ส่องแฟชั่นหนุ่มญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ผลิปี 2018 ที่ประเทศญี่ปุ่น

  • วัฒนธรรม
  • เคล็ดลับ
  • แฟชั่น
  • หลายคนมองว่าสไตล์การแต่งตัวของผู้ชายญี่ปุ่นนั้น ทั้งเท่ มีสไตล์ และเสริมให้ดูมีบุคลิกภาพ เรียกได้ว่าเข้าใจในปรัชญาของแฟชั่นอย่างแท้จริง เพราะไม่ว่าจะเป็นทรงผมและการเลือกใช้เครื่องประดับไปจนถึงการมิกซ์แอนด์แมตช์สีสันต่าง ๆ ก็ดูจะมีเซนส์ในเรื่องของแฟชั่นแบบสุด ๆ เรียกได้ว่าผู้ชายญี่ปุ่นมีรสนิยมด้านแฟชั่นดีพอ ๆ กับผู้หญิงญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้

    แฟชั่นของคนหนุ่มสาวตามท้องถนนในโตเกียว คือ สิ่งหนึ่งที่น่าทึ่งสำหรับผู้มาเยือนเมืองแห่งนี้ แม้แต่พนักงานร้านค้าและชายสูงวัยตามบาร์ต่าง ๆ ก็ยังแต่งตัวดูดีมีสไตล์! ทั้งนี้อาจเป็นเพราะตลาดเสื้อผ้าผู้ชายในญี่ปุ่นนั้น ไม่เพียงแต่มีความหลากหลาย แต่ยังมีแบรนด์จากดีไซน์เนอร์เป็นจำนวนมากอีกด้วย

    นอกจากนี้ พนักงานตามร้านเสื้อผ้าในประเทศญี่ปุ่นยังช่วยแบ่งปันเคล็ดลับด้านแฟชั่น และคอยให้คำแนะนำลูกค้าเกี่ยวกับการแต่งตัวให้ดูดี หรือเวลาเดินเข้าไปในร้านหนังสือ ก็จะพบกับนิตยสารแฟชั่นผู้ชายที่มีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน

    สำหรับใครที่อยากดูเท่และมีสไตล์ หรือสนใจด้านแฟชั่นของญี่ปุ่น วันนี้เราจะมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับแฟชั่นผู้ชายญี่ปุ่นประจำฤดูใบไม้ผลิปี 2018 นี้กันค่ะ!

    1. แต่งกายให้สอดคล้องกับฤดูกาล

    สำหรับผู้ที่รักการกิน คงทราบว่าประเทศญี่ปุ่นจะมีอาหารเฉพาะฤดูกาลต่าง ๆ เช่น นากาชิโซเม็ง (บะหมี่เย็นที่ไหลลงมาตามปล้องไม้ไผ่) สำหรับฤดูร้อน และนาเบะ (หม้อไฟ) ในฤดูใบไม้ร่วง ในส่วนของเสื้อผ้าก็เช่นเดียวกัน! คงไม่มีใครอยากสวมเสื้อผ้าที่ไม่เหมาะกับสภาพอากาศ และทำให้รู้สึกร้อนเกินไป หนาวเกินไป หรือไม่สบายตัว

    ศึกษาว่าแต่ละปีมีสีอะไรบ้างที่กำลังอินเทรนด์ เพื่อป้องกันการแต่งตัวแบบไม่เข้ากับกระแส โดยสีสำหรับแฟชั่นผู้ชายประจำฤดูใบไม้ผลิปี 2018 ได้แก่ สีกากี ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่สีน้ำตาลกากี, สีน้ำตาลอมเหลือง, สีเขียวขี้ม้า และสีเขียวมะกอก เป็นต้น นอกจากนี้ สีส้มโทนเข้มและสีชมพูโทนเข้มก็เข้ากับฤดูใบไม้ผลิเช่นเดียวกัน หรือจะเป็นสีพื้น ๆ อย่างสีดำและสีกรมท่าก็ดูดี หรือจะเติมสีขาวแซมลงไปหน่อยก็ได้!

    2. เทรนด์แฟชั่นประจำปีนี้

    เทรนด์แฟชั่นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทางที่ดีที่สุด คือ การตามเทรนด์ล่าสุดเอาไว้ โดยนิตยสารแฟชั่นและแฟชั่นโชว์ต่าง ๆ จะช่วยให้คุณไม่ตกเทรนด์!

    สำหรับเทรนด์แฟชั่นมาแรงประจำปี 2018 ได้แก่ สไตล์ Genderless และสไตล์ Asureja หรือ Athleisure

    Genderless เป็นเทรนด์แฟชั่นแบบไม่จำกัดเพศ คือ ดูไม่เป็นผู้หญิงหรือเป็นผู้ชายอย่างชัดเจน โดยจะเน้นที่การสวมใส่เสื้อผ้าที่พอดีกับรูปร่าง

    Asureja หรือ Athleisure เป็นคำผสมระหว่าง athletics กับ leisure โดยจะเน้นไปที่ความเรียบง่ายและความสบายมากกว่าการสวมใส่สิ่งที่เป็น “แฟชั่น”

    3. แฟชั่นเครื่องแต่งกายที่ขอแนะนำ

    สำหรับผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าจะใส่อะไรดีในฤดูใบไม้ผลิปี 2018 นี่คือ สิ่งที่เราขอแนะนำ:

    เสื้อตัวนอก

    เป็นที่ทราบกันดีว่าฤดูใบไม้ผลินั้น มีสภาพอากาศแปรปรวน อาจหนาวในช่วงเช้าตรู่และช่วงเย็น แต่ค่อนข้างร้อนในช่วงบ่าย จึงขอแนะนำให้นำเสื้อตัวนอกแบบเบา ๆ ติดตัวไปด้วยเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกายเมื่ออากาศเริ่มเย็นลง

    อาจเลือกเสื้อแจ็คเก็ตแบบง่าย ๆ ดีไซน์แบบธรรมดา ๆ สักตัว หรือเป็นเสื้อเบลเซอร์ เสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ หรือเสื้อคาร์ดิแกนถัก สีน้ำตาล สีคาราเมลหรือสีเขียวมะกอกก็ได้ และหากจะไปในที่ที่มีลมแรง ก็อาจนำเสื้อกันลมหรือเสื้อบอมเบอร์แจ็คเก็ต หรือเสื้อแจ็คเก็ตลายพรางไปด้วยซักตัว หรืออาจจะเป็นเสื้อแจ็คเก็ตหนังเท่ ๆ ก็ได้

    เสื้อ

    A post shared by UNIQLO ユニクロ (@uniqlo) on

    ผู้ชายญี่ปุ่นหลายคนมักแต่งตัวแบบเรียบง่ายในช่วงฤดูใบไม้ผลิ โดยส่วนใหญ่จะใส่เสื้อเชิ้ต เสื้อสเวตเตอร์ หรือเสื้อถักแบบสีเดียว รวมถึงเสื้อเชิ้ตลายทางสีขาวดำแบบคลาสสิก!

    สำหรับใครที่กำลังมองหาชุดลำลองแบบเรียบง่าย ลองไปดูที่ร้าน UNIQLO ซึ่งมีเสื้อผ้าที่นำไปใส่คู่กับชุดแบบมีลวดลายได้เป็นอย่างดี ช่วยให้สามารถเติมลวดลายหรือดีไซน์เล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเครื่องแต่งกายได้ ซึ่งเสื้อผ้าแบบเรียบง่ายนั้นเป็นสิ่งสำคัญในการปรับการแต่งกายในช่วงฤดูใบไม้ผลิให้มีความลงตัว

    สำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนจากเสื้อสีแบบเดิม ๆ อาจลองดูสีที่น่าสนใจอย่างสีชมพูพาสเทล สีชมพูเนื้อปลาแซลมอน หรือสีน้ำตาลอิฐโทนอ่อน ซึ่งเป็นสียอดนิยมในช่วงฤดูใบไม้ผลิโดยเฉพาะในหมู่คนหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่น

    กางเกง

    สำหรับผู้ที่ใส่เสื้อหรือเสื้อแจ็คเก็ตโทนสีกลาง ๆ อาจเลือกเติมสีสันด้วยกางเกงสีสด ในส่วนของเนื้อผ้านั้น ผ้ายีนส์ยังเป็นตัวเลือกที่ดีอยู่เสมอ หรือหากต้องการใส่อะไรเบา ๆ ก็อาจเลือกเป็นกางเกงผ้ายืดเนื้อนุ่ม นอกจากนี้ กางเกงสีกากีก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน! ทั้งนี้ควรเลือกกางเกงที่สวมกระชับพอดีกับร่างกายและช่วยเน้นสรีระให้ดูโดดเด่น

    กระเป๋า

    โดยทั่วไปแล้วผู้ชายญี่ปุ่นจะใช้กระเป๋าโทนสีเข้มกันในชีวิตประจำวัน แต่สำหรับช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อน อาจใช้กระเป๋าที่ทำจากวัสดุสีอ่อนหรือใช้โทนสีเข้มแทนโทนสีดำทึม ๆ ก็ได้ หรือหากต้องการลุคที่ดูสดใสสะอาดตา อาจเลือกเป็นกระเป๋าสีขาวครีมหรือสีเบจก็ได้

    แน่นอนว่าการเลือกกระเป๋านั้นก็ขึ้นอยู่กับวิธีและรูปแบบการใช้งาน โดยหนุ่มญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะใช้เป้สะพายหลัง, เป้แบบสะพายข้างเดียว, กระเป๋าสะพายข้าง หรือกระเป๋ากีฬา ส่วนนักธุรกิจจะใช้กระเป๋าแล็ปท็อปแบบทั้งสะพายและถือได้

    รองเท้า

    A post shared by mensjoker (@mensjoker) on

    ในส่วนของรองเท้า แน่นอนว่ารองเท้ายอดนิยมอย่างสนีกเกอร์สักคู่สามารถใช้ใส่ได้ทุกสถานการณ์ และสำหรับฤดูใบไม้ผลิปีนี้ เทรนด์ที่มาแรงได้แก่ รองเท้าวิ่งสีสดและรองเท้าสีดำหรือสีขาวแบบคลาสสิก

    แม้ว่าผู้ชายญี่ปุ่นหลายคนจะนิยมสวมรองเท้า Converse กันในช่วงนี้ของปี แต่รองเท้าบูทแบบที่สามารถใช้งานได้ทั้งฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลินั้นก็เป็นนิยมด้วยเช่นกัน

    ไม่ว่าจะเลือกรองเท้าแบบใด ก็ต้องแน่ใจด้วยว่ารองเท้าที่ใส่นั้นเหมาะสมกับสถานการณ์หรือสถานที่ที่จะไปด้วย

    ปรัชญาแฟชั่นญี่ปุ่น

    แฟชั่นแบบญี่ปุ่นไม่ใช่แค่การแต่งกายตามแฟชั่นเท่านั้น เพราะนอกเหนือจากความมีสไตล์แล้ว คนญี่ปุ่นยังให้ความสำคัญกับสิ่งต่าง ๆ ที่ควรพิจารณาดังต่อไปนี้ด้วย:

    1. มารยาท
      การเลือกเสื้อผ้าและเครื่องประดับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ตัวอย่างเช่น เมื่อจะไปทำงานก็ควรแต่งกายให้ดูเป็นมืออาชีพและแสดงถึงการให้เกียรติ และอย่าสับสนระหว่างการแต่งกายแบบ “ลำลอง” กับ “แบบเซอร์ ๆ”!
    2. การจัดเก็บ การทำความสะอาด และการดูแลรักษา
      แน่นอนว่าทุกคนสามารถทำความสะอาดและดูแลรักษาเสื้อผ้าของตัวเองได้ นอกจากนี้ รูปแบบการแต่งตัวยังสามารถใช้เป็นสิ่งบ่งชี้ได้ว่าเราดูแลตัวเองได้ดีแค่ไหนอีกด้วย
    3. บุคลิกภาพ
      แทนที่จะเลือกดึงดูดความสนใจของผู้คนด้วยเสื้อผ้าที่ดูเว่อร์วังอลังการ หรือเน้นการแต่งตัวตามเทรนด์ คนญี่ปุ่นจะนิยมแต่งตัวให้สะท้อนบุคลิกภาพของตัวเองมากกว่า แม้แต่รายละเอียดเล็กน้อยอย่างเครื่องประดับต่าง ๆ ก็ยังรู้สึกได้ถึงความเป็นพิเศษของผู้ใช้ และสะกดสายตาของผู้พบเห็นได้เช่นกัน!
    4. ทัศนคติในชีวิต
      ภาพลักษณ์โดยรวมของแต่ละคนนั้น ย่อมรวมถึงรูปร่างและหน้าตาด้วย ซึ่งคนญี่ปุ่นก็ให้ความสำคัญกับทั้งการดูแลทรงผม การดูแลผิวพรรณ การออกกำลังกาย พฤติกรรมการกิน สุขภาพ และความมั่นใจ เช่นเดียวกับเรื่องแฟชั่น

    5. งบประมาณ
      วางแผนซื้อเสื้อผ้าสำหรับแต่ละฤดูกาลเอาไว้ล่วงหน้า เตรียมงบประมาณและพยายามใช้เงินเท่าที่เตรียมไว้เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเสียเงินมากมายเพียงเพื่อจะซื้อชุดที่อินเทรนด์เพียงตัวเดียว (แต่ถ้าไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน อันนั้นก็ไม่เป็นไร)!
    6. เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
      คงไม่มีใครอยากทำร้ายโลกเพียงแค่ต้องการจะดูอินเทรนด์ ในประเทศญี่ปุ่นจึงมีทั้งร้านขายของมือสอง ร้านขายของเก่า ร้านขายของราคาถูก และตลาดนัดอยู่หลายแห่ง ซึ่งสามารถเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสองได้ในราคาย่อมเยา นอกจากนี้ การซื้อสินค้าจากร้านค้าเหล่านี้ยังเป็นการช่วยลดขยะและดีต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
    7. ความกลมกลืน
      ชาวญี่ปุ่นมักหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่ดูโดดเด่นมากเกินไปและทำให้เกิดกำแพงขวางกั้นกับผู้อื่น ทั้งนี้การทำตัวกลมกลืนไปกับรูปแบบการใช้ชีวิตและวัฒนธรรมในท้องถิ่นโดยที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเอาไว้ได้นั้นถือเป็นสิ่งสำคัญ
    8. การรู้จักตัวเอง
      เมื่อจะซื้อเสื้อผ้า ควรพิจารณาว่าเหมาะกับรูปร่างและบุคลิกของตัวเองหรือไม่ ไม่ใช่ซื้อแค่เพียงเพราะ “ถูกใจ” ทั้งนี้การศึกษาว่าสีสันและเนื้อผ้าแบบใดที่ช่วยให้ผิวพรรณดูดีขึ้นถือเป็นส่วนหนึ่งของการทำความรู้จักตัวเอง และไม่ว่าจะนิยมสไตล์แบบมินิมอลหรือสไตล์เด็กแนวแบบฮาราจูกุ เป้าหมายสูงสุดก็อยู่ที่การสร้างสรรค์สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และสะท้อนตัวตนของผู้ใส่ได้อย่างแท้จริง

    การแต่งตัวแบบหนุ่มญี่ปุ่นที่เรานำมาฝากนั้น เป็นเพียงแค่เคล็ดลับส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องยึดถือเป็นหลักไปทั้งหมด โดยสิ่งที่สำคัญกว่านั้น ได้แก่ การปรับแฟชั่นให้เหมาะสมกับรูปแบบการใช้ชีวิต

    ระหว่างที่ประเทศญี่ปุ่นยังอยู่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เราขอแนะนำให้ผู้อ่านลองปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้นดูสักสองสามข้อแล้วดูว่าชอบหรือไม่ และอย่าลืมแชร์ความคิดเห็นของคุณกับเราด้วยนะคะ!