สังคมของ LGBT ในประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นอย่างไร?

  • วัฒนธรรม
  • สังคม
  • แม้ว่าประเทศญี่ปุ่นจะถือว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว และเป็นประเทศที่นำหน้าประเทศอื่น ๆ ในหลายด้านอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ประเทศนี้ยังมีสิ่งหนึ่งที่ยังคงล้าหลังประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะประเด็นของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBT นั่นเอง

    เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง ทัศนคติของประเทศญี่ปุ่นต่อสังคม LGBT เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ก่อนหน้านี้มีคนญี่ปุ่นจำนวนไม่มากนักที่จะเข้าใจอย่างแท้จริงว่า “LGBT” มีความหมายว่าอย่างไร เนื่องจากเรื่องนี้ถือเป็นประเด็นต้องห้าม แต่ปัจจุบันถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่คนจำนวนมากได้รับการศึกษาเกี่ยวกับประเด็นของ LGBT และทำให้กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนยอมรับมากขึ้น จากการสำรวจโดยสถาบันวิจัย LGBT Marketing Lab ในเดือนสิงหาคมปี 2016 พบว่าผู้ตอบแบบสำรวจจำนวนถึง 90% นั้น ยอมรับได้หากลูกของพวกเขาเป็นกลุ่มคน LGBT

    ถึงแม้ว่าทัศนคติของคนในสังคมจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ยังมีอุปสรรคบางอย่างที่สังคม LGBT ในประเทศญี่ปุ่นจะต้องก้าวข้ามไปให้ได้ หนึ่งในประเด็นที่เป็นข้อโต้แย้งมากที่สุด คือ การมีลูกและการสร้างครอบครัวของคู่รักเพศเดียวกันนั่นเอง

    ครอบครัว LGBT ในประเทศญี่ปุ่น

    บางคนอาจจะมองว่าในประเทศญี่ปุ่นไม่มีครอบครัวของคู่รักเพศเดียวกันที่มีลูก ซึ่งนี่เป็นความเชื่อที่ผิดมหันต์ แม้ว่าจะไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลก็ตาม แต่เด็กที่มาจากครอบครัว LGBT ในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีอยู่จริง เนื่องจากมีการสำรวจโดยสถานีโทรทัศน์ NHK ในเดือนตุลาคม ปี 2015 เช่นเดียวกับบทความอีกมากมายที่ลงบทสัมภาษณ์ของครอบครัว LGBT

    ความจริงที่โหดร้าย

    ประเทศญี่ปุ่นนั้นใช้เวลานานอยู่เหมือนกันกว่าที่จะยอมรับเพศของคนส่วนน้อย (Sexual Minority) และในความเป็นจริงคู่รักเพศเดียวกันยังต้องดิ้นรนเพื่อการสร้างครอบครัวในประเทศนี้ เนื่องจากการแต่งงานของคนเพศเดียวกันยังไม่มีกฎหมายรองรับในประเทศญี่ปุ่น จึงเป็นเรื่องยากสำหรับคู่รักเพศเดียวกันที่จะตั้งครรภ์โดยอาศัยเทคโนโลยีเข้ามาช่วย หรือแม้แต่การอุปถัมภ์หรือการอุปการะก็ตาม เหล่าคู่รักเพศเดียวกันไม่สามารถทำตามที่กล่าวมาได้ เนื่องจากเป็นสิ่งที่จำกัดเฉพาะคู่รักที่แต่งงานแล้วเท่านั้น

    เทคโนโลยีช่วยในการมีบุตร

    เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นไม่มีกฎหมายรองรับเรื่องของเทคโนโลยีที่ช่วยในการมีบุตร แนวทางปฏิบัติโดยสถาบัน Japan Society of Obstetrics and Gynecology จึงใช้ปฏิบัติกันภายในแวดวงสถาบันการแพทย์แทนกฎหมาย โดยแนวปฏิบัตินี้ได้ระบุว่า สถาบันการแพทย์และแพทย์สามารถนำเทคโนโลยีที่ช่วยในเรื่องของการมีบุตรเฉพาะกับคู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมาย ในกรณีที่เป็นผู้มีบุตรยากเท่านั้น นอกจากนี้ ยังระบุอีกด้วยว่าไม่อนุญาตให้มีการอุ้มบุญในทุกกรณี

    ครอบครัวอุปการะ

    ครอบครัวอุปการะในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีสองประเภท คือ แบบปกติและแบบพิเศษ ครอบครัวอุปการะแบบปกติจะมีลักษณะคล้ายครอบครัวอุปถัมภ์ตรงที่เด็กจะยังมีสิทธิต่าง ๆ จากพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด ซึ่งการอุปการะลักษณะนี้ไม่ใช่แนวคิดสำหรับคู่รักที่ต้องการสร้างครอบครัวเท่าไหร่ เพราะสิทธิในการอุปการะเด็กสามารถถูกยกเลิกได้ ต่างจากครอบครัวอุปการะแบบพิเศษที่สิทธิของผู้ปกครองที่ให้กำเนิด จะถูกโอนมายังผู้ปกครองที่ต้องการอุปการะเลี้ยงดูเด็ก อย่างไรก็ตาม การรับอุปการะแบบพิเศษนั้น มีขอบเขตเช่นเดียวกันกับเทคโนโลยีที่ช่วยเรื่องการมีบุตรตรงที่ต้องเป็นคู่สมรสแบบถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น

    ครอบครัวอุปถัมภ์

    นอกจากครอบครัวอุปการะแบบปกติแล้ว ไม่ได้หมายความว่าในประเทศญี่ปุ่นจะไม่มีครอบครัวแบบอุปถัมภ์ ซึ่งคู่รักเพศเดียวกันสามารถสมัครเป็นครอบครัวอุปถัมภ์ได้ เนื่องจากกฎหมายในเรื่องนี้ยังคลุมเครืออยู่ อย่างไรก็ตาม คู่รักเพศเดียวกันก็ยังไม่ได้รับการพิจารณาให้เป็นครอบครัวอุปถัมภ์ได้ โดยจะมีบางกรณีที่คนใดคนหนึ่งเท่านั้นจะได้รับสิทธิในการอุปถัมภ์เด็ก เนื่องจากในทางกฎหมายแล้ว จะให้สิทธิผู้อุปถัมภ์เด็กเป็นรายบุคคล แต่ไม่สิทธิในการรับอุปภัมภ์เด็กในฐานะคู่รัก LGBT

    อนาคตอันเปี่ยมไปด้วยความหวัง

    หากพิจารณาจากอุปสรรคเหล่านี้แล้ว อนาคตของเหล่า LGBT ในประเทศญี่ปุ่นที่ต้องการจะสร้างครอบครัวนั้น ดูจะไม่สดใสเท่าไหร่นัก แต่ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน เป็นสัญญาณบ่งบอกที่ดีว่ายังมีความหวังสำหรับอนาคตข้างหน้า

    ยกตัวอย่างเช่น ในปี 2016 ประเด็นเรื่องการอนุญาตให้ชายที่เป็นเกย์สามารถมีบุตรได้นั้น ได้ถูกอภิปรายอย่างกว้างขวางเป็นครั้งแรกในการสัมมนา Family-Building สำหรับกลุ่มชาว LGBT

    เช่นเดียวกับในปี 2017 จังหวัดโอซาก้าเป็นจังหวัดแรกในประเทศญี่ปุ่นที่รับรองให้คู่รักเพศเดียวกันเป็นครอบครัวอุปถัมภ์ ซึ่งคู่รักก็รู้สึกยินดีและปลาบปลื้มกับการที่พวกเขาได้รับการยอมรับให้เป็นครอบครัวปกติที่สามารถสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์แบบได้

    ก้าวเล็ก ๆ เหล่านี้ สร้างความหวังให้แก่เราว่าในอนาคตประเทศญี่ปุ่นจะยอมรับครอบครัว LGBT ว่าเป็นครอบครัวญี่ปุ่นทั่ว ๆ ไป และทำให้ความฝันของเราที่จะได้อยู่ในประเทศที่ผู้คนให้ความสำคัญต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน แทนที่จะให้ความสำคัญหรือสิทธิแก่คนเฉพาะกลุ่ม ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าวันหนึ่ง พวกเราจะได้ไปถึงจุด ๆ นั้น