3 สถานที่แห่งความประทับใจที่ไม่เหมือนใครในเมืองฮิเมจิ จังหวัดเฮียวโงะ!

  • จุดเยี่ยมชม
  • อื่นๆ
  • เฮียวโงะ
  • เมื่อพูดถึง ฮิเมจิ คนส่วนใหญ่ก็จะนึกถึง “ปราสาทฮิเมจิ” ที่แสนงดงามและได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก รวมถึงชื่อเสียงจากการได้รับการขนานนามให้เป็น “1 ใน 3 ปราสาทที่สำคัญที่สุดของประเทศญี่ปุ่น” ถึงแม้จะได้รับความสำคัญถึงระดับนั้น แต่ปราสาทหลังนี้ก็ไม่ควรจะถูกมองว่าเป็นสถานที่เดียวของเมืองฮิเมจิที่น่าสนใจ เพราะสำหรับฉันแล้ว ฮิเมจิ คือ ประตูที่นำไปสู่ “พื้นที่” บริเวณอื่น ๆ อีกมากมาย

    ไม่ว่าคุณจะอยากเห็นสถานที่อันน่ามหัศจรรย์ของโลกอย่างพีระมิดหรืออยากอยู่ในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด เมืองฮิเมจิมีให้คุณทุกอย่าง บทความชิ้นนี้จะแนะนำ “อาณาจักรอันงดงาม” อีก 3 แห่งที่อยู่นอกปราสาทฮิเมจิ ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากสถานที่อันเต็มเปี่ยมไปด้วยมนตร์เสน่ห์!

    1. สวนสาธารณะไทโย: อาณาจักรแห่งความน่าพิศวง

    สวนสาธารณะไทโย คือ สถานที่ท่องเที่ยวในฮิเมจิที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันน้อย แต่ความงดงามของนี้อาจทำให้คุณถึงกับต้องอ้าปากข้างเลยทีเดียว เมื่อเข้ามาสู่สวนไทโย คุณจะต้องตื่นตะลึงกับปราสาทสีขาวแบบยุโรปขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าของคุณ ! แต่อย่าเพิ่งเข้าใจว่ามีเท่านี้ เพราะว่านี่เพิ่งเป็นการเริ่มต้นเท่านั้น

    สวนสาธารณะไทโยมีพื้นที่หลัก ๆ อยู่สองส่วน คือ เขตอิชิ และเขตปราสาท คนส่วนใหญ่จะมุ่งหน้าตรงไปที่เขตปราสาทเพื่อชมตัวปราสาทเลย แต่ฉันขอแนะนำให้แวะที่เขตอิชิก่อน

    เขตอิชิ (Ishi Area)

    ในเขตอิชิ คุณจะได้เพลิดเพลินกับสถานที่สำคัญ ๆ ของโลกจำนวนมาก ทั้งประตูชัยของปารีส, จตุรัสเทียนอันเหมิน, ทางเข้าของกำแพงเมืองจีน และพีระมิดของอียิปต์ ถ้าคุณเคยนึกฝันอยากไปชมสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ เขตอิชิในสวนสาธารณะไทโย คือที่ที่คุณต้องไป

    แม้สถานที่เหล่านี้จะเป็นเพียงของจำลอง แต่ก็ให้ความสำคัญกับรายละเอียดต่าง ๆ เป็นอย่างมาก จนแลดูเหมือนจริงสุด ๆ และยิ่งไปกว่านั้น คุณยังสามารถถ่ายภาพกับสถานที่ที่คุณใฝ่ฝันได้ชัด ๆ เสมือนได้ไปเที่ยวจริง ๆ โดยไม่ต้องเบียดเสียดกับผู้คนในพื้นที่ที่จำกัด

    เขตปราสาท (Castle Area)

    หลังจากประทับใจกับสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของโลกไปแล้ว คุณยังสามารถไปเยือนปราสาทชิราโทริที่น่าตื่นตาได้อีกด้วย ปราสาทชิราโทริสร้างขึ้นโดยใช้ปราสาทนอยชวานชไตน์ในเยอรมนีเป็นต้นแบบ แถมยังมีขนาดใหญ่โตกว่าปราสาทฮิเมจิเสียอีก นอกจากความใหญ่โตโอฬารของปราสาทแล้ว คุณยังสามารถนั่งรถโมโนเรลเดินทางไปยังที่แห่งนั้น พร้อมกับชื่นชมทิวทัศน์สองข้างทางอันสวยงามได้อีกด้วย หรือคุณจะแวะชมความงามของสถาปัตยกรรมแบบยุโรปก่อนที่จะขึ้นโมโนเรลก็ได้ เพราะว่าตั้งอยู่ข้าง ๆ กัน

    เมื่อเข้ามาใกล้กับตัวปราสาท ความงามของปราสาทจะไม่อาจทำให้คุณละสายตาไปได้เลย ลองใช้เวลาชื่นชมภายนอกของปราสาทให้เต็มที่เสียก่อน หลังจากนั้นค่อยเข้าไปข้างใน

    ภายในปราสาท คือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ และข้างในยังมีทริคอาร์ตแกลเลอรี่ที่เต็มไปด้วยลูกเล่นมากมาย คุณจะได้เพลิดเพลินกับผลงานศิลปะจำนวนมาก และสนุกไปกับเทคนิคที่เล่นกับสายตาของมนุษย์ได้อย่างแนบเนียนสุด ๆ อย่าลืมถ่ายรูปเท่ ๆ ตอนนั่งอยู่บนบัลลังก์ด้วยนะจ้ะ คุณควรใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวันที่สวนสาธารณะไทโยแห่งนี้ ซึ่งน่าจะเพียงพอให้คุณได้เที่ยวอย่างเต็มอิ่ม

    การเดินทางไปยังสวนแห่งนี้

    สามารถเดินทางไปถึงสวนสาธารณะไทโยได้ โดยใช้รถประจำทางหมายเลข 35 หรือ 45 ที่ชานชาลา 4 จากประตูทางออกฝั่งเหนือของสถานีฮิเมจิ และลงที่ป้ายอุจิโคชินิชิ (Uchikoshi Nishi) อย่าลืมว่ารถประจำทางสาย 35 จะให้บริการเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์เท่านั้น

    เว็บไซต์ของสวนสาธารณะไทโย *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น
    การเดินทาง

    2. วัดเอ็นเกียวจิภูเขาโซะซะซัน: อาณาจักรแห่งภาพยนตร์

    ภูเขาโซะซะซัน คือ ภูเขาที่ตั้งอยู่ห่างจากปราสาทฮิเมจิประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของวัดเก่าแก่ที่สวยงามและมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปีชื่อ “วัดเอ็นเกียวจิ” ที่นี่ยังเป็นสถานที่จาริกแสวงบุญในทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่งด้วย เนื่องจากเป็น 1 ใน 33 วัดที่ตั้งอยู่บนเส้นทางจาริกแสวงบุญของภูมิภาคคันไซ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานประติมากรรมพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภูเขาโซะซะซันกลายเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์

    ถ้าใครเคยดูภาพยนตร์เรื่อง “The Last Samurai” ที่นำแสดงโดย ทอม ครูซ มาก่อน เวลามองดูภาพของภูเขาโซะซะซัน อาจจะรู้สึกคุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นสถานที่แห่งนี้จากที่ไหนมาก่อน? นั่นเป็นเพราะสถานที่แห่งนี้เคยใช้ถ่ายทำภาพยนตร์ดังกล่าวนั่นเอง ซึ่งข้อมูลจากเว็บไซต์ของภูเขาโซะซะซันได้ระบุว่า ผู้กำกับเลือกวัดเอ็นเกียวจิเป็นสถานที่ถ่ายทำ เพราะสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ของวัด อีกทั้งบรรยากาศจะช่วยเสริมให้ธีมของภาพยนตร์มีความเข้มข้นและโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

    เพื่อเพิ่มอรรถรสให้กับทริปครั้งนี้ของคุณ ขอแนะนำให้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้อีกครั้ง ส่วนใครที่ไม่เคยดูมาก่อน ก็ลองไปหามาดูก่อนจะมาที่ภูเขาโซะซะซัน เพราะคุณจะไม่เพียงแค่ได้เห็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดที่โด่งดังเท่านั้น แต่ยังจะได้เข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกของนักแสดง (ทอม ครูซ) ที่เคยได้สัมผัสมาก่อน ตอนที่เขากำลังถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ และยังสามารถตามรอยเก็บภาพสถานที่ต่าง ๆ จากในภาพยนตร์ไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย

    นอกจากหนังเรื่อง The Last Samurai แล้ว วัดเอ็นเกียวจิบนภูเขาโซะซะซันยังเป็นสถานที่ถ่ายทำละครของช่อง NHK อย่าง กุนชิ คันเบ (Gunshi Kanbei) กับเรื่อง มูซาชิ (Musashi) รวมถึงภาพยนตร์เรื่อง The Assassin อีกด้วย หากคุณเคยดูผลงานเหล่านี้มาก่อน คุณจะสามารถเห็นฉากต่าง ๆ ที่ปรากฏในหนังได้เวลาที่เดินไปรอบ ๆ เขตวัด

    การเดินไปยังวัดแห่งนี้

    การเดินทาางไปยังภูเขาโซะซะซัน คุณสามารถขึ้นรถบัสสาย 8 จากชานชาลาที่ 10 ของสถานีฮิเมจิ (ประตูทางออกฝั่งทิศเหนือ) หรือขึ้นจากป้ายรถประจำทางข้าง ๆ ประตูโอเตมอนของปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle Otemon Gate) แล้วลงที่ทางขึ้นกระเช้าภูเขาโซะซะซัน คุณสามารถเลือกได้ว่าจะปีนเขาขึ้นไปหรือจะนั่งกระเช้าขึ้นไป ถ้าคุณมีเวลามากพอ ก็ขอแนะนำให้เดินขึ้นไป เพราะคุณจะได้รับสัมผัสกับความเขียวขจีของต้นไม้ที่อยู่โดยรอบตลอดเส้นทาง การเดินขึ้นไปจะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง

    เว็บไซต์วัดเอ็นเกียวจิบนภูเขาโซะซะซัน *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    3. สวนเทงาระยามะเซ็นทรัลปาร์ค: พื้นที่ของคนท้องถิ่น

    สวนเทงาระยามะเซ็นทรัลปาร์ค (Tegarayama Central Park) เป็นสวนที่มีพื้นที่กว้างขวาง มีสิ่งที่น่าสนใจอยู่ในนั้นมากมาย ถึงแม้ว่าสวนสาธารณะแห่งนี้จะสร้างขึ้นสำหรับเป็นที่จัดงานฮิเมจิ เอ็กซ์โปในปี 1966 แต่ก็ยังคงมีสถานที่ที่น่าสนใจหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ส่วนสถานที่เด่น ๆ ของที่นี่ ได้แก่ ปราสาทรูปทรงตะวันตก, พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ, สวนสนุก และหอสังเกตการณ์ที่หมุนได้รอบทิศ

    ปราสาท

    ว่ากันว่าสิ่งที่ยิ่งใหญ่นั้น จะมาพร้อมกันถึง 3 อย่าง! เช่นเดียวกับที่ฮิเมจิ ซึ่งคุณสามารถพบกับความอลังการของปราสาทได้ถึง 3 หลัง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังเท่ากับปราสาทฮิเมจิ หรือ ใหญ่โตระดับเดียวกับปราสาทในสวนสาธารณะไทโย แต่การออกแบบหอคอยที่สูงที่สุดแห่งนี้ จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ในเทพนิยายเรื่อง ราพันเซล (Rapunzel) สถานที่แห่งนี้สามารถเข้าชมได้ฟรี ดังนั้น คุณก็สามารถเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพสวย ๆ ได้อย่างเต็มที่

    พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ

    พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้จัดแสดงปลาที่เป็นพันธุ์ท้องถิ่นของฮิเมจิ แม้ว่าจะเป็นปลาสายพันธุ์ทั่วไป แต่รับรองว่าคุณจะได้รับความรู้มากมายเกี่ยวกับสัตว์น้ำจากที่นี่ แม้ว่าข้อมูลต่าง ๆ จะเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่การได้ชมความหลากหลายทางชีวภาพที่ทางพิพิธภัณฑ์นำมาจัดแสดงก็ถือว่าเป็นความคุ้มค่าอย่างหนึ่ง

    สวนสนุก

    ถ้าคุณเบื่อกับการเดินเล่น หรือเดินเข้าพิพิธภัณฑ์ ลองเปลี่ยนไปผจญภัยในสวนสนุกดูก็เข้าท่าไม่น้อย เพราะที่สวนแห่งนี้ มีทั้งโรลเลอร์โคสเตอร์กับชิงช้าสวรรค์ แต่สิ่งที่ดึงดูดคนได้มาก คือ สระว่ายน้ำขนาดมหึมากับกิจกรรมทางน้ำต่าง ๆ ที่คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับมันได้ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ถึงที่นี่จะไม่ได้เป็นที่นิยมเท่าไหร่นักในฤดูอื่น ๆ แต่สวนแห่งนี้ก็เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อนในระหว่างการเดินเที่ยว

    อีกสถานที่หนึ่งที่เราขอแนะนำและอาจจะเป็นสถานที่ปิดท้ายการชมสวนสาธารณะเทงาระยามะแห่งนี้ คือ หอชมวิวที่หมุนได้รอบ ซึ่งเป็นคาเฟ่ที่คุณสามารถขึ้นไปผ่อนคลาย ชิมเค้ก จิบกาแฟ ระหว่างชมวิวทิวทัศน์ของสวน หรืออาจจะเป็นช่วงพักเบรค เวลาที่หอแห่งนี้หมุนไปเรื่อย ๆ คุณจะได้เห็นปราสาทฮิเมจิจากระยะไกล ซึ่งจะเป็นภาพที่สุดยอดมาก!

    สวนเทงาระยามะเซ็นทรัลปาร์ค อาจจะไม่ได้อยู่ในแผนการเดินทางของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เพราะรูปแบบของสวนเป็นสิ่งที่สามารถพบได้ทั่วไปตามเมืองใหญ่ ๆ แต่สวนเทงาระยามะก็มีชื่อเสียงในหมู่คนท้องถิ่น เนื่องจากเป็นที่ที่ครอบครัวจะมาใช้เวลาด้วยกัน เป็นสถานที่ออกเดท หรือมาพักผ่อนกันเฉย ๆ นี่จึงทำให้สวนแห่งนี้ เป็นสถานที่สุดเพอร์เฟ็กต์สำหรับผู้ที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นในเมืองฮิเมจิ!

    การเดินทางไปยังสวน

    ให้ขึ้นรถบัสชินคิสาย 94 (Shinki bus 94) จากชานชาลาที่ 1 ของประตูทางออกฝั่งเหนือของสถานีฮิเมจิ แล้วลงที่ป้ายรถที่ชื่อเทงาระยามะจูโอโคเอนคุจิ (Tegarayama Chuokoen Kuchi)

    เว็บไซต์สวนเทงาระยามะเซ็นทรัลปาร์ค *มีระบบแปลภาษาอัตโนมัติ
    การเดินทาง

    ตอนนี้คุณคงรู้แล้วใช่มั้ยคะว่า ฮิเมจิไม่ได้มีดีแค่ความสวยงามของปราสาทฮิเมจิและมีเรื่องสนุก ๆ รอคุณอยู่นอกปราสาทฮิเมจิมากมาย หลายคนอาจจะอยากเพิ่มระยะเวลาในการเที่ยวที่เมืองฮิเมจิ ขอบอกว่าไม่ต้องลังเลเลยและเพิ่มสถานที่ที่แนะนำเข้าไปด้วยรับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะถ้าไม่ได้ลองไปเที่ยวสถานที่เหล่านี้ อาจจะต้องมาเสียดายทีหลังได้ เพราะตัวผู้เขียนเองก็เคยรู้สึกแบบนั้น ตอนที่มาเที่ยวที่นี่ครั้งแรก เพราะฉะนั้น อยากให้ทุกคนใช้เวลาเที่ยวเมืองฮิเมจิตามที่แนะนำไปและขอให้สนุกกับทริปนี้นะคะ

    หากต้องการหาที่พักในฮิเมจิ สามารถดูข้อมูลทั้งหมดได้ที่นี่!