10 ของกินที่จะช่วยดับร้อนในฤดูร้อนของญี่ปุ่น

  • ทั่วประเทศ
  • อาหาร
  • ในช่วงฤดูร้อน อาจจะทำให้รู้สึกเหนื่อยและขี้เกียจ อากาศร้อนจะทำให้เราอยากอยู่แต่ในบ้าน ในฤดูร้อนปีนี้ ขอแนะนำให้คุณลองทานขนมและของกิน 10 อย่างเพื่อคลายร้อนกัน

    1. นากาชิ โซเม็ง (Nagashi Somen)

    นอกจากจะอร่อยและทำให้คุณสดชื่นแล้ว นากาชิ โซเม็งยังเป็นอาหารที่ทานสนุกอีกด้วย นากาชิ โซเม็งจะถูกวางบนไม้ไผ่ยาวที่มีน้ำเย็นไหลผ่าน คุณจะต้องคีบนากาชิ โซเม็งด้วยตะเกียบและจิ้มมันลงในซอสทสึยุก่อนที่จะรับประทาน เราขอแนะนำให้คุณมาลองทานนากาชิ โซเม็งสนุก ๆ กับครอบครัวของคุณดู

    2. คากิโกริ

    คากิโกริก็คือน้ำแเข็งใสญี่ปุ่นที่ใส่น้ำเชื่อมและท็อปปิ้งต่าง ๆ เช่น ผลไม้ ไอศกรีม หรือถั่วอะซูกิ คุณสามารถหาคากิโกริได้ทั่วไปในช่วงฤดูร้อนของญี่ปุ่น

    3. โทโคโรเท็น

    โทโคโรเท็นนั้นเป็นวุ้นที่ถูกทำเป็นเส้นที่คุณสามารถทานแบบร้อนหรือแบบเย็นก็ได้ โทโคโรเท็นนั้นไม่มีรสชาติด้วยตัวของมันเองและมีรสสัมผัสเหมือนกับวุ้นทั่วๆไป วิธีการรัปประทานวุ้นนี้นั้นจะแตกต่างไปตามภูมิภาค วิธีที่คนนิยมนั้นก็คือการกินวุ้นนี้คู่กับน้ำส้มสายชู คุโรมิทซึหรือซอสถั่วเหลือง คุณสามารถหาซื้อวุ้นนี้ได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป

    4. อันมิทซึและมิทซึมาเมะ

    อันมิทซึและมิทซึมาเมะ (Anmitsu and Mitsumame) เป็นขนมหวานญี่ปุ่นที่ใส่วุ้นคันเท็นก้อนสี่เหลี่ยม ท้อปปิ้งผลไม้ และโมจิ ความแตกต่างระหว่างอันมิทซึและมิทซึมาเมะก็คือ อันมิทซึนั้นจะใ่ส่อันโกะหรือถั่วแดงบด แต่มิทซึมาเมะนั้นจะไม่ใส่ ขนมทั้งสองชนิดนี้มักจะมาคู่กับซอสคุโรมิทซึที่คุณควรจะราดใส่ขนมก่อนรับประทาน

    มิทซึมาเมะนั้นเป็นขนมสำหรับเด็กในช่วงปลายยุคเอโดะ มิทซึมาเมะรูปแบบปัจจุบันนั้นถูกคิดค้นขึ้นในปี 1903 ส่วนอันมิทซึรูปแบบปัจจุบันถูกคิดค้นในปี 1930

    5. มิซุ โยคัง

    โยคังนั้น มีทั้งหมดสองประเภท เนริ โยคัง (neri yokan) และ มิซุ โยคัง (mizu yōkan) เป็นขนมฤดูร้อนของญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมมาก ส่วนผสมหลักของโยคังก็คือ วุ้นคันเท็น โดยมิซุ โยคันจะมีน้ำมากกว่าเนริ โยคังและมีรสชาติที่เบากว่า

    6. คุซึคิริ

    คุซึคิรินั้นอาจมีลักษณะคล้ายโทโรโคเท็น แต่คุซึคิริจะทำมาจากแป้งคุซึโกะ (葛粉) ซึ่งเป็นแป้งจากรากต้นคุซึ คุซึคิรินั้นจะแบนและกว้างกว่าโทโรโคเท็นและทานคู่กับซอสคุโรมิทซึ

    7. คุซึโมจิ

    คุซึโมจิเป็นโมจิที่ทำมาจากคุซึโกะที่เสิร์ฟพร้อมกับซอลคุโรมิทซึและแป้งคินาโกะ (ผงถั่วเหลืองคั่วบด) ความเหนียวของคุซึโมจินั้นจะอยู่กลาง ๆ ระหว่างเจลาตินและโมจิ

    8. มิซุ ชินเก็น โมจิ

    มิซุ ชินเก็น โมจินั้นเริ่มเป็นขนมที่ได้รับความนิยมในหมู่คนญี่ปุ่นไม่ว่าจะฤดูไหนก็ตาม มิซุ ชินเก็น โมจิมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า โมจิหยดน้ำ ขนมชนิดนี้จะถูกเสิร์ฟคู่กับซอสคุโรมิทซึและผงคินาโกะ มิซุ ชินเก็น โมจิถูกคิดค้นขึ้นโดย Kinseiken Seika และสามารถคงรูปเป็นของแข็งได้แค่สามสิบนาทีในอุณหภูมิห้องก่อนที่จะละลายกลับกลายเป็นน้ำ

    9. ไอศกรีมโมจิ

    ไอศกรีมโมจิก็คือ โมจิสอดไส้ไอศกรีม ขนมชนิดนี้ถูกคิดค้นขึ้นโดยนักธุรกิจและนักเคลื่อนไหวทางสังคมชาวญี่ปุ่น-อเมริกันที่มีชื่อว่า ฟรานเซส ฮาชิโมโตะ (Frances Hashimoto) ในช่วงต้นยุค 1990 เขาได้ใช้เวลาวิจัยและพัฒนาขนมชนิดนี้อยู่นานนับสิบปี กว่าที่จะได้ขนมโมจิสอดไส้ไอศกรีมที่เรารู้จักกันอยู่ทุกวันนี้

    10. ฮิยาชิ ชูกะ (冷やし中華)

    ฮิยาชิ ชูกะ มีความหมายว่า “อาหารจีนเย็น ๆ” อาหารญี่ปุ่นชนิดนี้ประกอบไปด้วยราเม็งเย็นและท็อปปิ้งต่าง ๆ เช่น ไข่ม้วนที่หั่นเป็นเส้นบาง ๆ แตงกวา ปูอัด และอื่น ๆ ฮิยาชิ ชูกะนั้นจะถูกเสิร์ฟคู่กับซอสทาเระซึ่งปกติจะใช้กับอาหารย่างและปิ้งต่าง ๆ ฮิยาชิ ชูกะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับสถานที่คุณไป โดยในบริเวณคันไซจะเรียกว่า “เรเม็ง (冷麺)” ในขณะที่แถบฮอกไกโดจะเรียกว่า “ฮายาชิ ราเม็ง (冷やしラーメン)”

    หลังจากที่อ่านลิสต์นี้จบแล้ว คุณคงจะเริ่มหิวแล้วสิ! ขนมและของกินส่วนใหญ่ที่เราแนะนำไปนั้น มักจะหาทานได้แค่ในญี่ปุ่นเท่านั้น อย่าลืมมาคลายร้อนที่ญี่ปุ่นด้วยการรับประทานขนมและของกิน 10 อย่างนี้กันนะ