มาทำมัทฉะสุดพิเศษ พร้อมอร่อยกับโซบะชาเขียวในเกียวโต กันเถอะ!

  • ท่องเที่ยว
  • เกียวโต
  • มัทฉะ หรือ ผงชาเขียว คือ วัตถุดิบสำคัญในชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่น และเป็นเพียงรูปแบบเดียวที่ใช้ใน ซาโดะ หรือ พิธีชงชา ชาเขียวนี้จะเจริญเติบโตในที่ร่มภายในระยะเวลา 3 สัปดาห์ และจะถูกคลุมด้วยผ้าอีกชั้น ขั้นตอนการปลูกด้วยวิธีนี้จะทำให้ใบชาเขียวมีคาเฟอีนเข้มข้นกว่า และใช้วิธีการเก็บเกี่ยวด้วยมือ โดยจะริดก้านใบออก เพื่อเตรียมไว้สำหรับขั้นตอนสุดท้าน คือ การนำใบชาไปบดในโม่หิน เพื่อให้ได้มัทฉะ หรือ ผงชา ซึ่งจะมีหลายเกรดด้วยกัน ได้แก่ เกรดที่เหมาะกับการนำไปใช้ในพิธีชงชาในวัด, เกรดพรีเมี่ยมสำหรับการบริโภคประจำวัน และเกรดสำหรับใช้ในการประกอบอาหาร

    ถ้าคุณสนใจในมัทฉะและอยากจะลองทำขึ้นมาด้วยตัวคุณเอง ขอแนะนำร้าน Fukujuen Uji Koubou ที่เมืองเกียวโตที่คุณจะได้ลองทำผงมัทฉะสุดพิเศษนี้ในแบบของคุณเอง

    ทำมัทฉะของคุณเอง

    รูปของผู้เขียน

    หลังจากชำระค่าใช้จ่ายที่ฝ่ายต้อนรับแล้ว พนักงานจะเริ่มต้นด้วยการแจกยอดใบชาจำนวน 10-15 กรัม สำหรับใส่ในเครื่องบดชาให้แก่ทุกคน ผู้เข้าร่วมจะได้รับฟังประวัติย่อเกี่ยวกับชา และคำอธิบายถึงลักษณะของชาในหลากหลายรูปแบบ

    ขั้นตอนในการบดนั้น จะเริ่มด้วยการจับที่ด้ามจับไม้ไผ่ และเริ่มหมุนโม่หินทวนเข็มนาฬิกา หมุนวนไปแบบไม่ต้องเร็วนัก เพราะหากหมุนเร็วไปจะทำให้เครื่องบดนั้นร้อนขึ้น ซึ่งอุณหภูมิที่สูงขึ้นจะมีผลต่อรสชาติและกลิ่นของชาเขียว โดยมัทฉะที่ดีนั้นจะต้องมีสีเขียวอมเหลืองและต้องมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของใบสดด้วย รสชาติควรจะต้องหวานปนขมนิด ๆ ยอดอ่อนใบชา คือ ส่วนที่ดีที่สุด ซึ่งจะทำให้ได้ผงชาเขียวเกรดดีที่สุดด้วย

    การบดชาเขียวด้วยมือนั้นนับเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้เวลา สำหรับชาเขียว 1 ถ้วยจำเป็นต้องใช้ผงชาเขียวปริมาณ 2 กรัม สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ในการบดมาแล้ว อาจจะต้องใช้เวลาในการบด 1 ชั่วโมงเต็มเพื่อให้ได้ผงชาเขียวปริมาณ 25-30 กรัม และสำหรับคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนอาจจะใช้เวลา 45 นาทีถึงจะได้ผงชาเขียวปริมาณ 5 กรัม

    ชิมชาที่คุณชง

    รูปของผู้เขียน

    ผงชาเขียวที่ทำเสร็จแล้วจะนำไปเก็บไว้ในบรรจุภัณฑ์ จากนั้นผู้เข้าร่วมจะมานั่งรวมกันรอบ ๆ กาน้ำร้อน ผงชาเขียวที่ทำสำเร็จแล้วจะถูกใส่ไว้ในถ้วยชา และจะเติมน้ำร้อนตามปริมาณที่พอเหมาะ (ประมาณ 50-60 มิลลิลิตร) อุณหภูมิความร้อนควรจะอยู่ที่ประมาณ 70-90 องศาเซลเซียส จากนั้น จึงตีผงชาอย่างรวดเร็วทิศทางตามเข็มนาฬิกาด้วย chasen หรือ เครื่องมือตีผงชาแบบพิเศษทำจากไม้ไผ่ ตีจนกระทั่งเกิดฟองและละเอียดจนไม่มีส่วนที่จับตัวเป็นก้อนเหลืออยู่

    มัทฉะจะถูกเสิร์ฟพร้อมกับ วากาชิ หรือ ขนมหวานของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาล วากาชิที่หลากหลายจะถูกเสิร์ฟพร้อมกับชา ขั้นตอนการดื่มคือ กินขนมหวานก่อนจากนั้นจึงหยิบถ้วยชาด้วยมือขวาและวางไว้บนอุ้งมือซ้าย โดยตามมารยาทการชงชาแล้ว ต้องหมุนถ้วยไปตามเข็มนาฬิการสองรอบ จากนั้นจึงดื่มชา 3-4 อึก แล้วจึงหมุนถ้วยแบบทวนเข็มนาฬิกาก่อนจะวางลงในตำแหน่งเดิม การหมุนถ้วยชานั้นอาจจะทำหรือไม่ทำก็ได้ แต่มันเป็นมารยาทที่ดีและยังเป็นการแสดงความเคารพแก่เจ้าของพิธีด้วย

    โซบะชาเขียวสำหรับมื้อกลางวัน

    รูปของผู้เขียน

    หลังจากผ่านการบดชาเขียวมาอย่างหนักหน่วงก็มาถึงเวลาอาหารกลางวัน ที่คาเฟ่ Fukujuen Saryo จะเสิร์ฟโซบะชาเขียว หรือ เส้นโซบะเป็นอาหารกลางวัน โดยจะตั้งอยู่บริเวณทางเข้าร้านที่ชั้น 2 นอกจากนั้นคาเฟ่แห่งนี้ยังมี ไอศกรีมชาเขียวแสนอร่อย ขนมโมจิ และอาหารต่าง ๆ ตามฤดูกาลขายด้วย นับว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนก่อนจะเดินทางต่อไปเพื่อสำรวจส่วนที่เหลือของ Uji ได้อย่างดีทีเดียว

    เซ็ตโซบะชาเขียวราคา 800 เยน (ยังไม่รวมภาษี) ภายในเซ็ตจะประกอบด้วยโซบะชาเขียว โรยด้วยใบชาด้านบน เสิร์ฟพร้อมด้วยซอสโซบะ และหอมซอย

    สำหรับผู้ที่สนใจขอแนะนำให้สำรองที่นั่งล่วงหน้า (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสุดสัปดาห์และช่วงวันหยุดยาว) แต่หากอยาก walk-in เข้ามาก็สามารถทำได้ สำหรับคนที่ต้องการลองประสบการณ์การบดชาเขียว จะอยู่ที่ราคา 1,200 เยนต่อคน โดย 1 ช่วงใช้เวลาประมาณ 45 นาที ซึ่งรวมไปถึงการเข้าร่วมพิธีชงชาและการทำเครื่องปั้นดินเผาอยู่ในช่วงนี้ด้วย

    ก่อนออกจากร้านชาอันโด่งดังแห่งนี้ไป ก็อย่าลืมหยิบมัทฉะในร้านชาที่ตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝากด้วยนะคะ

    เว็บไซต์ Fukujuen Uji Koubou *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น