5 กิจกรรมที่จะพาคุณไปดื่มด่ำกับวัฒนธรรมดั้งเดิมที่คุระชิกิ: บ้านเกิดของโมโมทาโร่!

  • แนะนำ
  • โอคะยะมะ
  • แม้ว่าหลายคนอาจจะมีภาพจำเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นว่าเป็นดินแดนแห่งเทคโนโลยีและ ความทันสมัยต่าง ๆ แต่ทว่าประเทศอันแสนมหัศจรรย์แห่งนี้ ก็ไม่เคยทำให้เราผิดหวังในเรื่องของประเพณีและวัฒนธรรมอันงดงามที่แสนลึกลับ ซึ่งไม่ว่าจุดหมายปลายทางของคุณในประเทศญี่ปุ่นจะเป็นที่ใด รับประกันได้เลยว่า คุณจะสามารถค้นพบสถานที่ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าและคงไว้ซึ่งความงามของประเทศญี่ปุ่นในอดีตอยู่มากมาย

    เมืองคุระชิกิ เป็นเมืองในจังหวัดโอคะยะมะ หนึ่งในสถานที่ที่จะพาคุณไปสัมผัสความงดงามทางประวัติศาสตร์ และบทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ 5 กิจกรรมที่คุณจะได้พบในเมืองแห่งนี้!

    1. เพลิดเพลินไปกับทัวร์ล่องเรือแบบดั้งเดิมในแม่น้ำ

    กิจกรรมนั่งเรือลำเล็กไปตามแม่น้ำคุระชิกิสำรวจเขตโบราณสถานนั้น ถือเป็นบริการที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจะผ่อนคลายไปกับวิวทิวทัศน์ของพิพิธภัณฑ์และคลังเก็บสินค้าแบบโบราณที่ถูกดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดี ซึ่งจะเปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤศจิกายน และหนึ่งในสถานที่ที่ถือว่าพลาดไม่ได้และคุณจะสามารถเห็นได้จากการล่องแม่น้ำไปกับเรือลำนี้เท่านั้น คือ ย่านประวัติศาสตร์ คุระชิกิ บิคัง (Bikan Historical Quarter) ซึ่งมีชื่อเสียงจากการเป็นย่านหลักในการติดต่อทางการค้าและแลกเปลี่ยนสินค้าในสมัยเอโดะ หรือตั้งแต่ช่วงปี 1603 ถึง 1867

    ด้วยความที่บริเวณข้าง ๆ ของแม่น้ำคุระชิกิเป็นย่านการค้ายอดนิยม จึงทำให้ตลอดทางของการล่องแม่น้ำคุณจะได้เพลิดเพลินและผ่อนคลายไปกับการชมวิวอันแสนงดงามของโกดังสีขาวและสีดำที่เคยถูกใช้เป็นโรงเก็บข้าวสาร ซึ่งในปัจจุบันได้ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์, ร้านค้า และ ร้านคาเฟ่ต่าง ๆ

    เว็บไซต์ลองเรือแม่น้ำคุระชิกิ *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น
    การเดินทาง

    2. ชิม “พุดดิ้งแห่งความสุข” ที่ขายในจำนวนจำกัด

    ที่เมืองคุระชิกิแห่งนี้ คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับขนมหวานและอาหารท้องถิ่นหลากชนิด และ “พุดดิ้งแห่งความสุข” ที่ถูกรังสรรค์ขึ้น ณ คาเฟ่ YUURIN-AN ก็เป็นหนึ่งในเมนูที่คุณไม่ควรพลาด พุดดิ้งชนิดนี้จะเป็นพุดดิ้งที่มีรูปใบหน้ายิ้มวาดอยู่บนหน้าพุดดิ้ง ซึ่งพุดดิ้งแห่งความสุขนี้เป็นเมนูที่ทำให้ใครก็ตามที่ได้รับประทาน จะได้รับความสุขสมชื่อ และเป็นเมนูที่ใคร ๆ ก็ต่างหลงรักโดยเฉพาะเด็ก ๆ และคนรักขนมหวาน

    เมื่อคุณสั่งพุดดิ้งแห่งความสุขมารับประทาน พนักงานเสิร์ฟจะขอให้คุณลองมองที่ขนมและนึกถึงสิ่งที่ทำให้มีความสุข และจะขอถ่ายภาพคุณพร้อมกับขนมพุดดิ้ง (โดยคุณจะถ่ายหรือไม่ถ่ายก็ได้) โดยพนักงานของคาเฟ่จะขอให้คุณย้อนกลับมาดูภาพถ่ายนี้อีกครั้ง หลังจากอาทิตย์หนึ่งผ่านไป เพื่อเป็นการระลึกถึงความทรงจำดี ๆ ที่คุณมีในคาเฟ่แห่งนี้

    เว็บไซต์คาเฟ่ YUURIN-AN Cafe *มีระบบแปลภาษาอัตโนมัติ
    การเดินทาง

    3. สำรวจพิพิธภัณฑ์โมโมทาโร่ คะระคุริ (Momotaro Karakuri Museum)

    A post shared by kaori (@kaori.627) on

    แค่ชื่อของพิพิธภัณฑ์ เราก็สามารถเดาได้แล้วว่าที่นี่จะต้องเต็มไปด้วยศิลปะหรือสิ่งของต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวของกับโมโมทาโร่อย่างแน่นอนไม่ว่าจะเป็น ตุ๊กตาโมโมทาโร่ในชุดมิกกี้ เมาส์และตุ๊กตาโมโมทาโร่ในชุดเฮลโหลคิตตี้ ซึ่งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้นำเสนอเรื่องราวของตำนานพื้นบ้านเพื่อยกย่องฮีโร่ผู้กล้าหาญนามว่า “โมโมทาโร่” ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก

    นอกจากความน่าสนใจของตุ๊กตาโมโมทาโร่แล้ว ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังนำเสนองานแสดงที่มี “กลไกพิเศษ” ต่าง ๆ ตั้งแต่นิทรรศการภาพลวงตาไปจนถึงกิจกรรมแปลก ๆ ที่จะทำให้คุณตื่นตาตื่นใจและพิศวงในความแปลกประหลาด และเพื่อให้ตรงตามธีมหลักอย่างฮีโร่โมโมทาโร่ ภายในพิพิธภัณฑ์ได้จัดแสดงงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับลูกท้อรวมถึงสัตว์ประหลาดตัวร้ายต่าง ๆ ไว้ด้วย เนื่องจากว่าทั้งสองสิ่งนี้ถือเป็นส่วนสำคัญในเรื่องราวของตำนานพื้นบ้านดังกล่าว

    ถ้าคุณเดินสำรวจบริเวณชั้นบนของพิพิธภัณฑ์ คุณจะตื่นเต้นไปกับบ้านผีสิงขนาดเล็กที่มียักษ์ “โอนิ (鬼)” ตัวละครเด่นในการผจญภัยของโมะโมะตะโระอยู่ด้วย แต่ถ้าคุณมีเด็กเล็กมาด้วย ขอแนะนำให้ข้ามบริเวณนี้ไปก่อน

    เว็บไซต์พิพิธภัณฑ์โมโมทาโร่ คะระคุริ
    การเดินทาง

    4. ย้อนเวลากลับไปสู่อดีตอันรุ่งเรืองในย่านร้านค้าดั้งเดิมที่บ้านตระกูลโอฮะชิ

    ถ้าคุณอยากมาทำความรู้จักกับร้านค้ารูปแบบดั้งเดิมในคุระชิกิ บ้านตระกูลโอฮะชิ
    ก็เป็นอีกสถานที่ที่คุณไม่ควรพลาด ในอดีตครอบครัวโอฮะชิได้รับการยกย่องให้เป็นตระกูลพ่อค้าที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองนี้ ซึ่งบ้านของพวกเขาก็สามารถสะท้อนรูปแบบการใช้ชีวิตแบบมั่งคั่งของตระกูลที่ร่ำรวยในยุคโบราณได้เป็นอย่างดี

    บ้านโอฮะชิที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1975 แสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์อันหรูหรามั่งคั่งในยุคสมัยก่อน และยังมีรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมบ้านญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมไม่ว่าจะเป็น การปูพื้นบ้านด้วยเสื่อทาทามิและมีประตูบานเลื่อนอันสง่างามแบบบ้านญี่ปุ่น สำหรับภายในบ้านยังถูกออกแบบเพื่อให้เป็นที่พักอาศัยที่สะดวกสบาย เช่น การมีห้องพักส่วนตัว, ห้องครัว หรือแม้แต่ห้องเก็บของต่าง ๆ ที่ช่วยให้ครอบครัวโอฮะชิสามารถแลกเปลี่ยนสินค้าและติดต่อทำการค้าขายกับพ่อค้ารายอื่น ๆ ได้ นอกจากนี้ จุดเด่นที่ทำให้บ้านหลังนี้มีความโดดเด่นและแตกต่างจากบ้านพักหลังอื่น ๆ ภายในเมืองก็คือ โครงสร้างของบ้านที่ใกล้เคียงกับบ้านพักของซามูไรในยุคเอโดะ

    ในขณะที่บ้านพักของพ่อค้าหลังอื่น ๆ จะถูกสร้างติดถนน แต่บ้านโอฮะชิกลับมีบริเวณที่เปิดโล่งและมีการสร้างรั้วหน้าบ้าน ซึ่งถือเป็นลักษณะเฉพาะของบ้านพักซามูไร โดยในสมัยนั้น (ประมาณช่วง 1603 ถึง 1867) มีเพียงแค่ครอบครัวซามูไรเท่านั้นที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในชนชั้นทางสังคมลำดับต้น ๆ ที่สามารถใช้โครงสร้างการออกแบบบ้านลักษณะนี้ได้ ซึ่งการที่บ้านโอฮะชิซึ่งไม่ใช่ครอบครัวซามูไรสามารถสร้างบ้านพักในลักษณะเดียวกันนี้ได้ ถือเป็นการยืนยันในเกียรติยศของตระกูลโอฮะชิที่เป็นที่ยอมรับในสังคม

    บ้านพักโอฮะชิ เปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 9:00 ถึง 17:00 น. (และจะขยายเวลาเปิดไปจนถึง 18:00 น. ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนไปจนถึงเดือนตุลาคม) และจะปิดทุกวันศุกร์ตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคมไปจนถึงกุมภาพันธ์ และตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม ไปจนถึงวันที่ 3 มกราคม โดยมีค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ 550 เยน

    เว็บไซต์บ้านตระกูลโอฮะชิ
    การเดินทาง

    5. เริ่มต้นประสบการณ์การเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะโอฮาระ

    A post shared by SAKURA (@sakurahime7) on

    สิ่งหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของเมืองคุระชิกิแห่งนี้ คือ การมีพิพิธภัณฑ์ที่โดดเด่นมากมาย รวมถึงที่ตั้งที่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าวเดิน สำหรับคนรักศิลปะไม่ควรพลาดการมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะโอฮาระ (Ohara Museum of Art) ซึ่งจัดแสดงผลงานของศิลปินชาวตะวันตกที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น Picasso, El Greco, Rodin, Pollock, Modigliani และศิลปินที่มีชื่อเสียงท่านอื่น ๆ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถือเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับใครก็ตามที่รักผลงานศิลปะระดับนานาชาติที่ถูกจัดแสดงในสภาพแวดล้อมแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ

    เมื่อเดินออกไปจากแกลเลอรี่ที่แสดงผลงานของศิลปินชาวตะวันตก คุณจะพบกับส่วนจัดแสดงผลงานศิลปะภาคผนวกอันโดดเด่นชิ้นอื่น ๆ, แกลลอรี่ศิลปะประเภทหัตถกรรม และ แกลลอรี่ศิลปะจากเอเชีย ซึ่งในส่วนการจัดแสดงผลงานศิลปะภาคผนวกนั้น คุณจะได้ชื่นชมผลงานที่ถูกสร้างสรรค์โดยศิลปินชาวญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดสีน้ำมันไปจนถึง งานประติมากรรม ในส่วนของแกลเลอรี่แสดงศิลปะประเภทหัตถกรรมนั้น จะมีการจัดแสดงผลงานศิลปะของเมืองคุระชิกิในยุคเอโดะที่โดดเด่นไม่ว่าจะเป็น ภาพแกะสลักไม้, งานเซรามิค, งานย้อมสีลายฉลุ และงานหัตถกรรมโบราณชนิดอื่น ๆ และในส่วนสุดท้ายซึ่งเป็นแกลเลอรี่ผลงานศิลปะจากเอเชียนั้น จะมีการนำเสนอศิลปะวัตถุแบบต่าง ๆ ที่ถูกค้นพบจากประเทศอียิปต์และประเทศจีน

    อีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ด้านในของพิพิธภัณฑ์ศิลปะโอฮาระ คือ หออนุสรณ์โคจิมะ โทราจิโร (Kojima Torajiro Memorial Hall) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมและนำเสนอผลงานของโคจิมะ โทราจิโร (Kojima Torajiro) จิตรกรญี่ปุ่นชื่อดังผู้มีชื่อเสียงจากการสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะสไตล์ยุโรป นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ที่สะสมและซื้อผลงานศิลปะเกือบทั้งหมดที่มีการจัดแสดงในส่วนหลักของพิพิธภัณฑ์โอฮาระแห่งนี้

    พิพิธภัณฑ์ศิลปะโอฮาระเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 9:00 ถึง 17:00 น. (ซึ่งรอบสุดท้ายคือเวลา 16:30 น.) พิพิธภณฑ์จะปิดทุกวันจันทร์ (หรือวันหยุดราชการ) และในวันที่ 28 ถึง 31 ธันวาคมของทุกปี สำหรับค่าเข้าชมอยู่ที่ 1,300 เยน ราคานี้ได้รวมค่าเข้าหออนุสรณ์โคจิมะโทราจิโร (Kojima Torajiro Memorial Hall) ไว้แล้ว

    เว็บไซต์พิพิธภัณฑ์ศิลปะโอฮาระ (Ohara Museum of Art) *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    หลายคนอาจจะรู้จักชื่อเสียงของเมืองคุระชิกิและจังหวัดโอคะยะมะจากนิทานพื้นบ้านชื่อดังเรื่องโมโมทาโร่ แต่อันที่จริงแล้วเมืองแห่งนี้ยังมีเรื่องราวและสิ่งอื่น ๆ ที่คุณสามารถค้นพบยามที่คุณมาเยือนเมืองแห่งนี้ได้อีกมากมาย เราขอแนะนำให้คุณลองมาเดินเล่นสำรวจมรดกตกทอดอันมีค่าของเมืองและสัมผัสกับประเพณีอันมีเอกลักษณ์ในเมืองคุระชิกิแห่งนี้กันดูสักครั้ง!

    หากต้องการหาที่พักในคุระชิกิ สามารถดูข้อมูลทั้งหมดได้ที่นี่!