4 ถนนสำหรับคนรักความหวาดเสียวในชิโกกุ ประเทศญี่ปุ่น!

  • ท่องเที่ยว
  • ย่านต่างๆ
  • หลังจากที่ผมและภรรยาได้แต่งงานกันไปไม่นานในประเทศญี่ปุ่น พวกเราตัดสินใจที่จะฮันนีมูนในชิโกกุ เป็นทริปขับรถ 3 สัปดาห์ ซึ่งได้ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะแล้ว เป็นการเดินทางที่วิเศษสุด ๆ เพราะเราได้ขับรถผ่านพื้นที่อันงดงามและยอดเยี่ยมของประเทศญี่ปุ่น แถมยังให้ประสบการณ์การขับรถที่ท้าทายที่สุดในชีวิตของผมด้วย เพราะนี่คือ ถนนที่คุณอาจจะอยากลองไปดูสักครั้งในชีวิต หากคุณกำลังมองหาสถานที่ขับรถเพื่อการผจญภัย!

    1. ทางหลวงหมายเลข 193

    ถนนเริ่มทางตอนเหนือในทาคามัตสึ และสิ้นสุดลงที่มุมทางตะวันออกเฉียงใต้ของชิโกกุในไคโย ตรงพื้นที่ที่มีประชากรมาก ถนนของที่นี่จะเป็นถนนทั่วไปของประเทศญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม เมื่อขับรถไปถึงตอนใต้ของโยชิโนะกาวะแล้วล่ะก็ เส้นทางของถนนจะเริ่มนำเราไปยังพื้นที่ภูเขาในตอนกลางของจังหวัดโทคุชิมะ ซึ่งลักษณะของถนนตรงนี้ จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

    ผมไม่เคยขับรถบนถนนที่ดูเหมือนจะไม่เคยมีใครได้ขับมาก่อ และไม่ได้รับการดูแลขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิตผม อย่างแรก สภาพของถนนนี้แย่ในหลายจุด และมีหลายส่วนบนถนนที่แตก, พัง, เต็มไปด้วยหลุม หรือปกคลุมไปด้วยก้อนหินและกิ่งไม้ ซึ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่านั้น คือ การที่พื้นที่บางส่วนของถนนเต็มไปด้วยต้นมอส และยิ่งทำให้รู้สึกได้ว่าถนนนี้ไม่ได้มีรถยนต์ขับผ่านเข้ามาเป็นเวลาหลายเดือนหรืออาจจะนานกว่านั้น

    แต่สิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับคนขับ คือ ความกว้างของถนน มีส่วนที่ถูกขยายไปหลายกิโลเมตรเพื่อให้ถนนกว้างพอสำหรับรถยนต์แค่คันเดียว และคุณอาจได้เผาผลาญแคลอรี่ไปมาเลยทีเดียวจากความเครียดและความกังวลว่าจะทำอย่างไรดี เมื่อมีรถอีกคันวิ่งมาจากอีกฝั่ง นอกจากนั้นแล้ว ยังมีจุดคดเคี้ยวและมุมบอดอีกมายมายบนถนน ซึ่งมันจะไม่ใช่การขับรถผ่านชนบทแบบชิล ๆ แน่นอน

    ถึงจะน่าหวาดเสียวแค่ไหน แต่คุณจะสามารถชื่นชมความงามของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ป่า, แม่น้ำ และภูเขาอันงดงามรอบข้าง ซึ่งมอบความสงบสุขให้ต่อจิตใจ และคุ้มค่าเพียงพอที่จะทนขับรถมา

    จริง ๆ แล้ว เราขับมาจบที่ถนนเส้นนี้อยู่หลายครั้งเพื่อตามหาน้ำตกอันน่ามหัศจรรย์ของโทคุชิมะ หลังจากที่ได้ใช้เวลาหลายชั่วโมงขับรถบนถนนแห่งนี้ เราไม่ได้ขับเจอรถคันอื่นเลยสักคัน เพราะความจริงแล้วถนนแห่งนี้มีชื่อเสียงอื้อฉาวอยู่นิดหน่อย จากการที่เราได้พบเจอกับคนท้องถิ่นจำนวนหนึ่งที่ดูเหมือนจะคุ้นเคยกับถนนเส้นนี้มาก ซึ่งพวกเขาได้บอกกับเราว่า ผู้คนแถวนั้นหลีกเลี่ยงที่จะใช้ถนนเส้นนี้ ถ้าไม่มีความจำเป็นจริง ๆ

    การเดินทาง

    2. ภูเขาซึรุงิ สุปะ รินโด (Tsurugi Supa Rindo)

    รูปของผู้เขียน

    เราได้มาถึงถนนเส้นนี้จากการเลี้ยวผิดทาง เมื่อขับรถตามทางที่ชาวบ้านบอก เพื่อไปยังจุดหมายปลายทางที่เราต้องการอย่าง ภูเขาซึรุงิ (Tsurugi)

    สุปะ รินโด (Supa Rindo) หรือ รินโด (Rindo) หมายมถึง ถนนป่า เป็นที่รู้จักว่า “เส้นทางไฟ” พื้นที่แห่งนี้มีความเป็นถนนป่าอย่างแท้จริง เพราะส่วนมากแล้วเป็นถนนที่ไม่ได้ปูลาด, ถนนดิน และถนนกรวดผ่านป่าที่แสนเปลี่ยว มันเป็นถนนที่สมบูรณ์แบบมากสำหรับรถ 4WD หรือ มอเตอร์ไซค์แบบ dirt bike แต่เพราะว่าพวกเราอยู่ในรถ Nissan hatchback คันเล็กของแม่ยายผม มันเลยเป็นการเดินทางที่สะเทือนไปมาอย่างสุด ๆ ค่อนข้างไม่ลำบากและเดินทางได้ช้ามาก

    การขับรถไม่ได้เครียดเท่ากับประสบการณ์ที่สัมผัสมาบนถนนหมายเลข 193 เพราะว่าถนนรินโดนี้ ค่อนข้างกว้างกว่าและมีเส้นทางเลี้ยวหักมุมที่น้อยกว่า ความกังวลของพวกเราอยู่ที่ความขรุขระของถนนและการที่เราไม่ควรขับรถคันเล็ก ๆ ที่ใช้ขับในเมือง บนเส้นทางป่าอันโดดเดี่ยวที่ดูเหมือนไม่มีที่ไปเลย!

    หลังจากเวลาผ่านไปพักหนึ่ง พวกเราก็ขับรถมาถึงทางแยกตัว T โดยที่ไม่รู้ว่าควรเลี้ยวไปทางไหน โชคดีที่ว่า พวกเราได้พบกับคนงานป่าสองคน ซึ่งจอดอยู่ข้างทางในรถ 4WD พวกเขาบอกทางเรา ซึ่งพวกเขาต้องนึกขำคู่ข้าวใหม่ปลามันที่หลงทางอยู่แน่นอน จากนั้น พวกเราขับรถเข้าไปตามทางกรวด แต่เส้นทางที่เขาบอกนี้ไม่ใช่สำหรับภูเขาสึรุงิ พวกเราดันขับไปจบลงที่ลานจอดรถข้างภูเขาสึรุงะอย่าง ภูเขาจิโรกิว (Jirougyu) ซึ่งจากที่นั่นพวกเราได้เพลิดเพลินไปกับการไต่เขาไปยังจุดสูงสุดของภูเขาจิโรกิว และในที่สุดก็ไต่ข้ามไปยังจุดสูงสุดของภูเขาสึรุงิจากด้านบนของภูเขา

    แม้ว่าการผจญภัยของพวกเราจะผิดพลาดไปบ้างก็ตาม แต่ผมก็ต้องการแนะนำให้ลองหาถนนเส้นนี้ดู หากคุณขับรถที่เหมาะแก่การขับบนสภาพแวดล้อมนอกถนน คุณจะได้อยู่ท่ามกลางทิวทัศน์ป่าไม้อันน่าทึ่ง ล้อมรอบไปด้วยภูเขา และมันเป็นไปได้ที่คุณอาจจะเป็นเพียงแค่หนึ่งในไม่กี่คนที่ได้อยู่ที่นั่น หากคุณต้องการขับรถบนเส้นทางที่เงียบสงบตรงเส้นทางเข้าด้านหลังของภูเขาสึรุงิแล้วล่ะก็ เส้นทางนี้อาจเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคุณ

    การเดินทาง

    3. ทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านหุบเขาอิยะ

    รูปของผู้เขียน

    หุบเขาที่ห่างไกลแห่งนี้ คือ สถานที่ตั้งของ หุบเขาโอโบเคะ, หมู่บ้านโอจิไอ, สะพานแขวนซึ่งทำมาจากเถาวัลย์บนภูเขาที่เป็นที่รู้จักกันในชื่อ คาซูระบาชิ (kazurabashi) และรูปปั้น “เด็กยืนฉี่”

    ที่นี่เป็นพื้นที่อันงดงามอย่างแท้จริงและเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมเลยว่าทำไมผู้คนถึงชื่นชมในความงดงามของธรรมชาติในประเทศญี่ปุ่นขนาดนี้ อย่างไรก็ตาม พื้นที่แห่งนี้ในชิโกกุมีถนนที่แคบมาก และติดหน้าผาซึ่งคดไปคดมาตามภูเขาที่สูงชัน หนึ่งในสิ่งที่ผมกลัวที่สุดในเวลานั้น คือ การที่เราเผชิญหน้ากับรถบัสที่กำลังขับสวนมา โชคดีของเรา ที่คนขับรถบัสนั้นมีประสบการณ์การขับรถในสถานการณ์แบบนี้ จากการที่เขาขับถอยหลังได้อย่างเชี่ยวชาญให้รถบัสหลบไปและเหลือพื้นที่กว้างมากพอให้พวกเราขับรถคันเล็กผ่านไปได้

    ไม่ใช่แค่ถนนสายหลักเท่านั้นที่ท้าทาย เพราะถนนที่จะมายังบ้านพักของพวกเราซึ่งตั้งอยู่ริมภูเขานั้น เป็นการขับรถ 15 นาทีที่เขย่าขวัญที่สุดในชีวิตของผม เพราะต้องไต่เขาที่ดูเหมือนว่าจะชันมากกว่าสี่สิบห้าองศา สำหรับความกว้างนั้นเกือบจะแคบเกินกว่าที่รถเราจะขับผ่านได้ และเราอาจจะขับถลาลงผาเสี่ยงตายบนถนนที่ไม่มีรั้วกั้นแห่งนี้ได้ หากเคลื่อนไหวพลาดแค่ครั้งเดียว แม้มันค่อนข้างน่ากลัว แต่ที่พักก็สุดยอดและคุ้มค่าที่จะต้องเสี่ยงชีวิตมาเลยทีเดียว

    การเดินทาง

    4. ทางหลวงหมายเลข 48 และ 383 รอบพื้นที่คาสต์ของชิโกกุ

    รูปของผู้เขียน

    พื้นที่คาสต์ของชิโกกุเป็นบริเวณบนภูเขาที่มีวิวทิวทัศน์งดงามเหมือนภาพวาดระหว่างจังหวัดโคจิและเอฮิเมะ มีทุ่งหญ้าที่ทอดยาวและรูปร่างของหินที่น่าสนใจ และแน่นอนว่าปัญหาหลักของคนขับในสถานที่แห่งนี้ก็หนีไม่พ้น ถนนที่แคบอีกเช่นเคย

    เพราะบริเวณนี้ค่อนข้างเป็นที่นิยมมากกว่าที่อื่นที่ผมได้กล่าวไป คุณจะพบกับการจราจรที่แออัดขึ้น ดังนั้น เตรียมตัวให้พร้อมที่จะเจอกับรถที่กำลังขับมาในสถานที่ที่ไม่มีที่ว่างมากพอสำหรับรถยนต์สองคัน มาตรการทั่วไปสำหรับสถานการณ์นี้คือ การที่คนขับฝ่ายหนึ่งจะต้องขับถอยหลังออกไปจนกว่าจะมีพื้นที่ไหล่ถนนหรือขอบถนนกว้างมากพอที่รถสามารถขับผ่านกันและกันได้

    ระวังตัวด้วย แม้ว่าถนนส่วนใหญ่จะมีช่องระบายน้ำแบบเปิดที่อยู่ด้านใดด้านหนึ่งของถนนก็ตาม เพราะว่าช่องระบายน้ำเหล่านี้มีขนาดพอดีที่จะให้ล้อรถยนต์ตกลงไปได้ หากคนขับได้ขับไปไกลจากขอบถนนแค่นิดนึง นี่ค่อนข้างเป็นปัญหาเลย เพราะว่าจะต้องขับรถติดกับขอบถนนฝั่งหนึ่งมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้รถยนต์อีกฝั่งขับสวนได้ แน่นอนเลยว่า พวกเราจะได้เห็นรถยนต์คันหนึ่งที่จอดอยู่ข้างทาง และเอียงไปด้านข้างสี่สิบห้าองศาพร้อมล้อสองล้อติดอยู่ในช่องระบายน้ำเช่นกัน

    การเดินทาง

    นี่เป็นหนึ่งในตัวอย่างเล็กน้อยของถนนที่ค่อนข้างพบได้บ่อยในชนบทของชิโกกุ แต่ผมก็ไม่อยากให้สิ่งนี้กีดขวางการขับรถเที่ยวในชิโกกุ เพราะว่าความงดงามอันน่าประทับใจและความเงียบสงบของบริเวณเหล่านี้ ยากที่จะหาที่อื่นเทียบได้ ขอแค่คุณเตรียมพร้อมสำหรับการขับรถที่อาจเคร่งเครียดและเขย่าขวัญเป็นบางเวลา และบางทีมันอาจจะทำให้คุณขับรถได้เก่งขึ้นด้วยก็ได้