4 สถานที่ประวัติศาสตร์แห่งเมืองกิฟุ: ที่ใครหลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก

  • กิฟุ
  • จุดเยี่ยมชม
  • เมืองกิฟุอยู่ถัดจากจังหวัดไอจิ ถึงแม้จะเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่มีความสวยงามแต่ก็เหมือนอยู่ในเงาของเมืองดัง ๆ ใกล้เคียงอย่างเมืองนาโกย่าในจังหวัดไอจิ ที่เป็นจุดหมายหลักของนักท่องเที่ยว กิฟุเป็นเมืองเล็ก ๆ น่ารัก ๆ ที่อยู่ห่างจากนาโกย่าออกไปเพียง 30 นาทีโดยรถไฟ มีทิวทัศน์ที่สวยงามไม่แพ้กัน และเป็นจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบของนักท่องเที่ยวที่รักการสำรวจ เมืองกิฟุเป็นที่รู้จักในเรื่องของการจับปลาที่แม่น้ำด้วยการใช้นกกาน้ำ, ปราสาทสมัยโบราณ, ศาลเจ้าในป่า และทางเดินขึ้นเขาท่ามกลางธรรมชาติ

    เมืองกิฟุ
    วิวของเมืองกิฟุจากภูเขาคินกะ

    รูปของผู้เขียน

    ในยุคเซ็งโงะกุมีคำกล่าวที่หลายคนคุ้นเคยอย่าง “ใครที่ได้ปกครองกิฟุ ก็เหมือนได้ปกครองทั้งประเทศญี่ปุ่น” ในยุคสมัยนั้น กิฟุเป็นที่รู้จักในชื่อ “มิโนะ” และอยู่ภายใต้การปกครองของตระกูลโทคิ เมืองนี้เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และแผนการที่แยบยลมากมาย รวมถึงประเพณีและการต่อสู้

    น่าเศร้าที่ว่าปัจจุบันสีสันของกิฟุได้ถูกลืมเลือนไป และกลายมาเป็นเพียงทางผ่านสำหรับคนที่ทำงานในนาโกย่าเท่านั้น อย่างไรก็ตามสภาเมืองกิฟุได้พยายามสร้างภาพลักษณ์ใหม่โดยใช้ไอเดียสุดฮิปอย่าง “Slow Life” มากระตุ้นให้คนเมืองมองกิฟุว่าเป็นสถานที่สำหรับการผ่อนคลายจากโลกแห่งความทันสมัย และยังเป็นการสนับสนุนการเกษตรกรรม ประวัติศาสตร์ ประเพณี และวัฒนธรรม รวมถึงงานศิลปะของชาวกิฟุให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว

    และนี่คือ 4 สถานที่ที่ไม่ควรพลาดในเมืองกิฟุ!

    1. ศาลเจ้ากิฟุโกะโคะคุ

    รูปของผู้เขียน

    หนึ่งในสถานที่ที่เป็นเหมือนความลับของเมืองกิฟุ คือ ศาลเจ้าโกะโคะคุ ซี่งตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำนาการะและเชิงเขาคินกะ ศาลเจ้าแห่งนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่สวยงามที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาในประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ด้วยรูปแบบที่เรียบง่ายแต่สง่างามแวดล้อมด้วยป่าไม้กับแม่น้ำตามธรรมชาติ ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างเพื่ออุทิศให้แก่เหล่าทหารในจังหวัดกิฟุที่เสียชีวิตในสงครามระหว่างรัสเซียกับญี่ปุ่น โดยสร้างขึ้นในปี 1940

    ด้วยความที่มีธรรมชาติที่สวยงามเป็นฉากหลัง คุณจะได้ใช้เวลาเดินตามเส้นทางธรรมชาติ โดยมีจุดเริ่มต้นที่ศาลเจ้าไปถึงภูเขา ด้วยเสียงนก แมลง และเสียงลมจากแม่น้ำ จะค่อย ๆ เปลี่ยนเสียงจอแจของเมืองมาเป็นเสียงของธรรมชาติได้อย่างน่าอัศจรรย์

    ต้นไม้รอบศาลเจ้าแห่งนี้ บางต้นมีอายุมากกว่า 100 ปี ซึ่งล้วนเป็นต้นซากุระที่จะออกดอกในฤดูใบไม้ผลิ ภายในศาลเจ้ายังมีศาลเจ้าขนาดเล็ก หินโบราณวางซ้อนกันซึ่งหากมองไกล ๆ จะเห็นเป็นรูปทรงคล้ายสโตนเฮนจ์

    เว็บไซต์ศาลเจ้ากิฟุ โกะโคะคุ *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น
    การเดินทาง

    2. ภูเขาคินกะ

    รูปของผู้เขียน

    ภูเขาคินกะประกอบไปด้วยป่าไม้ตามธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ และสัตว์ป่า รวมถึงเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองกิฟุ ด้วยความสูง 329 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลภูเขาตั้งตระหง่านบนแนวแม่น้ำ ล้อมรอบด้วยป่าเขียวชะอุ่ม ตัวภูเขาไม่ใหญ่เกินไปและมีทางเดินสำหรับขึ้นเขาอยู่หลายเส้น

    บนยอดเขาเป็นที่ตั้งของปราสาทกิฟุ ซึ่งสามารถเดินขึ้นไปได้หรือจะนั่งกระเช้าคินกะซังที่เชื่อมระหว่างเชิงเขาถึงยอดเขา ครั้งหนึ่งภูเขาแห่งนี้เคยมีชื่อว่า “อินะบายามะ” ซึ่งเรียกตามศาลเจ้าอินะที่เป็นศาลเจ้าหลักของเมืองกิฟุ

    ภูเขาคินกะมีทางเดินขึ้นเขาด้วยกัน 4 เส้นหลัก ๆ โดยสองเส้นทางจะเหมาะสำหรับคนที่มีประสบการณ์การเดินขึ้นเขามาแล้ว อีกหนึ่งเส้นทางสำหรับคนที่มีประสบการณ์ระดับกลาง (ผ่านการเดินเทรล 100 กิโลเมตร) และอีกหนึ่งเส้นทางสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเดิน (เดินเทรล 7 กิโลเมตร) ทางเดินจะต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงและตามทางเดินจะมีหินสลักลวดลายทางประวัติศาสตร์ตั้งอยู่ระหว่างทาง อีกทั้งยังมีศาลเจ้าเล็ก ๆ ร้านน้ำชา และจุดพักชมวิวตลอดทาง

    เว็บไซต์ภูเขาคินกะ
    การเดินทาง

    3. ปราสาทกิฟุ

    ปราสาทกิฟุ (หรือเรียกอีกชื่อว่า อินะบายามะ) ตั้งอยู่บนยอดเขาคินกะมีความงดงามและน่าอัศจรรย์ใจ ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยตระกูลนิไคโดะ (Nikaido) ในช่วงยุคคามาคุระ ปราสาทหลังปัจจุบันได้รับการบูรณะในปี 1956 แต่ยังคงรักษารูปแบบเดิมเอาไว้ได้ดี ปราสาทแห่งนี้มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจจากการถูกเปลี่ยนมือมาหลายครั้งภายใต้การต่อสู้และกลโกงต่าง ๆ ในศึกระหว่างทาเคนากะ ฮันเบ (Takenaka Hanbei) และ ไซโตะ ทัตสึโอกิ (Saito Tatsuoki) เป็นหนึ่งในตัวอย่างของเรื่องราวการต่อสู้ของปราสาทแห่งนี้

    ทางเดินขึ้นสู่ตัวปราสาทกิฟุเป็นทางเดินที่สวยงาม แม้จะมีความยากอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ก็เป็นเส้นทางที่คุ้มค่า ป่าที่อยู่ล้อมรอบปราสาทหลังนี้ มีความสวยงามจนทำให้คุณแทบหยุดหายใจเลยทีเดียว เจดีย์ที่ตั้งอยู่ตรงจุดเริ่มต้นของทางเดินก็มีความสวยงามไม่แพ้กัน ถ้าหากไม่อยากจะเหนื่อยเกินไปคุณสามารถนั่งกระเช้าลอยฟ้าที่ใช้เวลาไม่ถึงห้านาที

    เมื่อถึงยอดเขาแล้ว คุณจะต้องเดินต่ออีกนิดหน่อยก็จะถึงพิพิธภัณฑ์และบริเวณปราสาท และที่ใกล้ทางออกของจุดจอดกระเช้า ยังมีบ้านกระรอกซึ่งปกติจะเต็มไปด้วยเด็ก ๆ มาเล่นกับเจ้ากระรอกสัตว์ป่าประจำภูเขาคินกะ ซึ่งเจ้ากระรอกยังเป็นสัตว์สัญลักษณ์ประจำภูเขาแห่งนี้อีกด้วย และจากยอดเขาคุณจะได้เห็นวิวเมืองกิฟุที่น่าประทับใจ พร้อมต้นไม้ที่เรียงรายตลอดสองข้างทางที่ช่วยสร้างอากาศอันบริสุทธิ์ให้กับธรรมชาติได้เป็นอย่างดี

    แม้ตัวปราสาทจะได้รับการบูรณะด้วยซีเมนต์ แต่การออกแบบภายในยังคงโครงสร้างไม้ เพื่อคงความเป็นต้นแบบให้มากที่สุด แผนที่และรูปภาพเก่า ๆ ยังคงแสดงไว้ตามเดิมเช่นเดียวกับชุดเกราะและอาวุธที่ใช้ในช่วงยุค 1600 อีกทั้งยังมีจุดชมวิวของเมืองกิฟุในอีกมุมหนึ่ง พิพิธภัณฑ์ที่อยู่ถัดจากปราสาทได้จัดแสดงงานศิลปะพื้นบ้านที่พร้อมให้ข้อมูลแก่ผู้ที่มาเข้าชม

    เว็บไซต์ปราสาทกิฟุ
    การเดินทาง

    4. สวนสาธารณะกิฟุ
    สวนมิตรภาพญี่ปุ่น-จีน

    รูปของผู้เขียน

    สถานที่สุดท้าย คือ สวนสาธารณะกิฟุ คุณจะมองเห็นสถานที่ต่าง ๆ ที่กล่าวถึงในบทความนี้จากสวนสาธารณะแห่งนี้ และตัวสวนสาธารณะเองก็สวยงามคุ้มค่าต่อการเยี่ยมชม คุณสามารถเช่าจักรยานสำหรับขี่เล่นได้ที่บริเวณทางเข้า อีกทั้งยังมีร้านน้ำชาที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ซึ่งคุณจะได้พักและเติมความสดชื่นได้อย่างเต็มที่

    พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ประจำกิฟุ ตั้งอยู่ภายในสวนสาธารณะแห่งนี้เช่นเดียวกับสวนมิตรภาพญี่ปุ่น-จีนที่ตกแต่งด้วยสระน้ำขนาดเล็กมีปลาตัวใหญ่แหวกว่ายไปมา และมีรูปปั้นที่แกะสลักอย่างสวยงาม

    เว็บไซต์สวนสาธารณะกิฟุ
    การเดินทาง

    จังหวัดกิฟุมีสถานที่น่ารัก ๆ ให้คุณได้เข้าไปสำรวจ ด้วยความที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่สวยงาม ทำให้กิฟุมีความน่าสนใจมากกว่าการเป็นแค่สถานที่สำหรับมาเดินเที่ยวเล่น เรียกได้ว่าการนำประเพณีและวัฒนธรรมมาช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวนั้น ถือเป็นไอเดียที่ดี แม้คำว่า “ใครที่ได้ปกครองกิฟุ ก็เหมือนได้ปกครองทั้งญี่ปุ่น” อาจจะไม่เป็นความจริงอีกต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนที่สุดก็คือ กิฟุยังคงเป็นสถานที่ที่น่าค้นหาอยู่เสมอ และจะเป็นอะไรที่น่าเสียดายมาก หากจะถูกผู้คนหลงลืมไปตามกาลเวลา

    เว็บไซต์เมืองกิฟุ
    การเดินทาง

    หากต้องการหาที่พักในกิฟุ สามารถดูข้อมูลทั้งหมดได้ที่นี่!