป็นวิธีดั้งเดิมในการจับปลาในญี่ปุ่นและจีนตั้งแต่ประมาณ 960 ปีก่อนคริสตกาล เครื่องมือที่เกี่ยวข้องคือนกกาน้ำและคบไฟหรือไฟ ใช่ คุณอ่านมันถูกต้องแล้ว!

    เหตุการณ์สุดพิเศษนี้เกิดขึ้นเฉพาะในฤดูร้อนและช่วงปลายฤดูฝนบนแม่น้ำหลายสายทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยที่แม่น้ำอุจิก็เป็นหนึ่งในนั้น ถ้าหากคุณอยู่ในอุจิในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูร้อน คุณก็ยังสามารถเห็นนกกาน้ำที่อยู่ในกรงได้ในระยะใกล้ ๆ ในหลายพื้นที่ตามแนวแม่น้ำอุจิ คุณยังสามารถข้ามสะพานที่สวยงามที่อยู่รอบ ๆ และเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่กล่าวถึงข้างต้นได้อย่างง่ายดาย

    การเดินทาง

    10. พื้นที่เพาะปลูกชาเขียว

    แน่นอนว่าการเดินทางไปอุจิจะไม่เสร็จสมบูรณ์ไปได้ หากไม่มีการไปเยือนสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าขึ้นชื่ออย่าง แหล่งปลูกชาโอบุบุ (Obubu Tea Plantations) และ โชโฮคุเอ็น (Shohokuen) ซึ่งเป็นสถานที่สองแห่งที่เพิ่งเปิดให้บริการ ทั้งพื้นที่ปลูกชาและโรงงานผลิตชาให้กับนักท่องเที่ยวได้เข้าชมในช่วงเทศกาลเก็บเกี่ยวชา

    คุณสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ด้านล่างเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม และจองทัวร์ให้ไปเยี่ยมชม! นี่จะเป็นประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครและจะทำให้คุณต้องการลิ้มรสชาดี ๆ สักถ้วย!

    เว็บไซต์ Obubu Tea Plantation *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น
    การเดินทาง

    เว็บไซต์โชโฮคุเอ็น (Shokokuen) *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    สถานที่ส่วนใหญ่ที่แนะนำไม่เสียค่าใช้จ่าย และสามารถเดินไปถึงกันได้ในระยะใกล้ ๆ อุจินั้นควรใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งวันในการเดินทางของคุณ เนื่องจากมีสถานที่ที่น่าสนใจจำนวนมากให้เยี่ยมชม รวมถึงเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น วางแผนการเดินทางให้ดีและสนุกไปกับการเดินทางสู่ดินแดนแห่งมัทฉะในอุจิ!

    เว็บไซต์ท่องเที่ยวของเมืองอุจิ *เฉพาะภาษาอังกฤษ

    การเดินทาง

    หากต้องการหาที่พักในอุจิสามารถดูข้อมูลทั้งหมดได้ที่นี่!