10 กิจกรรมกลางแจ้งสำหรับผู้รักการผจญภัยในภูมิภาคคันไซ!

  • ย่านต่างๆ
  • แนะนำ
  • สำหรับผู้รักธรรมชาติ ผู้รักการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือผู้รักการผจญภัย เวลาออกไปเที่ยววันหยุด บางครั้งก็ชอบมองหาความแปลกใหม่ บางคนอาจพอใจกับการนอนอ่านหนังสืออยู่ริมสระว่ายน้ำ บางคนอาจชอบเที่ยวชมสถานที่ในท้องถิ่นหรือช้อปปิ้งในเมือง แต่ถ้าใครที่ชอบสัมผัสประสบการณ์การผจญภัยอันตื่นเต้นเร้าใจในแถบชานเมือง ในภูมิภาคคันไซมีสถานที่สำหรับทำกิจกรรมกลางแจ้งที่สนุกสนานอยู่มากมาย

    เหตุผลที่ควรไปสัมผัสประสบการณ์การผจญภัยในภูมิภาคคันไซ?

    แน่นอนว่าภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศญี่ปุ่น มีสถานที่ท่องเที่ยวกลางแจ้งอยู่หลายแห่ง และแม้ว่าแต่ละภูมิภาคจะมีขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีทั้งความคล้ายคลึงกันและความพิเศษเฉพาะตัวอยู่ แต่ก็มีส่วนที่แตกต่างและน่าสนใจอยู่เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะภูมิภาคคันไซนั้น มีสถานที่ท่องเที่ยวกลางแจ้งอันงดงามและมีเอกลักษณ์อยู่หลายแห่งที่รอให้ทุกคนได้มาสัมผัส

    ไม่ว่าจะเป็นการสวมบทเป็นนินจาสายอิกะที่มิเอะ, การล่องแพที่นารา, การเดินป่าชมน้ำตกที่วากายามะ, การปีนเขาและกินของอร่อยที่โอซาก้า, การชมความงามของทะเลสาบบิวะที่ชิกะ, การชมบ้านเมืองแบบโบราณที่เกียวโต หรือการแวะแช่ออนเซ็นและปีนเขาที่เฮียวโงะ ทุกจังหวัดพร้อมมอบสุดยอดประสบการณ์ให้กับนักท่องเที่ยว และต่อไปนี้คือ 10 จุดหมายปลายทางในภูมิภาคคันไซสำหรับคนรักกิจกรรมกลางแจ้งโดยเฉพาะ!

    1. เดินเล่นบนทางรถไฟร้างสายฟุคุจิยามะและอุโมงค์ทาเคดะโอะ

    ทางรถไฟยาว 4.7 กิโลเมตรที่เลิกใช้ไปเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการเดินรถไฟ ที่แห่งนี้จึงกลายเป็นจุดหมายสำหรับผู้รักการผจญภัยทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ โดยมีพื้นที่ครอบคลุมสองเมืองในจังหวัดเฮียวโงะ ได้แก่ เมืองนิชิโนะยามะและทาคาระสึกะ

    ทางรถไฟสายเก่านี้ มีทิวทัศน์อันงดงามทั้งภูเขา หุบเหว อุโมงค์ และสะพานเหล็กเก่าแก่อย่างสะพานมุโกะกาวะไดนิเท็ตสึ (Mukogawadainitetsu Bridge) ซึ่งสามารถหาชมภาพตัวอย่างได้จาก Google Maps ทั้งนี้ขอแนะนำให้พกไฟฉายติดตัวไปด้วยเนื่องจากต้องเดินผ่านอุโมงค์มืด ๆ ในเส้นทางดังกล่าว

    วิธีการเดินทาง

    จากโอซาก้า ให้ขึ้นรถไฟสาย JR มาที่ทาเคดะโอะ (Takedao) แล้วเริ่มเดินผ่านอุโมงค์ไปจนถึงบริเวณใกล้กับสถานีนามาเสะ (Namase) (หรือจะเริ่มที่นามาเสะแล้วมาจบลงที่ทาเคดะโอะก็ได้เช่นกัน) ทั้งนี้สามารถพักอาบน้ำให้สดชื่นได้ที่บ่อน้ำพุร้อนบริเวณใกล้สถานี

    การเดินทาง

    2. ล่องเรือชมแม่น้ำโฮสึกาวะ (Hozugawa)

    เมืองเก่าที่รุ่มรวยด้วยประวัติศาสตร์อย่างเกียวโตนั้น เป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ตั้งแต่บ้านไม้โบราณและศาสนสถานที่ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดีจนถึงอุทยานและพระราชวังต่าง ๆ ซึ่งล้วนควรค่าแก่การไปเยือน

    ในอดีตเมื่อหลายร้อยปีก่อน แม่น้ำโฮสึกาวะเคยใช้ในการขนส่งท่อนซุง ธัญพืช และถ่านไม้ แต่เมื่อมีการดำเนินกิจการรถไฟและมีการสร้างถนนที่สะดวกกว่า ผู้คนจึงหันไปใช้รถไฟและรถบรรทุกในการขนส่งสินค้า และได้มีการปรับเปลี่ยนเรือให้เป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยว ซึ่งเรือล่องแม่น้ำโฮสึกาวะนี้ก็ได้กลายเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของเกียวโตในปัจจุบัน โดยมีทั้งบุคคลสำคัญและบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายต่อหลายคนเคยมาล่องเรือในแม่น้ำแห่งนี้

    การล่องเรือที่แม่น้ำโฮสึกาวะในเกียวโต เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การล่องแม่น้ำเป็นระยะทาง 16 กิโลเมตรบนเรือแบบญี่ปุ่นโบราณ พร้อมเพลิดเพลินกับธรรมชาติอันงดงามทั้งโขดหินขนาดใหญ่, ภูเขา ห้วงน้ำลึกแสนเร้นลับ, สัตว์ป่า และพรรณไม้ต่าง ๆ รวมถึงโครงสร้างทางธรณีวิทยาอันน่าทึ่งและกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก

    วิธีการเดินทาง

    ขึ้นรถไฟสาย JR ไปลงที่สถานีคาเมโอกะ (Kameoka) แล้วเดินต่อ 8 นาทีไปยังจุดขึ้นลงเรือ Hozugawa-kudari

    เว็บไซต์เรือล่องแม่น้ำโฮสึกาวะ *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    3. ชมน้ำตก 48 แห่งที่ทาคิฮาตะ (Takihata)

    สำหรับคนรักน้ำตก อย่าพลาดการไปเยือนหมู่บ้านทาคิฮาตะในเมืองคาวาจินางาโนะ ซึ่งมีน้ำตกอยู่มากมายทั้งโคทากิ (Kotaki), โอทากิ (Otaki), โกะโคทากิ (Gokotaki), กอนเก็นทากิ (Gongentaki), จิโกะทากิ (Chigotaki) และอาระทากิ (Arataki) เป็นต้น รวมกันทั้งหมดมีน้ำตกกว่า 48 แห่ง

    หากต้องการตั้งแคมป์ ก็มีจุดตั้งแคมป์และปิ้งบาร์บีคิวอยู่หลายแห่งในบริเวณนี้ ไม่ว่าจะเป็นจุดปิ้งบาร์บีคิวทาคิฮาตะโกะฮัง (Takihata Kohan), จุดตั้งแคมป์โคตะคิจิ (Kotakiji) และจุดตั้งแคมป์อาราคิ (Araki) ซึ่งล้วนมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับชาวแคมป์ไว้คอยให้บริการ เหมาะสำหรับการแวะพักตั้งแคมป์ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามหลังจากเดินป่าชมน้ำตกเสร็จแล้ว

    วิธีการเดินทาง

    ขึ้นรถไฟนันไค (Nankai) ไปสถานีคาวาจินากาโนะ (Kawachinagano) แล้วเดินต่อประมาณ 1-2 นาทีไปยังป้ายรถบัสหมายเลข 7 หรือขึ้นรถ Takihata Community Bus ไปทางเขื่อนทาคิฮาตะ (Takihata Dam) ลงที่ป้ายสุดท้าย แล้วเดินต่อประมาณ 15 นาที

    การเดินทาง

    4. ลุ้นระทึกไปกับซิปไลน์และสกายวอล์คที่บิวะโกะวัลเลย์ (Biwako Valley)

    บิวะโกะวัลเลย์ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดชิงะที่ระดับความสูง 1,100 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และเป็นสวรรค์สำหรับผู้รักการผจญภัยอย่างแท้จริง โดยเฉพาะ “สกายวอล์ค” สุดระทึกที่ประกอบด้วยสะพานแขวน โครงตาข่ายและท่องซุงสำหรับเดินข้ามที่ระดับความสูง 5 เมตรเหนือพื้นดิน

    ชมทัศนียภาพอันตระการตาของแนวเขากับทะเลสาบบิวะซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นพร้อมกับบ้านเมืองโดยรอบได้จากเส้นทางซิปไลน์ และยังมีทั้งกระเช้าสู่ยอดเขา ระเบียงบิวะโกะเทอร์เรส (Biwako Terrace) สำหรับรับประทานอาหารไปพร้อมกับชมวิว รวมถึงเครื่องเล่นและกิจกรรมสนุกๆ อีกมากมาย นอกจากนี้บิวะโกะวัลเลย์ยังเป็นจุดเล่นสกียอดนิยมในช่วงฤดูหนาวอีกด้วย

    วิธีการเดินทาง

    ขึ้นรถไฟ JR ไปสถานีชิกะ (Shiga) แล้วขึ้นรถบัสต่อไปยัง Biwako Valley ถึงแล้วเดินต่ออีกประมาณ 1 กิโลเมตร

    เว็บไซต์หุบเขาบิวาโกะ (Biwako Valley) *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น
    การเดินทาง

    5. ขึ้นแพล่องแม่น้ำแบบโบราณที่คิตะยามะ (Kitayama)

    A post shared by Tatsuro (@tatsulow315) on

    แพล่องแม่น้ำแบบโบราณที่หมู่บ้านเล็ก ๆ ในคิตะยามะแห่งนี้ เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าไปสัมผัส โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การล่องแพแบบโบราณซึ่งแตกต่างจากแพล่องแม่น้ำทั่วไปที่เป็นแพยางให้ผู้โดยสารนั่งชมทิวทัศน์ไปตลอดเส้นทาง

    สำหรับแพของที่นี่จะเป็นแพไม้ที่มีราวจับทำจากไม้หรือโลหะด้านข้างโดยยึดไว้กับฐานแพ และผู้โดยสารต้องยืนเรียงแถวกันไปตลอดเส้นทาง โดยมีอุปกรณ์นิรภัยแค่เพียงเสื้อชูชีพและราวจับบนแพเท่านั้น สำหรับไกด์นำทางแล้วไม่ได้ใช้สิ่งเหล่านี้เลย แต่จะใช้เพียงไม้พายสำหรับล่องไปตามกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากเท่านั้น หากความตื่นเต้นเร้าใจแบบนี้คือ สิ่งที่ใช่สำหรับคุณ ก็เตรียมแพ็คกระเป๋าไปล่องแพนี้ได้ที่วากายามะ!

    วิธีการเดินทาง
    จากสถานี JR คุมาโนะชิ (Kumanoshi) ขึ้นรถ Kitayama Village Bus ไปที่โอคุโตะโระ โคเอ็น (Okutoro Koen)

    เว็บไซต์ River Rafting
    การเดินทาง

    6. ปีนต้นไม้ โรยตัวตามสายน้ำ พายเรือคายัค และล่องแพที่โกะโจ, จังหวัดนารา

    ผู้เขียนพบสถานที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งเหล่านี้โดยบังเอิญ ขณะที่กำลังค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมที่น่าสนใจในจังหวัดนารา ในเขตโกะโจ ซึ่งไม่เพียงแต่มีบ้านเมืองแบบโบราณที่อนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีเท่านั้น แต่ยังมีสถานที่ที่ผู้รักการผจญภัยไม่ควรพลาดอีกด้วย

    แม่น้ำโยชิโนะ (Yoshino) มีกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ซึ่งเหมาะกับการพายเรือคายัค การล่องแพ และการโรยตัวตามสายน้ำเป็นอย่างมาก และยังมีกิจกรรม “ปีนต้นไม้” อีกด้วย ซึ่งแม้จะเป็นมือใหม่ก็สามารถสนุกกับกิจกรรมเหล่านี้ได้อย่างสบายใจภายใต้คำแนะนำของไกด์ระดับมืออาชีพที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ดำเนินการโดยบริษัทในท้องถิ่นชื่อ EverGreen ซึ่งสามารถติดต่อเพื่อขอจองวันและเวลาเข้าร่วมกิจกรรมได้

    วิธีการเดินทาง

    ขึ้นรถไฟ JR ไปสถานีโกะโจ (Gojo) แล้วขึ้นรถบัสสาย Gojo Nishiada 50 ลงที่ป้าย Ada Elementary School ที่ฮาระโจ (Haracho) แล้วเดินประมาณ 1 นาทีไปสำนักงาน EverGreen ทั้งนี้เว็บไซต์ของทางบริษัทมีบอกไว้ว่าสามารถใช้บริการรถรับส่งฟรีได้ที่สถานี JR โออาดะ (Oada) โดยรับผู้โดยสารได้ครั้งละไม่เกิน 7 คน ทางที่ดีจึงควรติดต่อขอจองรถรับส่งไว้ล่วงหน้า

    เว็บไซต์ EverGreen *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น
    การเดินทาง

    7. ชมถ้ำและรังโจรสลัดในวากายามะ

    ถ้ำเซ็นดังเบกิ (Sandanbeki Cave) ในเขตอุทยานแห่งชาติโยชิโนะ-คุมาโนะ (Yoshino-Kumano National Park) ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับผู้รักการสำรวจถ้ำในภูมิภาคคันไซ ถ้ำใต้ดินแห่งนี้ทอดตัวไปตามแนวหินเป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร โดยมีลิฟต์จากด้านบนที่จะพาลงสู่ตัวถ้ำที่อยู่ลึกลงไป 36 เมตร ภายในถ้ำสามารถมองเห็นภาพเกลียวคลื่นกระทบโขดหินและน้ำทะเลพวยพุ่งขึ้นมาจากหินหรือที่เรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า “ชิโอฟุกิอิวะ” (Shiofuki-iwa) ได้ และมีประติมากรรมขนาดใหญ่ของเทพีแห่งน้ำเบ็นไซเทน (Benzaiten) อยู่ในส่วนที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ของถ้ำ

    เมื่ิหลายศตวรรษก่อน ถ้ำแห่งนี้เคยใช้เป็นที่ซ่อนเรือของบรรดาโจรสลัด ในปัจจุบันจึงได้มีการจำลองบรรยากาศของรังโจรสลัดขึ้นมาด้วย โดยนักท่องเที่ยวสามารถชมเรือจำลองและอาวุธยุทโธปกรณ์ของโจรสลัดได้ที่อีกส่วนหนึ่งของถ้ำแห่งนี้

    วิธีการเดินทาง

    ขึ้นรถไฟ JR ไปสถานีชิราฮามะ (Shirahama) แล้วต่อรถบัสไปทาง Sandanbeki

    เว็บไซต์ถ้ำเซ็นดังเบกิ (Sandanbeki Cave) *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น
    การเดินทาง

    8. ปีนเขาคองโก ภูเขาที่สูงที่สุดในโอซาก้า

    โอซาก้าไม่ได้มีแต่อาหารหรือแหล่งช้อปปิ้ง แต่ยังมีอุทยานและภูเขาตามธรรมชาติที่พร้อมตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชางต่างชาติที่มีความสนใจแตกต่างกันไปอีกด้วย สำหรับผู้รักการเดินชมธรรมชาติตามป่าเขาไม่ควรพลาดเด็ดขาด

    สำหรับเส้นทางขาขึ้นนั้น แม้จะเป็นนักเดินป่ามือใหม่ก็ไม่ลำบากมากนัก โดยเป็นเส้นทางที่ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี และยังมีทั้งบันไดไม้และบันไดคอนกรีตเพื่อความสะดวกสบายแม้แต่สำหรับเด็ก ๆ หรือหากไม่ต้องการเดินขึ้นเขา ก็สามารถเลือกขึ้นกระเช้าแทนได้ พร้อมทัศนียภาพผืนป่าเบื้องล่างอันงดงามจนแทบลืมหายใจ โดยจากสถานีโรปเวย์สามารถเดินไปยังยอดเขาได้โดยใช้เวลาประมาณ 15-25 นาที ขึ้นอยู่กับว่าเดินเร็วแค่ไหน

    วิธีการเดินทาง

    ให้ขึ้นรถไฟนันไค (Nankai) ไปสถานีคาวาจินากาโนะ (Kawachinagano) แล้วต่อรถบัสจากป้ายรถหมายเลข 3 ที่ไปทาง Ropewaymae Station หากต้องการขึ้นไปบนยอดเขาด้วยการเดินทาง คุณสามารถขึ้นได้จากสถานีคองโกซันกุจิ (Kongozanguchi Station) และถ้าต้องการขึ้นโดยกระเช้าให้ไปขึ้นที่สถานีโรปเวย์มาเอะ (Ropewaymae Station)

    เว็บไซต์ข้อมูลภูเขาคองโกในโอซาก้า (Osaka Info Mt. Kongo) *เฉพาะภาษาอังกฤษ
    การเดินทาง

    9. ล่องเรือชมวังน้ำวนนารุโตะ (Naruto) อย่างใกล้ชิดที่เกาะอาวาจิ จังหวัดเฮียวโงะ

    ช่องแคบนารุโตะที่คั่นระหว่างเมืองนารุโตะในจังหวัดโทคุชิมะ (Tokushima) กับเกาะอาวาชิในจังหวัดเฮียวโงะ มีวังน้ำวนที่ได้ชื่อว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง โดยเกิดจากการปะทะกันของกระแสน้ำที่ไหลเข้าและไหลออกอย่างรวดเร็วในบริเวณช่องแคบจนเกิดเป็นวังน้ำวนที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกว้างได้ถึง 20 เมตร

    นอกเหนือจากการชมวังน้ำวนบนสะพานนารุโตะแล้ว หากต้องการความตื่นเต้นเร้าใจยิ่งขึ้น ก็สามารถใช้บริการล่องเรือที่จะพาไปชมวังน้ำวนในกระแสน้ำได้อย่างใกล้ชิดซึ่งดำเนินการโดยบริษัทอุสึชิโอะ (Uzushio) ในเมืองมินามิอาวาจิ (Minami Awaji) ได้ โดยสามารถตรวจสอบตารางเวลาเดินเรือและจองรอบที่ต้องการได้จากเว็บไซต์

    การเดินทาง
    ขึ้นรถไฟ JR ไปที่สถานีซันโนะมิยะ (Sannomiya) ต่อรถบัสไปทาง Fukura แล้วเดินประมาณ 1 นาทีเพื่อไปยังท่าเรือ

    เว็บไซต์บริษัทอุสึชิโอะ *เฉพาะภาษาญี่ปุ่น
    การเดินทาง

    10. เดินข้ามสะพานแขวนทานิเสะ (Tanize) จังหวัดนารา

    ด้วยความยาวถึง 297 เมตร สะพานทานิเสะจึงเป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น สำหรับผู้รักการผจญภัยและไม่กลัวความสูง ที่แห่งนี้ คือ อีกที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาด

    สะพานนี้สร้างขึ้นในปี 1954 เพื่อเชื่อมระหว่างหมู่บ้านอุเอโนะจิ (Uenoji) กับหมู่บ้านทานิเสะ ซึ่งแม้จะเก่าแก่แต่ก็ยังสามารถเดินข้ามได้อย่างปลอดภัย ด้วยความสูงเหนือแม่น้ำ 54 เมตรและความกว้างที่ไม่มากนัก จึงเป็นสะพานที่มีการแกว่งตัวค่อนข้างมาก และด้วยความงดงามของทัศนียภาพแม่น้ำโทตสึคาวะ (Totsukawa) ที่อยู่เบื้องล่างรวมถึงภูเขาน้อยใหญ่ที่อยู่รายล้อม การข้ามสะพานนี้จึงถือเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นเร้าใจจนแทบลืมหายใจอย่างแท้จริง

    วิธีการเดินทาง
    ขึ้นรถไฟ JR ไปสถานีโกะโจ (Gojo) ต่อรถบัสที่ไปทางสถานีชินโอมิยะ (Shin-Omiya) โดยลงที่ป้าย Uenochi Teiryujyo

    นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในภูมิภาคคันไซเท่านั้น ซึ่งยังมีสถานที่อีกมากมายตั้งแต่เมืองใหญ่ไปจนถึงหมู่บ้านเล็ก ๆ สำหรับผู้ที่เคยไปเยือนสถานที่หลัก ๆ ตามเมืองต่าง ๆ มาแล้ว และอยากสัมผัสชีวิตกลางแจ้งที่สนุกสนานตื่นเต้นเร้าใจ ขอแนะนำให้เปิดโลกแห่งการสำรวจและออกไปลองทำกิจกรรมเหล่านี้ดู ผู้เขียนขอรับประกันว่าทุกที่ที่แนะนำไปล้วนควรค่าแก่การไปเยือนทั้งสิ้น!