3 ประโยคที่แตกต่างกันระหว่างโตเกียว VS โอซาก้า

  • ภาษา
  • เป็นที่ทราบกันดีว่าเมืองใหญ่ทั้งสองแห่งของญี่ปุ่นอย่างโตเกียวและโอซาก้านั้น มีความแตกต่างกันเป็นอย่างมากทั้งในเรื่องของอาหาร ภาษา และอีกหลายอย่าง ผู้เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นจะรู้ดีว่า สำเนียงท้องถิ่นยอดนิยมที่ใคร ๆ ก็ต่างพูดถึง คือ “สำเนียงโอซาก้า (โอซาก้าเบน Osaka-ben)” หรือ “สำเนียงคันไซ (คันไซเบน Kansai-ben)” ซึ่งอุปนิสัยของชาวโอซาก้านั้นจะดูสบาย ๆ มากกว่าคนจากที่อื่นในประเทศญี่ปุ่น และมักถูกเข้าใจผิดจากรูปแบบการใช้ภาษา แน่นอนว่าประเทศญี่ปุ่นมีความแตกต่างในระหว่างท้องถิ่นเช่นเดียวกับทุกประเทศ

    วันนี้เราจะขอยกตัวอย่างเอกลักษณ์ที่เห็นได้อย่างชัดเจนถึงความแตกต่างระหว่างโตเกียวและโอซาก้า นั่นก็คือ รูปแบบของภาษาญี่ปุ่น!

    1. 行けたら 行く (Iketara iku)

    “行けたら 行く (Iketara iku)” เป็นประโยคที่ใช้กันทั่วไปเวลาได้รับคำเชิญ โดยเป็นการให้คำตอบสำหรับคำเชิญทุกประเภท “行く อิกุ” เป็นคำกริยาที่แปลว่า “ไป” ส่วน “行けたら อิเกะตาระ” เป็นการผันกริยาเพื่อแสดงความเต็มใจ โดยแปลได้ว่า “ถ้าไปได้” ดังนั้น การพูดว่า “行けたら” ตามด้วย “行く” จึงสื่อความหมายในลักษณะที่ว่าอาจไปหรือไม่ไปตามคำเชิญก็ได้ หรือ “ถ้าไปได้ก็จะไป” ซึ่งก็แล้วแต่ผู้ฟังว่าจะตีความอย่างไร

    รายการ Chichin Puipui ซึ่งเป็นรายการทีวีชื่อดังของญี่ปุ่นทางช่อง MBS (Mainichi Broadcasting System) ได้ทำการสำรวจทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกของญี่ปุ่นเพื่อค้นหาว่า “行けたら 行く (Iketara iku)” มีความหมายว่าอย่างไรกันแน่สำหรับทั้งสองภูมิภาค? ผลที่ได้แสดงให้เห็นว่าระหว่างฝั่งคันโตกับฝั่งคันไซ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโตเกียวกับโอซาก้าตามลำดับนั้น มีความเข้าใจต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยชาวคันโตส่วนใหญ่เข้าใจว่าผู้พูดสำนวนนี้มีแนวโน้มที่จะไปตามคำเชิญ ในขณะที่ชาวคันไซเข้าใจว่าผู้พูดมีแนวโน้มที่จะไม่ไปมากกว่า

    2. もかりまっか? (Mokarimakka?)

    คุณจะทำอย่างไร ถ้าดันมีคนถามถึงสภาวะการเงินของคุณ แทนการกล่าวสวัสดี? แล้วควรจะตอบไปว่ายังไงดี หรือ แกล้งทำหน้าตางง ๆ ใส่คนที่ถามไป? ถ้าคุณอยู่ในโอซาก้า เตรียมตัวเตรียมใจฟังคำทักทายว่า “もかりまっか? (Mokarimakka?)” ซึ่งแปลได้ว่า “สภาพการเงินดีไหม?” หรือ “อนาคตสดใสดีไหม?” ไว้ได้เลย

    คำว่า “もかり mokari” โดยทั่วไปจะหมายถึง “การชำระเงิน” หรือ “การกู้ยืม” ส่วน “まっか (makka)” ก็คือ “ますか~ masu ka” ในสำเนียงแบบโอซาก้า ส่วนคำตอบที่เหมาะที่สุด ได้แก่ “ぼちぼち (bochi bochi)” หรือ “ボチボチでんな (bochi bochi denna)” แปลว่า “ก็เรื่อย ๆ” หรือ “ก็ไม่เลว” ซึ่งเป็นรูปแบบการเริ่มต้นสนทนาตามปกติในโอซาก้าที่มีความหมายเหมือนกับการถามว่า “เป็นยังไงบ้าง?” นั่นเอง

    ในทางกลับกัน หากเป็นทางฝั่งภูมิภาคคันโตหรือแถบโตเกียว หากไปทักใครว่า “もかりまっか (Mokarimakka?)” อาจถูกหัวเราะ ถูกมองบน หรืออย่างเบาะ ๆ ก็แค่ได้รับคำตอบกลับมาว่า “สบายดี” ส่วนคำตอบว่า “ぼちぼち (bochi bochi)” นั้นไม่ค่อยใช้กันในฝั่งโตเกียว โดยจะออกเสียงว่า “ぼつぼつ (botsu botsu)” แต่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับสำเนียงโอซาก้าอยู่แล้ว จึงไม่ถึงกับเป็นเรื่องแปลกอะไรในการทักทายรูปแบบนี้สำหรับคนแถบโตเกียว

    3. ちゃうちゃう (Chau chau)

    มีชาวต่างชาติหลายคนที่พยายามใช้สำเนียงโอซาก้า เนื่องจากเป็นสำเนียงที่ฟังดูซื่อ ๆ และไม่เป็นพิษเป็นภัย รวมถึงดูมีความโรแมนติกแฝงอยู่คล้ายกับในวัฒนธรรมแบบละติน

    ผู้คนในโอซาก้าส่วนใหญ่จะเปิดเผยความรู้สึกออกมาตรง ๆ โดยที่ยังคงพยายามรักษาคำพูดให้ฟังดูนุ่มนวล เช่น คำว่า “ちがう ちがう (chigau chigau)” สำหรับความรู้สึกของคนในฝั่งโตเกียว จะแสดงถึงความไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เหมือนกับพูดว่า “ไม่ใช่ ไม่ใช่!” หรือ “ผิดแล้ว!” แต่สำหรับชาวโอซาก้านั้น จะออกเสียงว่า “ちゃうちゃう (chau chau)” จะเป็นการบอกให้ทราบว่าความคิดเห็นของผู้ฟังนั้นไม่ถูกต้อง โดยที่ยังคงแฝงความเป็นมิตรของผู้พูดเอาไว้ด้วย ซึ่งจะฟังดูก้าวร้าวน้อยกว่าในฝั่งโตเกียวและมีแนวโน้มที่ผู้ฟังจะรู้สึกดีมากกว่า

    ยังมีสำนวนอื่น ๆ ในภาษาญี่ปุ่นอีกมากที่สามารถจำแนกความแตกต่างระหว่างชาวโตเกียวกับชาวโอซาก้าได้ ซึ่งภาษาญี่ปุ่นของชาวโอซาก้านั้นจะมีเสน่ห์ที่ความสบาย ๆ ชิว ๆ นั่นเอง