10 สิ่งน่าทำ ณ เมืองยัตสุชิโระ จังหวัดคุมาโมโตะ เมืองบ้านเกิดของส้มโอยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

  • คุมาโมโตะ
  • แนะนำ
  • เมืองยัตสุชิโระ ตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคคิวชู และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองในจังหวัดคุมาโมโตะ เราอยากแนะนำให้คุณเดินทางมาท่องเที่ยวที่เมืองปราสาทเก่าแห่งนี้ และสนุกสนานไปกับกิจกรรมต่าง ๆ ที่สามารถทำได้ที่นี่ เรามาดูกันเลยว่ามีสิ่งน่าสนใจอะไรบ้างที่คุณสามารถทำได้ ณ เมือง ยัตสุชิโระ!

    1. เยี่ยมศาลเจ้ายัตสุชิโระ

    ศาลเจ้ายัตสุชิโระ มีชื่อเดิมว่า “ศาลเจ้าเมียวเคง-กู” ในทุกปี ศาลเจ้าแห่งนี้จะเป็นเจ้าภาพในการจัดเทศกาลเมียวเคง ซึ่งเป็นหนึ่งในสามเทศกาลที่ดีที่สุดในภูมิภาคคิวชู

    เว็บไซต์ศาลเจ้ายัตสุชิโระ *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    2. เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเมืองยัตสุชิโระ ณ พิพิธภัณฑ์เทศบาลของเมือง

    พิพิธภัณฑ์เทศบาลเมืองยัตสุชิโระ จัดแสดงเครื่องปั้นดินเผาโบราณ, งานโลหะ และศิลปวัตถุ ที่นำเสนอประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเมืองยัตสุชิโระในแต่ละยุคสมัย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดทำการวันอังคารไปจนถึงวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 9:00 ถึง 17:00 น. โดยมีค่าแรกเข้าอยู่ที่ 300 เยนสำหรับผู้ใหญ่ และ 200 เยนสำหรับนักเรียน

    เว็บไซต์พิพิธภัณฑ์เทศบาลเมืองยัตสุชิโระ *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    3. ตามร่องรอยของกบฏซัตสึมะ ณ วัดชุนโคจิ

    A post shared by Kazuyuki (@kazuyuki0127) on

    วัดชุนโคจิ เป็นวัดประจำตระกูลมัตซุย ตระกูลผู้ปกครองเมืองยัตสุชิโระ ซึ่งในช่วงสงครามกบฏซัตสึมะในปี 1877 วัดแห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่สงคราม และในปัจจุบัน ยังสามารถพบเห็นร่องรอยรูกระสุนได้ในบริเวณส่วนต่าง ๆ ของวัด ซึ่งวัดชุนโคจิแห่งนี้ ได้ถูกแต่งตั้งโดยเมืองยัตสุชิโระให้เป็นสถานที่ทางวัฒนธรรมที่สำคัญของเมือง

    เว็บไซต์วัดชุนโคจิ *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    4. ลิ้มลองอาหารท้องถิ่นแสนอร่อย

    หนึ่งในอาหารที่ขึ้นชื่อของเมืองยัตสุชิโระ คือ ลูกชิ้นปลาบด “ชิคุวะ” ซึ่งเป็นอาหารญี่ปุ่นที่ผลิตจากเนื้อปลาซุริมิบด ปรุงรสด้วยส่วนผสมอื่น ๆ แล้วนำไปพันรอบไม้ไผ่ลำเล็ก เพื่อให้ขึ้นรูปเป็นทรงกระบอก โดยอาหารท้องถิ่นชนิดนี้ สามารถรับประทานด้วยการนำไปปิ้ง หรือ ย่างจนสุกให้หอมกรุ่น

    นอกจากลูกชิ้นชิคุวะแล้ว อีกหนึ่งอาหารที่ขึ้นชื่อของเมืองยัตสุชิโระ คือ เต้าหู้แช่ในน้ำมิโซะ หรือที่กลายเป็นที่รู้จักในชื่อ “ภูเขาชีส” ซึ่งเต้าหู้ชนิดนี้ เป็นหนึ่งในส่วนประกอบของอาหารในกล่องเบนโตะ อะยุยะ เซนได (Ayuya Sandai Bento Box) ซึ่งเป็นเบนโตะชื่อดังที่อยู่ในลำดับต้น ๆ ของการจัดอันดับกล่องอาหารกลางวันที่อร่อยที่สุดในภูมิภาคคิวชูมานานกว่าหนึ่งปีแล้ว!

    5. ซื้อตุ๊กตาโอะคินโจะ เป็นของที่ระลึกกลับบ้าน

    A post shared by carol (@kokeshi_carol) on

    ตุ๊กตาโอะคินโจะ (Okinjo doll) ทำจากไม้ Paulownia ได้รับแรงบันดาลใจในการแกะสลักมาจากรูปโฉมของพนักงานประจำโรงอาบน้ำ นามว่า “โอคิน (Okin)” ผู้เป็นที่ร่ำลือในเรื่องของความงาม โดยตุ๊กตาโอะคินโจะจะถูกแกะสลักขึ้น ณ ร้านขายผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่คุวะบะระ

    6. มาดูส้มโอที่หนักที่สุดในโลก

    ในปี 2014 ส้มโอญี่ปุ่นบันเพยยุ (Banpeiyu) ที่ถูกปลูก ณ โรงเรียนมัธยมการเกษตร เมืองยัตสุชิโระประจำจังหวัดคุมาโมโตะ ได้รับการบันทึกลงกินเนสบุ๊คให้เป็นส้มโอที่หนักที่สุดในโลก ซึ่งมีความหนักถึง 4,859.7 กรัม และมีเส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ที่ 28.1 เซนติเมตร โดยได้มีการสร้างแบบจำลองของส้มโอยักษ์นี้ขึ้น ที่สามารถพบเห็นได้ ณ ด้านหน้าของศาลากลางเมืองยัตสุชิโระ

    ส้มโอบันเพยยุขึ้นชื่อในเรื่องของรสชาติที่หวานสดชื่น สามารถรับประทานแบบสด หรือแบบที่เป็นวุ้นผลไม้ก็ได้ ซึ่ง 90% ของการปลูกส้มโอญี่ปุ่นบันเพยยุจะปลูกที่เมืองยัตสุชิโระแห่งนี้

    การเดินทาง

    7. ผ่อนคลายด้วยการแช่น้ำที่ออนเซ็นฮินะงุ

    A post shared by Kouji Miyazaki (@kouchin_m) on

    มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับต้นกำเนิดที่แท้จริงของ ออนเซ็นฮินะงุ (Hinagu Onsen) แห่งนี้ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ การที่ ฮามาดะ โระคุโระ (Hamada Rokuro) ได้ค้นพบออนเซ็นแห่งนี้ในปี 1409 หลังจากการสวดมนต์อ้อนวอนต่อพระเจ้า เพื่อขอวิธีรักษาบาดแผลจากการถูกทำร้ายด้วยดาบให้กับพ่อของเขา ซึ่งออนเซ็นแห่งนี้ ยังถูกแต่งตั้งให้เป็นออนเซ็นประจำครอบครัวโฮะโซะคะวะในสมัยเอโดะอีกด้วย

    ถ้าคุณมาในช่วงฤดูหนาว คุณสามารถลองแช่น้ำแบบบันเพยยุ ซึ่งเป็นการแช่น้ำในอ่างที่มีส้มโอบันเพยยุลอยอยู่ เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมให้กับการแช่น้ำ

    เว็บไซต์ออนเซ็น ฮินะงุ (Hinagu Onsen) *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    8. เพลิดเพลินกับการชมวิวที่แสนงดงาม ณ “เรือนชงชาริมทะเล”

    โชฮิงเค็น (Shohinken) คือ เรือนชงชาที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1688 โดยขุนนางในระบบฟิวดัล (Feudalism) หรือระบบศักดินาสวามิภักดิ์ นามว่า นาโอะยูกิ มัตซุย (Naoyuki Matsui) เพื่อมอบให้กับแม่ของท่าน ชื่อของสถานที่แห่งนี้ ถูกตั้งตามเสียงของลมที่พัดผ่านต้นสนในช่วงที่การก่อสร้างสถานที่แห่งนี้ได้เริ่มต้นขึ้น ตลอดทั้งสี่ฤดูดอกไม้นานาพันธุ์จะผลิบานในสวนดอกไม้และบ่อน้าที่ล้อมรอบเรือนชงชาแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม โชฮิงเค็น จะเหมาะแก่การมาเยี่ยมเยือนที่สุดในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน เนื่องจากเหล่าดอกไอริสแสนสวยจะเบ่งบานในช่วงนี้ อีกทั้งเรือนชงชาแห่งนี้ ยังได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นสถานที่ชมทิวทัศน์แห่งชาติในปี 2002 อีกด้วย

    เรือนชงชาแห่งนี้ เปิดทำการวันอังคารไปจนถึงวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 9:00 ถึง 17:00 น. โดยค่าแรกเข้าสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ 500 เยน

    เว็บไซต์บ้านชาโชฮิงเค็น *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    9. เลือกซื้อของ ณ แหล่งช้อปปิ้งฮงมาจิ-โทริโช

    มาเลือกซื้อของในราคาสุดคุ้ม ณ​ แหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่เป็นอันดับสองของจังหวัดคุมาโมโตะ! ที่ ฮงมาจิ-โทริโช (Honmachi-Toricho Shopping Arcade) คุณจะได้พบกับร้านค้าต่าง ๆ มากมายหลากหลายประเภทท ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร, ร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ร้านเพลง, ร้านเสื้อผ้า รวมไปถึงร้านอื่น ๆ อีกมากมาย รับประกันได้เลยว่าคุณจะพบทุกสิ่งที่คุณต้องการในแหล่งช้อปปิ้งฮงมาจิ-โทริโช แห่งนี้อย่างแน่นอน

    เว็บไซต์แหล่งช้อปปิ้ง ฮงมาจิ-โทริโช *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    10. ดินขึ้นภูเขาคุนิมิ

    A post shared by @olive_mugi on

    ทางตะวันออกของเมืองยัตสุชิโระ คุณจะพบกับภูเขาคุนิมิ ซึ่งคุณสามารถเดินขึ้นเขาไปพบกับวิวอันแสนมหัศจรรย์ ณ ยอดเขาของภูเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดคุมาโมโตะแห่งนี้ มีความสูงอยู่ที่ 1,739 เมตร

    เว็บไซต์ภูเขาคุนิมิ *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    จะเห็นได้เลยว่า มีสิ่งที่น่าสนใจให้ทำมากมาย ณ เมืองยัตสุชิโระตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็น การเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ หรือ ช้อปปิ้งก็ตาม เมืองยัตสุชิโระแห่งนี้ พร้อมที่จะมอบประสบการณ์อันแสนพิเศษให้กับคุณ ดังนั้น อย่าพลาดการมาเยือนเมืองแห่งนี้ยามที่คุณมาเที่ยงหวัดคุมาโมโตะ รับประกันได้เลยว่าคุณจะได้รับความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน!

    เว็บไซต์การท่องเที่ยวยัตสุชิโระ *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    หากต้องการหาที่พักในยัตสุชิโระ สามารถดูข้อมูลทั้งหมดได้ที่นี่!