มาเที่ยวปราสาทที่มีเอกลัษณ์เฉพาะตัว ในจังหวัดโอคายามะ ประเทศญี่ปุ่น

  • จุดเยี่ยมชม
  • ฉันมีความสนใจในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก และปราสาทเป็นสถานที่ที่ต้องไปสำหรับฉันเลยทีเดียว จนถึงปัจจุบันนี้ ฉันได้ไปเยี่ยมชมปราสาทมาประมาณยี่สิบกว่าครั้งแล้วล่ะ และได้พบกับปราสาทที่มีรูปร่างและขนาดที่แตกต่างกันไปทั้งปราสาทดั้งเดิมหรือ ปราสาทที่ได้รับการบูรณะ หรือแม้แต่ปราสาทที่เหลือเพียงเศษซากปรักหักพัง จนกระทั่งฉันได้มาเยือนจังหวัดโอคายามะ จึงพบว่าฉันไม่เคยพบเห็นปราสาทที่ไหนที่เหมือนกับปราสาทคิโนะโจ (Kinojo Castle) แห่งนี้มาก่อน อันที่จริงแล้วฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ในประเทศญี่ปุ่นจะมีปราสาทที่มีโครงสร้างเหมือนสถาปัตยกรรมของประเทศจีนแบบในเรื่องสามก๊กเมื่อราว ๆ 1,800 ปีก่อน วันนี้เลยอยากชวนทุกคน มาเที่ยวป้อมปราการที่มีเอกลักษณ์แห่งนี้ พร้อมชมความงามของสถานที่ตั้งไปพร้อม ๆ กันเลย!

    ความเป็นมา

    รูปของผู้เขียน

    หากเปรียบเทียบกับปราสาทแห่งอื่นในประเทศญี่ปุ่นแล้ว สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดของปราสาทคิโนะโจกับปราสาทแห่งอื่น คือ ปราสาทแห่งนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับยุคสมัยซามูไร ในขณะที่ปราสาทส่วนใหญ่ที่เราเห็นในทุกวันนี้ต่างกำเนิดขึ้นจากยุคสมัยของซามูไรทั้งสิ้น ปราสาทแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นก่อนยุคสมัยดังกล่าวเป็นร้อย ๆ ปี โดยได้ถูกก่อสร้างในช่วงปลายของศตวรรษที่ 7 หรือในยุคอาซึกะ (Asuka period) อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่ก่อสร้างปราสาทแห่งนี้ก็เป็นเพียงการคาดคะเนเท่าน้น เนื่องจากไม่มีบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับปราสาทหลงเหลืออยู่ ดังนั้น วันที่สร้างปราสาทจึงยึดจากงานวิจัยเกี่ยวกับวัตถุและเศษซากที่พบในบริเวณนั้น และยึดจากความรู้เกี่ยวกับปราสาทที่สร้างในประเทศญี่ปุ่นในยุคสมัยเดียวกัน เห็นได้ชัดว่าปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นป้อมปราการป้องการการรุกรานจากกองกำลังของราชวงศ์ถังของประเทศจีนและอาณาจักรชิลลาจากประเทศเกาหลี

    ในตอนนั้นไม่มีปราสาทใดที่เหลือรอดและยังคงโครงสร้างแบบเดิมเอาไว้ได้ แต่เศษซากของปราสาทได้ถูกค้นพบในปี 1971 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมากระบวนการขุดค้นหาวัตถุโบราณได้เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งและได้เกิดการบูรณะปราสาทขึ้นในปีต่อ ๆ มา ปราสาทแห่งนี้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งใน 100 ปราสาทที่ดีที่สุดของประเทศญี่ปุ่น (Nihon Hyaku-Meijo) ในปี 2006 อีกด้วย

    การบูรณะ

    รูปของผู้เขียน

    จุดที่่น่าสนใจของสถานที่แห่งนี้ คือ มีแนวกั้นยาว 2.8 กิโลเมตรตามความยาวเส้นรอบวงของยอดเขา โดยสร้างขึ้นตามรอยเดิมที่เคยมีกำแพงด้านนอกของประสาทตั้งอยู่นั่นเอง แนวกำแพงนี้เชื่อมต่อประตูที่ตั้งอยู่ที่ทิศต่าง ๆ และประตูน้ำที่ออกแบบมาเพื่อระบายน้ำที่มีมากเกินไปออกจากป้อมปราการ ประตูทิศตะวันตกได้รับการบูรณะจนเสร็จสมบูรณ์ในปี 2004 และแม้ว่ารูปร่างลักษณะของประตูนั้นเกิดจากการคาดเดาอย่างมีหลักการของนักวิทยาศาสตร์ แต่ก็ทำให้เกิดภาพที่น่าประทับใจขึ้นมา

    ด้วยความที่ฉันเคยใช้เวลาสำรวจโบราณสถานของจีนมาเป็นเวลานานพอสมควร ปราสาทแห่งนี้ก็ทำให้รู้สึกราวกับว่าฉันกำลังอยู่ที่ประเทศจีน ในขณะที่กำลังยืนดูประตูที่อยู่ตรงหน้า และเมื่อเทียบกับกำแพงยักษ์ของประตูที่เพิ่งได้รับการบูรณะมานั้น ยิ่งทำให้ฉันนึกถึงป้อมปราการที่ได้เห็นตอนไปเที่ยวกำแพงเมืองจีน และที่สำคัญเรื่องนี่ ยังมีการถกเถียงกันอย่างมากในแวดวงวิชาการเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมของปราสาทคิโนะโจ ว่าน่าจะถูกจำลองมาจากป้อมปราการของประเทศเกาหลีในช่วงเวลาเดียวกัน ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร การที่ได้มาชมความงามของปราสาทแห่งนี้ก็ถือว่คุ้มค่ามากแล้ว

    บริเวณอื่น ๆ รอบสถานที่แห่งนี้ นอกจากประตูทิศตะวันตกแล้ว ก็ไม่ได้มีการบูรณะในบริเวณอื่นเลย ในส่วนของประตูได้รับการเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวสิ่งก่อสร้างเดิมและแต่งเติมเพียงเล็กน้อยเพื่อคงความสำคัญเอาไว้ แม้ว่าสิ่งก่อสร้างภายในป้อมปราการจะถูกสำรวจแล้ว แต่ก็ไม่มีการบูรณะใด ๆ เลยจนถึงทุกวันนี้ แต่ในหลายจุด คุณจะพบว่าช่องทางน้ำและกำแพงหินที่มีขนาดเล็กนั้น ดูเหมือนว่าจะได้รับการซ่อมแซมแล้ว แต่นอกเหนือจากประตูทิศตะวันตกและสิ่งก่อสร้างที่อยู่รอบ ๆ สถานที่แห่งนี้ยังคงสภาพเดิมเอาไว้อยู่

    ทิวทัศน์และการเดินทางไกล

    รูปของผู้เขียน

    สถานที่ตั้งของปราสาทแห่งนี้ค่อนข้างน่าประทับใจ เพราะมันตั้งอยู่เหนือที่ราบสูงเป็นร้อย ๆ เมตรบนภูเขาคิโจ ถึงแม้ว่าปราสาทที่ได้รับการบูรณะบางส่วนจะไม่ทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษ แต่ภาพทิวทัศน์ของสถานที่แห่งนี้เหมาะสมกับการเดินทางเป็นอย่างยิ่ง คุณจะได้ชมทิวทัศน์ที่ไร้สิ่งกีดขวางจากแนวกั้นของกำแพงปราสาทแห่งนี้ หากคุณมองไปยังทิศใต้คุณจะได้เห็นที่ราบของชนบทรอบ ๆ จังหวัดโอคายามะที่อยู่ถัดจากเมืองโอคายามะ และสามารถมองไกลออกไปจนเห็นทะเลเซโตะในจนถึงเกาะชิโกกุเลยทีเดียว รับประกันได้ว่าสถานที่แห่งนี้จะเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีทิวทัศน์น่าดึงดูดใจที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นเลย

    การเดินทางไกลไปกลับตามแนวกั้นของกำแพงเดิมนั้น ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงจึงจะเสร็จ หากคุณต้องการที่จะชื่นชมสิ่งที่น่าสนใจและหยุดพักระหว่างทางเพื่อถ่ายภาพ เนื่องจากบนยอดเขานี้ส่วนใหญ่จะเป็นที่ราบ ทำให้สามารถเดินได้อย่างสบาย ๆ และมีลักษณะภูมิประเทศแบบพื้นดินเป็นส่วนใหญ่ อย่างที่ได้อธิบายแล้วข้างต้นว่าการบูรณะไม่ได้กินพื้นที่ส่วนใหญ่ของเส้นรอบวงของภูเขา ดังนั้นการเดินทางของคุณส่วนมากจะเป็นการเดินป่าสนุก ๆ ขณะชมเศษซากกำแพงและรับชมวิวทิวทัศน์ตลอดข้างทาง

    ขอเตือนไว้ก่อนว่าศูนย์นักท่องเที่ยวขนาดเล็กไม่มีอาหารหรือเครื่องดื่มขาย มีแค่ตู้น้ำดื่ม และมีพื้นที่ในร่มที่มีโต๊ะและเก้าอี้ไว้สำหรับนั่งรับประทานอาหารกลางวันที่คุณต้องเตรียมมาเอง

    บูรณะหรือไม่บูรณะ?

    ส่วนตัวฉันไม่ค่อยเห็นด้วยกับการสร้างสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ขึ้นใหม่ ส่วนตัวฉันคิดว่าน่าจะปล่อยเอาไว้ตามที่เป็นอยู่เพื่อความคลาสสิก โดยเฉพาะหากการสร้างใหม่นั้นใช้วัสดุคุณภาพไม่ดีในการสร้างหรือว่าได้รับอิทธิพลยุคสมัยใหม่มากเกินไป อย่างไรก็ตาม หากการบูรณะทำออกมาได้ใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับการอนุรักษ์ การศึกษา และการท่องเที่ยว ในความเห็นของฉัน ปราสาทคิโนะโจประสบความสำเร็จในการรักษาสมดุลระหว่างประวัติศาสตร์ที่ได้รับการบูรณะและประวัติศาสตร์ที่ไม่ถูกบิดเบือน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ฉันให้คะแนนสถานที่แห่งนี้สูงและเคารพต่อวิธีการในการพัฒนาสถานที่แห่งนี้

    หากคุณชื่นชอบประวัติศาสตร์ที่มีความเก่าแก่ และต้องการจะชมปราสาทญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์ หรืออยากเดินทางชมวิวทิวทัศน์ที่งดงามแล้วล่ะก็ ขอแนะนำให้คุณลองแวะมาเที่ยวปราสาทคิโนะโจของจังหวัดโอคายามะสำหรับทริปญี่ปุ่นได้เลย

    เว็บไซต์ปราสาทคิโนะโจ